villa moreeda

villa moreeda

villa moreeda เป็นสถาปัตยกรรมที่ลงตัวกับธรรมชาติและมีความเป็นโมเดิร์น และทุกอย่างถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คนที่หลงไหลกับะรรมชาติและเข้ากับธรรมชาติที่ล้อมรอบได้อย่างลงตัว Villa Moreeda ขึ้นชื่อมากว่าทั่วบริเวณรีสอทร์มีต้นไม้ใหญ่น้อยมากมาย ทำให้บริเวณโดยทั่วสงบร่มรื่น มีอากาศบริสุทธิ์ให้เราได้สูดจนฉ่ำปอด

จุดเด่นของห้องพักของที่นี่นั้นคือฝาผนังแต่ละห้องบางส่วนเป็นกระจกใสบานใหญ่ เพื่อให้คุณสามารถสัมผัสกลิ่นอายของธรรมชาติอย่างใกล้ชิด จนทำให้รู้สึกว่าตัวเราถูกโอบอุ้มด้วยป่าเขาและลำธาร Villa Phuket

ห้องพักแต่ละห้องมีการตกแต่งแบบเรียบง่าย แต่บอกได้เลยว่ารายละเอียดทุกอย่างในห้องแม้จะมองดูเรียบง่าย แต่ทำกลับให้ความรู้สึกหรูหรา เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ของที่นี่ล้วนเป็นไอเดียของเจ้าของรีสอร์ททั้งหมด เน้นของที่ผลิตจากไม้เป็นหลัก

villa moreeda

villa คืออะไร

ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ที่พักแสนสวยเตียงนอนนุ่มๆ แต่ยังมีดีที่เพียงแต่เรามองออกจากห้องก็ได้สัมผัสไอเย็นของสายน้ำซึ่งไหลลงมาจากเทือกเขวตะนาวศรี เคลื่อนตัวอ้อยอิงผ่านหน้าห้องพักไปอย่างเชื่องช้า

ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ที่พักแสนสวยเตียงนอนนุ่มๆ แต่ยังมีดีที่เพียงแต่เรามองออกจากห้องก็ได้สัมผัสไอเย็นของสายน้ำซึ่งไหลลงมาจากเทือกเขวตะนาวศรี เคลื่อนตัวอ้อยอิงผ่านหน้าห้องพักไปอย่างเชื่องช้า

เป็นรีสอร์ทริมแม่น้ำภาชีที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันเขียวชอุ่มและสายน้ำไหล ถึงแม้การออกแบบรีสอร์ทแห่งนี้จะใช้เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนเป็นหลัก แต่กลับอยู่กับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน เพราะเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนนั้นเป็นโครงสร้างที่ให้เส้นสายสะอาดตา และให้จังหวะที่ไม่น่าเบื่อทั้งภายในและภายนอก การใช้กระจกบานใหญ่ มาเป็นองค์ประกอบส่วนผนังนั้น เป็นการดึงธรรมชาติรอบข้างให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอาคารได้อย่างลงตัว นอกจากนี้บางห้องยังมีการยกพื้นให้สูงเพื่อเพิ่มมุมมอง และเป็นการขยับให้เข้าใกล้กับต้นไม้สูงรอบอาคาร ซึ่งนับได้ว่าเป็นการประยุกต์คุณสมบัติของเหล็กให้อยู่ร่วมกับธรรมชาติรอบข้างได้อย่างนุ่มนวล

Villa Moreeda เป็นรีสอร์ทของพิธีกรหนุ่มอารมณ์ดี “เสนาลิง” ตั้งอยู่ติดลำภาชี ทำให้บริเวณรีสอร์ทมีธารไหลผ่าน Pool Villa Phuket

โมรี หรือ นกยูง ตัวแทนของความสง่าและสวยงามได้ถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ของที่พักแห่งนี้ ณ จุดกำเนิดมาจากเด็กหญิงเล็กๆคนหนึ่ง ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจในการก่อสร้างที่พักแห่งนี้ขึ้น ด้วยความรักที่มีต่อลูกสาวจึงได้นำชื่อเธอมาตั้งเป็นชื่อโรงแรมที่สื่อถึง ความรักและความเอาใจใส่ล้วนๆ และบัดนี้รังนกยูงแห่งนี้พร้อมแล้ว สำหรับทุกท่านที่ต้องการการพักผ่อนอย่างแท้จริงท่ามกลางต้นไม้สีเขียวและสาย น้ำ ที่จะสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม

องค์ประกอบ

การจัดสวนโดยรอบนั้นเป็นสวนที่ส่งเสริมกับตัวอาคาร จึงเลือกใช้ต้นไม้ที่มีการดูแลรักษาที่ง่าย รูปทรงของต้นเจริญเติบโตขึ้นทางสูงมากกว่าทางราบ เพราะต้องการให้พื้นที่ด้านล่างที่มีการใช้งานนั้น มีความโปร่งสบายและไม่อึดอัดนั่นเอง วัสดุหลักที่เห็นได้ชัดนอกจากเหล็กแล้ว ยังมี หิน ไม้ คอนกรีต ซึ่งเป็นวัสดุที่สื่อถึงความเป็นธรรมชาติในตัวของมันเอง โดยเน้นการเผยให้เห็นเนื้อแท้ของวัสดุ หรือหากทาสี ก็จะเลือกวัสดุที่ดูกลมกลืนกับธรรมชาติรอบตัวมากที่สุด เช่นสีขาว สีเทา สีดำ เป็นต้น

จุดเด่นของห้องพักของที่นี่นั้นคือฝาผนังแต่ละห้องบางส่วนเป็นกระจกใสบานใหญ่ เพื่อให้คุณสามารถสัมผัสกลิ่นอายของธรรมชาติอย่างใกล้ชิด จนทำให้รู้สึกว่าตัวเราถูกโอบอุ้มด้วยป่าเขาและลำธาร ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ที่พักแสนสวยเตียงนอนนุ่มๆ แต่ยังมีดีที่เพียงแต่เรามองออกจากห้องก็ได้สัมผัสไอเย็นของสายน้ำซึ่งไหลลงมาจากเทือกเขวตะนาวศรี เคลื่อนตัวอ้อยอิงผ่านหน้าห้องพักไปอย่างเชื่องช้า

ลักษณะภายในตัว villa

วิลล่า โมรีดามีห้องพักหลายแบบมากๆ ทั้งวิลล่าและห้องพักในอาคาร แต่ละห้องตกแต่งไม่ซ้ำกันโดยยึดสไตล์โมเดิร์นชิคที่แฝงไปด้วยความอบอุ่นเป็นหลักเริ่มจากห้อง Family Bird ห้องพักวิวแม่น้ำที่พร้อมสัมผัสธรรมชาติแบบใกล้ชิดเนื่องจากล้อมรอบด้วยกระจกใส

เริ่มจากห้อง Family Bird ห้องพักวิวแม่น้ำที่พร้อมสัมผัสธรรมชาติแบบใกล้ชิดเนื่องจากล้อมรอบด้วยกระจกใส ภายในห้องนอนมีห้องมีห้องน้ำในตัว พร้อมอ่างอาบน้ำขาสิงห์รูปทรงสวยงามให้เรานอนแช่น้ำไปพร้อมๆ กับชมวิวธรรมชาติได้

ห้อง Tiny Garden – Paradisebird ห้องที่ชวนให้เพลิดเพลิน สนุกสนานน่าค้นหา อีกทั้งสามารถมองเห็นความเขียวของป่าไม้และสวนหย่อมหรือลำน้ำได้อย่างชัดเจน

ไม่ใช่แค่ห้องพักตกแต่งสวยงามเท่านั้น แต่ที่ Villa Moreeda (วิลล่า โมรีดา) ยังมีห้องสมุดที่เต็มไปด้วยหนังสือให้เลือกซื้อสำหรับผู้ที่ต้องการดึงเวลาให้ช้าลงและล่องลอยไปกับตัวหนังสือในวันสบายๆ

villa moreeda

ประเภท โฮสเทล โฮเทล พูลวิลล่า ? ประเภทที่พักมีอะไรบ้าง มาฟังกัน

หากคุณไปเที่ยวบ่อยๆ คุณจะเจอคำอย่าง พูลวิลล่า โฮสเทล โฮเทล แล้วคุณอาจจะคิดสงสัยว่าชื่อคำพวกนี้ที่ใช้เรียกประเภทที่พักต่างๆ นั้นมันคืออะไรและแตกต่างกันยังไง อย่าง โฮสเทล กับ โฮเทล บ้านจัดสรร ก็เป็นโรงแรมเหมือนกัน แต่ต่างกันยังไง หรือ พูลวิลล่า กับ รีสอร์ท ทั้งๆ ที่ก็มีสระว่ายน้ำเหมือนกันแต่ก็ไม่รู้ว่าที่พักดังกล่าวนั้นแตกต่างตรงไหน

ซึ่งในวันนี้ทางน้องตี้จะมาอธิบายเกี่ยวกับความหมายและความแตกต่างของคำเรียกที่พักต่างๆ กันว่ามีความหมายและแตกต่างกันอย่างไร เรามารู้จักกันเถอะ

  • 1. โฮเทล (Hotel) แน่นอนว่ามันคือโรงแรมตามชื่อ เป็นคำเรียกของประเภทที่พักให้บริการแบบหลายห้องโดยคิดค่าบริการต่อคืน ในห้องพักจะมีห้องน้ำในตัวและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมกับห้องรับประทานอาหารภายในโรงแรม
  • 2. โฮสเทล (Hostel) ที่พักแบบโฮเทลราคาถูก แต่ต่างที่โฮสเทลจะตัดสิ่งอำนวยความสะดวกออกไป เพื่อลดต้นทุน อย่างเช่น เตียงสองชั้น ไม่มีห้องน้ำในตัวแต่จะเปลี่ยนเป็นแบบรวมแทน
  • 3. วิลล่า (Villa) ที่พักในรูปแบบบ้านพักส่วนตัวที่ให้ความรู้สึกถึงบรรยากาศเราเป็นเจ้าของบ้าน โดยที่พักในรูปแบบนี้จะมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันแบบสุดๆ ทั้งห้องครัว ห้องน้ำในตัว เครื่องปรับอากาศ เครื่องครัว เป็นต้น
  • 4. พูลวิลล่า (Pool Villa) เป็นบ้านพักที่มาพร้อมกับสระว่ายน้ำส่วนตัวเท่านั้น ไม่มีสระน้ำไม่ได้ โดยส่วนใหญ่บ้านพักในรูปแบบนี้จะมีอยู่มากในต่างจังหวัด เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวที่ต้องการความเป็นส่วนตัวท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ ธรรมชาติ
  • 5. รีสอร์ท (Resort) เป็นที่พักขนาดใหญ่มาพร้อมกับห้องน้ำ และสิ่งอำนวยความสะดวกในตัว ภายในรีสอร์ทจะมีบริการต่างๆ ให้ลูกค้าได้ใช้บริการ อย่างร้านอาหาร คาเฟ่ บาร์ สวน ปั่นจักรยาน ศูนย์ออกกำลังกาย เป็นต้น
  • 6. บังกะโล (Bungalow) เป็นที่พักในลักษณะกระท่อมหลังไม่ใหญ่ อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกพอสมควร มีที่พักประเภทนี้มีจำนวนไม่มากนักเพราะเป็นบ้านหลัง แต่ราคาถูก
  • 7. ลอร์จ (Lodge) ที่พักลักษณะคล้าย Inn และ Motel แต่มีความหรูมากกว่า เป็นที่พักให้เช่าสำหรับพักค้างคืนระหว่างการเดินทาง มีการให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม มีสระว่ายน้ำแต่มีการคิดค่าบริการ
  • 8. อิ้นท์ (Inn) หากคุณเคยดูหนังฝรั่งธีมยุคกลางละก็ คุณจะคุ้นกับคำนี้ไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว หรือหากคุณไม่เคยดูถ้าให้เข้าใจง่ายๆ มันก็คือโรงเตี๊ยมในหนังจีนนั่นแหละ โดยที่พักประเภทนี้เป็นที่พักขนาดเล็กไม่ใหญ่มาก มีห้องพัก 10 กว่าห้อง ประมาณ 2 ชั้น มีสิ่งอำนวจความสะดวกเท่าที่จำเป็น เรียบง่าย ราคาถูก สบายกระเป๋า *เสริมอีกนิด Inn (อิ้นท์) เป็นคำเรียกในสมัยก่อนของคำว่า Hotel
  • 9. โฮมสเตย์ (Homestay) เป็นที่พักในลักษณะของบ้านอาศัยทั่วไป ที่เจ้าของบ้านนำมาดัดแปลงให้เป็นที่พักแรมค้างคืน และเป็นการพักแรมกับเจ้าของบ้าน ให้ความรู้สึกได้สัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่นั้น ทำให้ผู้เข้าพักได้ซึบซับวิถีชีวิตและเรียนรู้จากเจ้าของบ้านนั้นเอง
  • 10. เกสต์ เฮาส์ (Guest house) เป็นที่พักขนาดเล็กที่เจ้าของนำบ้านพักมาดัดแปลง เพื่อให้บริการเป็นที่พักแรมแก่นักท่องเที่ยวแพ็คกระเป๋า มีจำนวนห้องพักไม่เยอะ ราคาถูก มีสิ่งอำนวยความสะดวกเท่าที่จำเป็น และที่พักนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในตัวเมืองย่านชุมชน
  • 11. อพาร์ทเม้นต์ (Apartment) เป็นที่พักที่คุ้ยเคยสำหรับบ้านเราและมีอยู่ทุกที่ในประเทศไทย ลักษณะที่พักจะเป็นตึกสูง 4–5 ชั้นขึ้นไป ห้องพักจะเป็นห้องชุดเหมือนกันหมด มีบริการให้เช่ารายวัน สัปดาห์ เดือน โครงการภูวิลล่า ภูเก็ต
  • 12. โมเทล (Motel) เป็นที่พักพร้อมที่จอดรถเฉพาะห้องพักแต่ละห้อง โดยคำว่า Motel มาจากคำว่า Motor + Hotel = Motel แต่ที่พักประเภทนี้ไม่ค่อยพบเห็นในประเทศเราเท่าไหร่นัก เพราะที่พักประเภทนี้มักจะตั้งอยู่ในเส้นทางการเดินทางระหว่างเมือง

ความหมายของ Villa

คำว่าวิลลา (Villa) ที่ฟังแล้วรู้สึกว่าโก้ๆรวยๆดีจังนั้น เป็นคำในภาษาลาติน ซึ่งมีรากยาวนานมาตั้งแต่อารยธรรมโรมัน แปลว่า สิ่งปลูกสร้างหรือสถาปัตยกรรมที่มีไว้สำหรับพักแรมค้างคืนระหว่างการเดินทาง แต่ไม่ใช่โรงแรม เพราะมันเป็นบ้านพักที่มีเจ้าของชัดเจน เสมือนเป็นบ้านตากอากาศหัวเมือง เป็นบ้านหลังที่สองหรือสามของคนมีเงินมีอำนาจ

การมีวิลลาในบริบทของชาวโรมันก็คือ ‘อำนาจ’ ในการเดินทางไกล เพราะเมื่อพาหนะที่เร็วที่สุด ณ เวลานั้นคือ ‘ม้า’ วิลลาก็คือที่พัก ซึ่งมักจะถูกปลูกสร้างอยู่ในตำแหน่งที่ใช้เวลาไม่เกินหนึ่งถึงสองคืนระหว่างเมืองสองเมือง HOME IN PHUKET อีกทั้งในแต่ละวิลลาเองก็จำเป็นต้องมีคนคอยดูแล หรือคอยต้อนรับในยามที่เจ้าของวิลลาเดินทางมา ซึ่งไม่มีวันรู้ได้ว่าเป็นเมื่อไร

วิลลาแบบโรมันแบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆ ตามที่ Gaius Plinius Secundus นักปราชญ์ชาวโรมัน ได้แบ่งเอาไว้คือ villa urbana ที่มีลักษณะเป็นที่พักค้างคืน เหมือนดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น และอีกแบบหนึ่ง villa rustica ที่เป็นหมู่บ้านในชนบท ที่มีเจ้าของผู้ครอบครองพักอาศัยอยู่เกือบจะโดยถาวร วิลลาในความหมายนี้คือจุดเริ่มต้นของการอยู่กันแบบเป็นชุมชน มีหัวหน้าหมู่บ้านคอยควบคุมดูแลลูกบ้าน และเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการพัฒนาไปสู่ความเป็นเมือง town หรือ ville นั่นหมายถึงการตั้งทำเลของวิลลานั้นจะไม่ตั้งเป็นบ้านเดี่ยวๆริมเชิงเขา กลางป่า หรือ ริมชายหาด แต่จะต้องมีวิลลาของคนอื่นอยู่ด้วย บ้าน ซึ่งก็เป็นคนในระดับชั้นเดียวกัน

สิ่งที่น่าสนใจนอกจากตัวความหมายของวิลลาในแบบโรมันแล้วก็คงจะเป็นตัวรูปแบบของสถาปัตยกรรม เพราะวิลลาเป็นสถาปัตยกรรมที่มีขนาดใหญ่ เมื่อเปรียบเทียบกับที่พักอาศัยแบบอื่น วิลลาจัดว่ามีฟังก์ชันหรือการแบ่งพื้นที่ใช้สอยที่ค่อนข้างชัดเจน คือมีลักษณะความเป็นบ้านพักอาศัยครบถ้วน ไม่ใช่บ้านตากอากาศที่อาจมีการลดทอนฟังก์ชั่นบางอย่างไป ซึ่งก็ตรงกับรูปแบบวิลลาสุดหรูที่นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สร้างขายแข่งกันในขณะนี้ ที่พยายามใส่ทุกอย่างให้ตอบสนองความต้องการของผู้อยู่อาศัย ทั้งในด้านความสะดวกสบายของการพักผ่อน และเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วเพื่อทำงานได้แม้จะนั่งจิบคอกเทลอยู่ในสระว่ายน้ำส่วนตัวบนยอดผา ชมวิวพาโนรามาสุดอลังการ ซึ่งสงวนไว้สำหรับคนกระเป๋าหนักเท่านั้น วิลลาริมทะเลที่มีชื่อเสียงหรือเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ได้แก่วิลลาในบริเวณรอบๆ อ่าวเนเปิล โดยเฉพาะหมู่เกาะคาปรี ณ ปัจจุบันนี้ยังถือว่าเป็นที่พักตากอากาศที่โรแมนติกที่สุดในโลก นอกจากนี้สถานที่ใหม่ๆที่กำลังเฟื่องสำหรับการจับจองวิลลา คือที่ กรีซ ฮาวาย Phuket Villas มัลดีฟท์ และแน่นอน ถ้าพูดถึงเมืองชายทะเลหรือเมืองตากอากาศ หมู่เกาะสวยๆของบ้านเรา และหลายจังหวัดในภาคเหนือ ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่ารักและสนนราคาไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับการซื้อวิลลาในแถบอื่นๆของโลก เพราะค่าครองชีพและราคาค่าที่ดินของเราถูกกว่ามาก

ความหมายอีกด้านของวิลลาในบริบทที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน มีความหมายที่กว้างและค่อนข้างใช้กันหลายแง่มุม ซึ่งก็คงจะพูดถึงเแค่รูปแบบที่ส่งอิทธิพลถึงสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ โดยเฉพาะสิ่งปลูกสร้างจำพวกรีสอร์ทหรือโรงแรม ที่มีบ้านพักประเภทวิลล่าไว้คอยรองรับความต้องการของแขกที่มาพัก และหากว่าไปแล้วแนวทางในการออกแบบบางอย่างไม่ได้แตกต่างไปจากวิลลาในอารยธรรมโรมันเลย เพียงแต่ต้องยอมรับว่าด้วยวัสดุ หรือเทคนิควิธีในการก่อสร้างแบบใหม่ได้ทำให้วิลลาในปัจจุบันดูมีความหลากหลายมากขึ้น ใครที่กำลังคิดจะจับจองหาซื้อวิลลาเอาไว้ไปนอนเล่นตากอากาศหนีความวุ่นวายของเมืองใหญ่ และมีเงินหยอดกระปุกครบถ้วนแล้ว ต้องเตรียมใจเอาไว้นิดนึงว่าเพื่อนบ้านส่วนใหญ่ที่จะมาอยู่ร่วมกันในชุมชนระดับหรูนี้มักจะเป็นชาวต่างชาติที่มีกำลังซื้อ อันเป็นผลมาจาก Globalization ทำให้โลกไร้พรมแดน ดังนั้นการออกแบบของวิลลาส่วนใหญ่จึงมีแนวโน้มที่จะมีลักษณะเป็นสากลมากกว่าแบบพื้นบ้าน หรือรีสอร์ท รูปแบบสถาปัตยกรรมเน้นความมั่นคงแข็งแรงถาวร ต่างจากอาคารพักตากอากาศประเภทอื่น เพราะผู้ซื้อและผู้สร้างขายตั้งใจตรงกันคือให้เป็นบ้านที่เจ้าของสามารถเดินตัวเปล่าลงจากเครื่องบินเข้ามาอยู่จริงได้เลย รองรับการใช้สอยในชีวิตประจำวันได้ครบถ้วนพอดีหรืออาจจะเกินพอดี Phuket Villas

อย่างไรก็ดีสิ่งที่ทำให้วิลลาสวยๆเป็นมากกว่าอาคารคือการบริการ ซึ่งหมายความว่า ชีวิตสวยงามสะดวกสบายในบ้านตากอากาศที่ดูเหมือนเป็นบ้านส่วนตัวนั้น จะได้รับการดูแลตอบสนองความต้องการทุกรูปแบบอย่างเต็มที่ โดยทีมงานผู้ให้บริการระดับโรงแรมห้าดาว แต่ผู้พักอาศัยได้ความรู้สึกเหมือนมาอยู่บ้านที่มีความเป็นส่วนตัวมากกว่าโรงแรม

อ่านบทความเพิ่มเติมที่ เที่ยวพูลวิลล่า ภูเก็ตกับครอบครัว