บ้านทรงกล่อง

บ้านทรงกล่อง

บ้านทรงกล่อง

บ้านทรงกล่อง

 เมื่อกล่าวถึงบ้านสไตล์โมเดิร์น บ้านสวย ภาพแรกที่หลายๆคนระลึกถึงคงเป็นบ้านสี่เหลี่ยมทรงกล่อง ทรงประหลาดตา แม้กระนั้นช่วงเวลาเดียวกันก็งามล้ำสมัย เรียบง่ายและก็มีเอกลักษณ์เฉพาะบุคคล โดยบ้านทรงกล่องนี้นั้นได้รับอิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมตะวันตก โดยมากมักอ้างอิงแบบมาจากต่างถิ่นซึ่งรูปแบบของบ้านโมเดิร์นมีทั้งยังแบบชั้นเดี่ยว แล้วก็ 2-3 ชั้น ตัวบ้านชอบกลมกลืนไปกับส่วนของหลังคากำเนิดเป็นทรงกล่อง บ้างก็ไล่ระดับหลังคาให้มองมีลูกเล่นที่มากมายมากยิ่งขึ้น phuket property

การผลิตบ้านสไตล์โมเดิร์น ทรงกล่องสี่เหลี่ยมแบบนี้แม้ว่าจะมีความสวยสดงดงาม นำสมัย ประทับใจคนอีกจำนวนไม่น้อย แต่ว่าก็มีข้อควรพิจารณาอยู่ไม่น้อยด้วยเหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของหลังคาที่กลืนไปกับตัวบ้านเป็นส่วนเดียวกัน หลังคาทรงแบนราบ ไม่มีองศาลาดชัน หลังคาชนิดนี้เหมาะสมกับประเทศที่มีลักษณะของอากาศหนาวเย็นหรืออุณหภูมิไม่สูงมากเท่าไรนัก ดังเช่นว่า ประเทศตามแถบตะวันตก 

แต่ว่าสำหรับเมืองไทยตั้งอยู่ในแถบเส้นอีเควเตอร์ ที่มีลักษณะอากาศร้อนเปียกชื้น จำต้องพบเจอกับสภาพภูมิอากาศร้อนมากและก็ฝนตกตลอดทั้งปี และก็เมื่อถามจากคนที่พักอาศัยในบ้านสไตล์โมเดิร์นทรงงดงามนานัปการท่าน ก็เจอหลายอุปสรรคต่อการอาศัยสาเหตุจากลักษณะภูมิอากาศในประเทศไทย

หลายๆคนฝันต้องการก่อสร้างบ้านเป็นของตนเอง และก็แบบบ้านที่หลายๆคนระลึกถึงก็ชินตากันดี อย่างบ้านทรงจั่ว บ้านทรงปั้นหยา หรือบ้านทรงไทย แต่ว่าหากว่าแบบบ้านพวกนี้ไม่ตอบปัญหาไลฟ์สไตล์ ลองก่อสร้างบ้านทรงกล่องกันดีไหม ดังนั้นวันนี้กระปุกดอทคอมเลยขอเก็บรวบรวมแบบบ้านทรงกล่อง มีอีกทั้งแบบบ้านชั้นเดี่ยว แล้วก็แบบบ้านสองชั้น ทดลองเข้ามามองไอเดียแล้วเลือกทำตามอย่างฝันกันเลยจ้ะแบบบ้านทรงกล่องชั้นเดี่ยว

1. แบบบ้านทรงกล่องชั้นเดี่ยวสไตล์ไม่นิมอลกลางท้องนา
แบบบ้านทรงกล่องสี่เหลี่ยมชั้นเดี่ยวเล่นระดับงาม เน้นย้ำความง่ายๆ โปร่ง เตียน สบายตา บนที่ดิน 50 ตารางวา รายล้อมด้วยนากว้างใหญ่ ทำให้บรรยากาศร่มรื่นรวมทั้งเย็นสบาย มีพื้นที่ใช้สอยด้านในภายแบบเหลือๆใช้กระจกบานใหญ่รับแสงสว่างธรรมชาติรวมทั้งมองเห็นทิวทัศน์ข้างนอกแบบ 360 องศา ยิ่งหากนอกบ้านเป็นทิวทัศน์สวนหรือปิดล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวกึ่งกลางท้องนาคงมีความน่าอภิรมย์เป็นอย่างมาก

2. แบบบ้านทรงกล่องชั้นเดี่ยวสไตล์โมเดิร์น
โอกาสของคนต้องการก่อสร้างบ้านทรงกล่องแบบมัธยัสถ์ ราคาก่อสร้างอยู่ที่ราวๆ 800,000-900,000 บาท เป็นแบบบ้านชั้นเดี่ยวขนาด 76 ตารางเมตร มี 2 ห้องนอน 2 ส้วม ห้องรับแขก ครัว มีสวนหน้าบ้าน ระเบียงหน้าบ้าน แล้วก็ที่จอดรถ การตกแต่งย้ำโทนสีขาว-ดำ แล้วก็อุปกรณ์ไม้ ช่วยทำให้บรรยากาศมองสว่าง แจ่มใส อบอุ่น เหมาะสมกับการพักผ่อนหย่อนใจจำนวนมาก

3. แบบบ้านทรงกล่องชั้นเดี่ยวขนาดเล็ก

เอาอกเอาใจคนไม่มีแฟนหรือครอบครัวขนาดเล็กกับแบบบ้านทรงกล่องชั้นเดี่ยว ผลงานของนักออกแบบ จากประเทศเวียดนาม ขนาดกระชับ มี 1 ห้องนอน 1 ห้องอาบน้ำ หลังคาเอียงเล่นระดับ มีฟาซาดเป็นก้อนอิฐบล็อกช่องลมข้างหน้าบ้าน พร้อมซ้อนฝาผนังกระจกเข้าไปอีกชั้นเอาไว้เปิด-ปิดรับลมธรรมชาติ

ช่วยลดความร้อนจากแดด รวมทั้งมีแปลงปลูกผักเล็กๆรอบๆนอกบ้าน ด้านในภายเทพื้นคอนกรีตสีเทาเข้มตัดกับเครื่องเรือนสีไม้ และก็ทาฝาผนังสีขาว สำหรับไฮไลต์ที่เด็ดในบ้านเป็นพื้นที่สีเขียวรวมทั้งช่องแสงสว่างธรรมชาติทะลุลงมาในบ้านอย่างพอดี

4. แบบบ้านทรงกล่องชั้นเดี่ยวสไตล์โมเดิร์น

นับว่าเป็นแบบบ้านทรงกล่องที่ดูดีไม่น้อยเลย ประกอบไปด้วย 2 ห้องนอน 2 สุขา 1 ห้องโถง และก็ 1 ครัว ตัวบ้านยกพื้นสูงน้อยลงสีขาว พร้อมประตูกระจกบานเลื่อนรับแสงสว่างธรรมชาติ มุมนั่งพักผ่อนหน้าบ้านแล้วก็ที่จอดรถมีลูกเล่นตรงฝาผนังใช้ฟาซาดเป็นก้อนอิฐบล็อกช่องลม

ข้างในห้องโถงเพดานสูง ทาฝาผนังสีขาวตัดด้วยกรอบหน้าต่างสีดำ ครัวปูท็อปแกรนิตสีดำ สำหรับส้วมเล่นกระเบื้องสีขาวแล้วก็สีดำ แทบไม่อยากจะเชื่อว่าใช้เวลาสร้างแค่เพียง 4 เดือนแค่นั้น กับงบประมาณ 1.7 ล้านบาท ไม่รวมเครื่องเรือนแล้วก็ของตกแต่ง บอกเลยว่างานดีเลิศ 

5. แบบบ้านทรงกล่องชั้นเดี่ยวสไตล์โมเดิร์นลอฟท์

คนใดกันแน่เผลอไผลบ้านสไตล์ลอฟท์ต้องการที่จะให้ลองมองไอเดียบ้านทรงกล่องข้างหลังนี้ เป็นแบบบ้านชั้นเดี่ยวทรงกล่อง เพิ่มข้อดีด้วยลูกเล่นสีส้มรอบๆหน้าต่างหน้าบ้าน มี 2 ห้องนอน 2 ห้องสุขา 1 ครัว 1 ห้องรับแขก ข้างในแต่งด้วยเครื่องเรือนไม้บิวต์อิน พร้อมหน้าพร้อมตาต่างบานใหญ่ แล้วก็มีโรงหยุดรถยนต์ กับพื้นที่เดินเที่ยวหน้าบ้าน ล้อมด้วยรั้วสไตล์โมเดิร์น

6. แบบบ้านทรงกล่องสไตล์โมเดิร์นสองชั้น

แบบบ้านทรงกล่องสองชั้น เหมาะสมกับครอบครัวใหญ่แน่ๆ มี 4 ห้องนอน 4 สุขา ห้องรับแขก ครัว ห้องบริหารร่างกาย สวนหย่อมข้างบ้าน และก็ที่จอดรถ 2 คัน ด้านในตัวบ้านมีกระจกบานใหญ่สูงเกือบจะติดฝาผนังทำให้บ้านมองโปร่งและก็สว่างตลอดทั้งวัน พร้อมผ้าม่านทึบแสงปกปิดยามแดดร้อนแล้วก็อยากความเป็นส่วนตัว

7. แบบบ้านทรงกล่องสีขาวสไตล์โมเดิร์น

แบบบ้านทรงกล่องสีขาวสุดคลาสสิกน่าจะเป็นที่ประทับใจของคนไม่ใช่น้อย เป็นการรื้อถอนบ้านไม้โบราณกว่า 42 ปี แล้วทำบ้านทรงกล่องในที่ดินเดิม จุดแข็งคือมีกระจกรอบข้างบ้าน ช่วยทำให้มองเตียนและก็เห็นสวนกลางบ้านได้จากทุกมุม และก็ไฮไลต์ของบ้านก็คือต้นไม้กลางบ้านนั่นเอง เพิ่มระแนงไม้ตรงชั้น 2 ของบ้านเพื่อความอบอุ่น ข้างในบ้านส่วนห้องรับแขก ห้องนอน รวมทั้งห้องอาบน้ำ ย้ำเป็นสีขาว มีโรงหยุดรถยนต์ประตูเหล็กปิดทึบมองเป็นส่วนตัว

8. แบบบ้านทรงกล่องสองชั้นสไตล์โมเดิร์นทรอคอยปิคอล

วิถีชาวเมืองบรรยากาศสนิทสนมธรรมชาติน้อยมาก ด้วยเหตุนี้แบบบ้านทรงกล่องข้างหลังนี้สามารถตอบปัญหา แล้วก็ซ่อนเร้นความโมเดิร์นไปด้วย ยกตัวอย่าง  แบบบ้านสองชั้นพื้นที่ขนาด 600 ตารางเมตร 

รอบตึกตกแต่งด้วยระแนงสีขาวแล้วก็ช่องหน้าต่างช่วยทำให้ข้างนอกมีความเด่นและก็มองโมเดิร์น รักษาพื้นที่ส่วนตัว รวมทั้งมีการเปิดโอกาสให้แสงสว่างสามารถส่องเข้ามายังพื้นที่ต่างๆได้ทั้งวัน ข้างหน้ามีที่จอดรถปริมาณ 4 คัน รอบๆโซนห้องรับแขก ห้องสำหรับรับประทานอาหาร แล้วก็ครัว มีสวนหย่อมโอบล้อม สร้างความร่มเย็นสบายตา

9. แบบบ้านทรงกล่องสีขาวสองชั้น 4 ห้องนอน

แบบบ้านทรงกล่องสองชั้นสีขาว โปร่ง โล่งเตียน สว่าง สะอาด สบายตา มี 4 ห้องนอน รั้วรอบขอบใกล้ปิดทึบเพื่อความเป็นส่วนตัว แต่ว่าข้างในบ้านก็มีกระจกแล้วก็ไม้ระแนงไว้รับแสงแดด รอบๆหน้าบ้านเว้นเป็นลานโล่งเตียนเอาไว้หยุดรถยนต์ได้ราวๆ 2 คัน มีคอร์ตยาร์ดกลางบ้านหรือลานไม้กึ่งกลางบ้านไว้สำหรับประกอบกิจกรรมหรืองานเลี้ยงได้ ข้างในบ้านด้านล่างเน้นย้ำพื้นที่ส่วนกลาง อย่างเช่น ห้องรับแขก ห้องสำหรับรับประทานอาหาร รวมทั้งครัว

ส่วนฝั่งข้างหน้าเป็นห้องนอนส่วนตัว 1 ห้อง และก็พื้นที่ชั้นสองแบ่งได้ห้องรับแขก 1 ห้อง ที่เหลือเป็นห้องนอน 3 ห้อง โทนสีที่ใช้เด่นๆเป็น สีไม้ สีขาว แล้วก็สีเทา คุมโทนดีทุกมุม

10. แบบบ้านทรงกล่องสไตล์ประเทศญี่ปุ่นสีดำสามชั้น

คนไหนกันแน่จะไปมั่นใจว่าพื้นที่หน้าแคบก็สามารถก่อสร้างบ้านแบบกล่องได้ถึงสามชั้น ขนาดราว 66 ตารางเมตร ตัวบ้านด้านนอกลงสีดำเข้ม ไม้ระแนงช่วยอำพรางตารอบๆกระจก ด้านล่างประกอบไปด้วยพื้นที่โล่งกว้างที่เชื่อมต่อระหว่างนอกบ้านกับในบ้าน ห้องอาบน้ำทรงยาว รวมทั้งห้องส่วนตัวข้างหลัง ต่อไปชั้นสองเป็นครัวแล้วก็ห้องอาหาร ส่วนข้างหลังทำเป็นห้องส่วนตัว ข้างหน้าทำเป็นห้องรับแขก ชั้นสามเป็นหลักที่ของห้องใต้หลังคา ที่สามารถดูลงไปมองเห็นห้องครัวกลางบ้านได้ ส่วนโซนข้างหลังเป็นลานสำหรับพัก

ตัวอย่างบ้านพร้อม รายละเอียด

บ้านทรงกล่อง

สถาปัตยกรรมในแต่ละท้องถิ่นจะมีองค์ประกอบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ อย่างเช่น บ้านในเมืองเหนือโบราณจะเครื่องประดับไม้ที่อยู่บนยอดจั่วของอาคารเรียกว่า “กาแล” สำหรับบ้านในแถบประเทศโมร็อกโก หรือประเทศโลกอิสลามจะมีสิ่งที่เรียกว่า “Muxarabi” โดยใช้ไม้ซีดาร์มีตีเป็นแผงช่องตารางเล็ก ๆ ที่ดูไม่มีรายละเอียดมาก 

ดึงดูดความสนใจได้อย่างน่าทึ่ง เห็นได้ชัดจากบ้านหลังนี้ ซึ่งสร้างอยู่ในเมือง Piracicaba รัฐเซาเปาโล ประเทศบราซิล มองจากภายนอกจะเห็นสถาปัตยกรรมที่เป็นเส้นตรงที่ไม่ซับซ้อนแต่น่าประทับใจที่การเลือกวัสดุให้ตัดความรู้สึก และฟาซาดโปร่งๆ ที่อยู่ด้านหน้าเหมือน Muxarabi ขนาดยักษ์

ออกแบบบ้านบนพื้นที่ 492 ตร.ม. ที่โชว์รูปทรงสถาปัตยกรรมผ่านเส้นตรงที่เรียบง่ายแต่น่าประทับใจ วัสดุหลัก ๆ ของบ้านสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กและอิฐก่อ ตัดความรู้สึกแข็งกระด้างและหนาหนักด้วยงานไม้ พร้อมแผงฟาซาดช่องตารางสีขาวขนาดใหญ่ด้านหน้า แต่ละฟังก์ชันของบ้านก็ทำงานอย่างตรงไปตรงมา อย่างเช่น โครงสร้างบ้านที่เป็นกรอบคลุมปกป้องบ้าน

ผนังทั้งสองข้างทำหน้าที่เป็นกำแพงไปในตัว ส่วนหลังคาที่ยื่นออกมาก็เป็นกันสาดด้านหน้า ฟาซาดช่วยทำหน้าที่กรองแสงลดความร้อน และยังบดบังสายตาผู้คนที่ผ่านไปมา ให้มีความเป็นส่วนตัวขึ้นโดยไม่ทำให้รู้สึกว่าบ้านปิดตัวมากเกินไป

บ้านทรงกล่อง

แปลนชั้นล่างประกอบด้วยโถงทางเข้า ห้องนั่งเล่นที่เชื่อมต่อกับพื้นที่รับประทานอาหาร และห้องครัว ทางเข้าหลักมีประตูไม้ระแนงแบบหมุนได้เรียงยาวหลายแผ่น ซึ่งทำให้เข้าถึงห้องนั่งเล่นได้และปิดแยกห้องรับแขกกับห้องนั่งเล่นส่วนตัวออกจากกันได้อย่างยืดหยุ่น จัดสวนในพื้นที่บ้าน

ในห้องนั่งเล่นที่ดูโปร่งเบาล้อมรอบด้วย ผนังกระจกใสจึงดูเหมือนไม่มีขอบเขต ตั้งแต่ด้านหน้าถึงส่วนท้ายของไซต์ ต่างจากภาพที่เราเห็นภายนอกที่ค่อนข้างปิด การเชื่อมต่อกับภายนอกนี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการ และไลฟ์สไตล์ของเจ้าของได้ เป็นอย่างดี

ประตูกระจกอลูมิเนียมของพื้นที่ห้องอาหารเปิดออกได้ทั้งหมด ทำให้เชื่อมต่อกับบริเวณสระว่ายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่มีอุปสรรคมาขวางกั้นทั้งในแง่ของการสัญจรและสายตา  ด้วยวิธีนี้ไม่เพียงแต่ทำให้คนที่กำลังทานอาหารอยู่เหมือนมีส่วนร่วมกับคนที่ทำกิจกรรมอยู่ข้างนอกเท่านั้น แต่คนที่นั่งอยู่ในห้องพักผ่อนก็มองเห็นทะลุออกไปเห็นภูมิทัศน์ภายนอกทั้งหมดได้เช่นกัน

บ้านทรงกล่อง

ระหว่างพื้นที่นั่งทานข้าวกับห้องครัวจะมีบานประตูไม้มูซาราบีขนาดใหญ่ ช่วยให้แยกห้องครัวได้เมื่อจำเป็นโดยไม่รู้สึกว่าถูกตัดขาด เพราะยังสามารถมองเห็นกันลาง ๆ ผ่านช่องว่างซี่เล็ก ๆ นั้นได้ การใช้งานทุกฟังก์ชันในบ้านจึงมีทั้งความลื่นไหลและความยืดหยุ่นไม่ตายตัว สามารถปรับเปลี่ยนไปได้ตามสถานการณ์ Home

บ้านทรงกล่องน่าอยู่

 สีขาวถูกนำมาให้ในส่วนฟาซาดหลังบ้านด้วย ช่วยกรองแสงช่วงที่เป็นห้องส่วนตัวไม่ให้ภายในร้อนในช่วงกลางวัน ตลอดทั้งวันแสงธรรมชาติจะส่องลอดเข้าสู่ภายในตามช่องว่าง สร้างเอฟเฟกต์ของแสงและเงาที่ตกกระทบในรูปแบบที่แตกต่างกัน ตามทิศทางการเดินทางของแสง ในเวลากลางคืนแสงประดิษฐ์จะส่องผ่านพื้นที่เล็กๆ นี้ออกจากภายในสู่ภายนอก ทำให้บ้านกลายเป็นโคมไฟขนาดใหญ่ในเมืองที่สร้างความโดดเด่นอย่างแตกต่างจากช่วงกลางวัน บ้านทำเลดี

ก่อนซื้อบ้านน็อกดาวน์

สิ่งที่ควรรู้ ก่อนซื้อบ้านน็อกดาวน์

ก่อนซื้อบ้านน็อกดาวน์

ก่อนซื้อบ้านน็อกดาวน์ ความนิยมบ้านน็อกดาวน์มีจุดเริ่มต้นมาจากความต้องการใช้งานพื้นที่อยู่อาศัยแบบชั่วคราว เราจะเห็นได้ว่า บ้านน็อกดาวน์มักจะทำมาจากตู้คอนเทนเนอร์ หรือทำจากวัสดุที่ต่อประกอบง่ายแบบสำเร็จรูป ใช้เวลาเพียง 1 วันก็สร้างเสร็จ เข้าอยู่อาศัยได้ทันที แต่บ้านน็อกดาวน์แตกต่างจากบ้านที่สร้างเพื่ออยู่อาศัยอย่างไร วันนี้ไทยรัฐออนไลน์มีคำตอบมาฝากกัน

บ้านน็อกดาวน์ คืออะไร

บ้านน็อกดาวน์ (Knock Down Home) คือกลุ่มย่อยของบ้านสำเร็จรูป (Finished Home) เป็นที่อยู่อาศัยที่ใช้พื้นที่ใช้งานเป็นออฟฟิศ, ร้านค้า จนกระทั่งเป็นที่อยู่อาศัยได้ แต่ไม่สามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัยถาวรได้ เนื่องจากวัสดุที่ใช้มีอายุราว 10-15 ปี  phuket property

ก่อนซื้อบ้านน็อกดาวน์

ความแตกต่างระหว่างบ้านน็อกดาวน์ กับบ้านสำเร็จรูป หรือบ้านก่ออิฐ

1. บ้านน็อกดาวน์ ไม่มีคาน ใช้ผนังเป็นตัวรับน้ำหนัก
2. ขั้นตอนประกอบบ้านน็อกดาวน์ ไม่มีเศษขยะ และฝุ่นละออง เท่ากับการสร้างบ้านจากอิฐ ปูน เพราะถูกตัดชิ้นส่วนมาพร้อมประกอบแล้ว
3. อายุการใช้งานของบ้านน็อกดาวน์ขึ้นอยู่กับวัสดุที่นำมาใช้ประกอบ

หลังคาบ้านน็อกดาวน์

มักนิยมใช้หลังคาเมทัลชีท หรือกระเบื้องที่มีน้ำหนักเบา จึงเป็นข้อแตกต่างที่ชัดเจน และไม่ควรติดตั้งอุปกรณ์หนักๆ ไว้บนหลังคา เพราะเสี่ยงทรุด

ผนังบ้านน็อกดาวน์

นอกจากไม้แล้ว ยังนิยมใช้กลุ่มผนังเบา อย่างซีเมนต์บอร์ด หรือผนังสำเร็จรูปที่ทำมาจากไฟเบอร์ซีเมนต์ ผสมด้วยเส้นใยเซลลูโลส และแต่งเติมด้วยวัสดุอื่นๆ เพื่อให้ผนังทนความร้อนและแสงแดด

เสาบ้านน็อกดาวน์

เสาบ้านน็อกดาวน์มักทำด้วยเหล็ก เช่น เหล็ก H Beam ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดของโครงสร้าง และแม้ว่าเหล็กจะเคลือบด้วยสารกันสนิมแล้ว ต้องคอยตรวจสอบการผุกร่อนตามอายุการใช้งาน

พื้นบ้านน็อกดาวน์

การปูพื้นบ้านน็อกดาวน์นั้นวางซีเมนต์บอร์ด เพื่อปูพื้นลามิเนต พื้นกระเบื้อง หรือปูกระเบื้องเซรามิกเพิ่มเติมได้เหมือนกับพื้นบ้านทั่วไป ข้อควรระวังก็คือ ควรเลือกวัสดุที่ทนความชื้น ป้องกันเชื้อราจากพื้นดิน และมีน้ำหนักที่พอเหมาะ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด 

การเลือกเฟอร์นิเจอร์ใช้กับบ้านน็อกดาวน์

หากคุณตัดสินใจซื้อ บ้านน็อกดาวน์ สักหลังเพื่อสร้างออฟฟิศ ร้านค้า หรือไว้อยู่อาศัย ก็อย่าลืมคำนึงถึงเรื่องน้ำหนักของบ้านน็อกดาวน์ เมื่อเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ เราสามารถบิวต์อิน (Built-In) ได้ แต่ส่วนประกอบทั้งหมดต้องไม่ทำให้บ้านหนักเกินไป โดยปรึกษากับผู้จำหน่ายให้ชัดเจน ขอคำปรึกษาหลังการขายว่าเราสามารถต่อเติมได้มากน้อยแค่ไหน

บ้านชั้นเดียว

บ้านสำเร็จรูป คืออะไร

เมื่อพูดถึงบ้านน็อกดาวน์ไปแล้ว จะไม่พูดถึงบ้านสำเร็จรูปก็ไม่ได้ เพราะทั้งสองแบบนี้มีความคล้ายคลึงกัน ต่างกันตรงอายุการใช้งานที่เกริ่นให้ทราบไปแล้วว่า บ้านสำเร็จรูป มีอายุการใช้งานที่มากกว่า เนื่องจาก

  • ผนังสำเร็จรูปในโครงสร้างหลักไม่ได้ใช้ซีเมนต์บอร์ด แต่เป็นแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป ซึ่งจะมีขนาดใหญ่ และต้องใช้การประกอบที่มากกว่าการสร้างบ้านน็อกดาวน์ โดยเฉพาะขั้นตอนการผสานคอนกรีต และการตกแต่งภายใน
  • ดังนั้นระยะเวลาการประกอบบ้านสำเร็จรูปจึงมากกว่าบ้านน็อกดาวน์ อย่างน้อยก็ 2-3 เดือนจึงจะเห็นโครงสร้างทั้งหลัง
    บ้านสำเร็จรูปสามารถตกแต่งบิวต์อิน (Built-in) ได้โดยไม่ติดข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักเหมือนบ้านน็อกดาวน์ แต่ก็ต้องระวังเรื่องการเจาะผนัง
  • การติดตั้งหลังคาและระบบทำความร้อนกับบ้านสำเร็จรูปทำได้เต็มรูปแบบ
  • เจ้าของบ้านเลือกปูพื้นบ้านสำเร็จรูปได้ตามความชอบ หากอยากปูกระเบื้องหินอ่อน กระเบื้องแกรนิต เพื่อเพิ่มความสวยงามก็ทำได้
บ้านสำเร็จรูปชั้นเดียว

แต่สิ่งที่เหมือนกันของการสร้างบ้านน็อกดาวน์และบ้านสำเร็จรูปคือ เจ้าของบ้านไม่ควรต่อเติมด้วยตัวเอง ควรวางแผนการก่อสร้างมาตั้งแต่แรก หรือหากจำเป็นต้องต่อเติมต้องให้ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยดู เพราะเรื่องโครงสร้างน้ำหนักของบ้านสำเร็จรูปทั้งสองแบบเป็นสิ่งที่ควรระวัง ไม่เช่นนั้นแล้วจะตามมาด้วยปัญหา ร้าว ทรุด ไปจนถึงบ้านล้ม

ข้อดี บ้านน็อคดาวน์ สำเร็จรูป

1. ระยะเวลาในการสร้าง รวดเร็ว ทันใจ เร็วสุด ใช้เวลาในการประกอบ ติดตั้งภายใน 1-2 วัน และระยะเวลา 1-3 เดือน สำหรับบ้านสำเร็จรูป ที่อาจต้องรอสั่งทำขึ้นมาใหม่ ซึ่งหากเทียบจากบ้านทั่วไปนั้น อาจต้องใช้เวลานานถึง 5 เดือนขึ้นไป

2. ลดภาระเรื่องแบบบ้าน เนื่องจากบ้านสำเร็จรูป มีให้เลือกเฉพาะ แบบบ้านที่บริษัทได้ออกแบบไว้ ผู้ซื้อไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายในการออกแบบบ้าน สามารถเลือกแบบต่างๆ ที่มีได้เลย

3. งบไม่บาน บ้านสำเร็จรูป ลักษณะการซื้อขาย เช่นเดียวกับสินค้าทั่วไป ราคาปกติแล้วจะเป็นไปตามที่ได้ตกลงกันกับบริษัท มักเป็นราคากลางที่ทางบริษัทผู้จำหน่ายได้กำหนดไว้แล้ว อาจมีความแตกต่างเล็กน้อย หากพื้นที่ดังกล่าวนั้น เข้าไปติดตั้งยากลำบาก หรือมีระยะทางในการขนส่งที่ไกลกว่าปกติ

4. มีตัวอย่างให้ชม ปัจจุบันผู้ประกอบการบ้านน็อคดาวน์สำเร็จรูปหลายบริษัท นิยมสร้างบ้านตัวอย่างไว้โชว์ เพื่อให้ผู้สนใจเข้าชมผลงาน หรือบางบริษัทใช้บ้านน็อคดาวน์ทำเป็นรีสอร์ท เปิดให้เข้าพักได้ จุดนี้จะเป็นข้อดีทั้งผู้ประกอบการและผู้ซื้อ เพราะบ้านตัวอย่าง สามารถทำกำไรด้านค่าเช่าพักได้ ส่วนผู้ที่ต้องการซื้อ สามารถเช่าพักค้างคืนได้ ทำให้เกิดความมั่นใจในการอยู่อาศัยมากยิ่งขึ้น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด 

5. ระบบไฟฟ้า ประปา สุขาภิบาล พร้อมติดตั้งมาให้อย่างเป็นระเบียบแล้ว ผู้อยู่อาศัยไม่ต้องหาช่างมาทำใหม่ สามารถใช้งานได้โดยทันที

6. เคลื่อนย้ายสะดวก โดยเฉพาะบ้านน็อคดาวน์ สำเร็จรูป หรือที่หลายท่านเรียกว่า บ้านโมบาย สามารถขนย้ายได้เลย

ข้อเสีย บ้านน็อคดาวน์ สำเร็จรูป

1. วัสดุก่อสร้าง ปกติแล้ววัสดุที่นำมาใช้สร้างบ้านน็อคดาวน์ ทางบริษัทรับสร้างได้กำหนดไว้เป็นมาตรฐานแล้ว ผู้ซื้อไม่สามารถกำหนดวัสดุตามต้องการได้ อาจได้บ้างเพียงแค่สีสัน หรือปรับเปลี่ยนเพียงบางส่วนเท่านั้น แต่โดยโครงสร้างหลักแล้ว เป็นไปตามที่บริษัทผู้รับสร้างได้ออกแบบไว้ และอาจมีบางบริษัท ที่ไม่ได้สร้างตามแบบที่ได้โชว์ไว้ ตรงส่วนนี้ แนะนำให้สืบค้นประวัติ หรือสอบถามรายละเอียดให้ชัดเจนก่อนทำสัญญาสั่งซื้อ

2. ข้อจำกัดด้านขนาด เนื่องจาก สร้างบ้านบ้านน็อคดาวน์ จำเป็นต้องเน้นโครงสร้างที่รับน้ำหนักได้อย่างจำกัด การออกแบบ ก่อสร้าง จึงทำได้เพียงบ้านขนาดเล็ก หากต้องการหลังใหญ่ บ้านประเภทดังกล่าวนี้ จะไม่เหมาะสมเท่าไหร่นัก

3. การต่อเติมที่ทำได้ยาก เนื่องจากการออกแบบโครงสร้างบ้านส่วนต่างๆ ทำมาเพื่อรองรับกับแบบสำเร็จรูปดั้งเดิม การต่อเติมหรือดัดแปรงจึงทำได้ยาก

4. มีแบบบ้านอย่างจำกัด โดยปกติแล้วแต่ละบริษัท จะออกแบบมาให้ลูกค้าได้เลือกไม่มากนัก จึงอาจไม่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ 100%

5. อายุการใช้งาน หากเทียบการใช้งานกับบ้านทั่วไปแล้ว บ้านน็อคดาวน์มีอายุการใช้งานที่น้อยกว่า ส่วนใหญ่จึงนิยมประยุกต์ไว้ใช้ทำรีสอร์ทขนาดเล็ก บ้านพักในสวน บ้านหลังเล็กสำหรับแยกอยู่อาศัยจากบ้านหลัก แต่ทั้งนี้ ก็ไม่ได้หมายความรวมว่าจะเป็นเช่นนี้ทั้งหมด เพราะปัจจุบันบางบริษัท ได้มีการควบคุมการก่อสร้างและวัสดุคุณภาพ รวมถึงการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ทำให้บ้านน็อคดาวน์สำเร็จรูปบางแบบ มีอายุการใช้งานสูงขึ้น ยาวนาน 40-50 ปี ก็มี

บ้านน็อคดาวน์สองชั้น

สรุป บ้านน็อคดาวน์ เป็นอีกรูปแบบบ้านเพื่อใช้ในการอยู่อาศัย หรือประยุกต์ทำรีสอร์ท ออฟฟิศชั่วคราว เหมาะกับผู้ต้องการความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย ประหยัดงบประมาณ และเสร็จเร็วทันใจ แต่จะไม่เหมาะสมนักหากต้องการนำมาใช้เป็นบ้านถาวร ระยะยาว ซึ่งจะดูแลรักษาได้ยากกว่าบ้านทั่วไป แต่สิ่งที่ได้มาทดแทนคือราคาต้นทุนในการสร้าง ที่ต่ำกว่าบ้านทั่วไปมากเช่นกัน จัดสวนในพื้นที่บ้าน

ซื้อบ้านน็อกดาวน์ ดีไหม พิจารณา ดังนี้

หากคุณต้อง การซื้อบ้านน็อกดาวน์ เพื่ออยู่อาศัยเป็นบ้าน ไม่ได้รวมเหตุผลที่ว่าจะซื้อมาทำเป็นร้านค้า หรือออฟฟิศชั่วคราว ควรพิจารณา ดัง ต่อไปนี้

1. ใช้งานอะไร

หากคุณต้องการซื้อบ้านน็อกดาวน์เพื่อเป็นบ้านพักอาศัย หรือทำโฮมสเตย์ ต้องนำราคาบ้านมาคำนวณกับระยะเวลาที่คาดว่าจะได้ใช้ประโยชน์ เพราะไม่ว่าจะเป็นบ้านแบบใดก็ตาม เริ่มใช้งานไปสักพักก็จะต้องจ่ายซ่อมบำรุง อาทิ หน้าต่างรั่ว น้ำฝนซึม เป็นต้น

2. ผู้ใช้งาน

จำนวนผู้ใช้งานจะเป็นตัวตัดสินใจซื้อบ้านน็อกดาวน์ที่ดีอย่างหนึ่ง หากมีผู้อยู่อาศัยหลายคน ก็จะคำนึงถึงความเสื่อมของตัวบ้านได้ บ้าน 

3. ติดตั้งที่ใด

หากตัวบ้านน็อกดาวน์ติดตั้งใกล้กับต้นไม้หรือดินที่มีความชื้น ก็มีโอกาสเกิดปัญหาเชื้อราตามผนังหรือพื้น รวมถึงหากเคยเป็นพื้นที่น้ำท่วมบ่อย ก็จะมีผลต่อโครงสร้างที่เป็นเหล็ก เพราะฉะนั้นผู้ซื้อควรคำนึงถึงรายละเอียดให้มาก Home

4. วัสดุโครงสร้างบ้านน็อกดาวน์

วัสดุเป็นตัวกำหนดราคาของบ้านน็อกดาวน์ ถ้าเราทราบถึงยี่ห้อวัสดุแต่ละส่วนได้ก็ก่อนก็จะทำให้ตัดสินใจได้ง่าย ส่วนใหญ่แล้วผู้ขายจะต้องชี้แจงมาในใบเสนอราคา เพื่อให้ผู้ซื้อเปรียบเทียบรายละเอียด

5. งบประมาณในการมีบ้าน

ราคาบ้านน็อกดาวน์ เริ่มต้น 50,000 – 90,000 บาท บางเจ้าให้แอร์ กับเดินระบบไฟฟ้าให้วิธีการคิดง่ายๆ ว่าจะซื้อบ้านน็อกดาวน์ หรือจะสร้างบ้านเองดี ก็ให้นำราคามาคำนวณกับพื้นที่ใช้สอยที่จะได้ รวมถึงอายุการใช้งาน

ว่าที่เจ้าของบ้านน็อกดาวน์หลังใหม่ก็อย่าลืมศึกษารายละเอียดและควบคุมงานก่อสร้าง เพื่อความคุ้มค่าที่จ่ายไป จะได้ไม่เสียใจภายหลัง บ้านทำเลดี

บ้านโมเดิร์นสีขาว สองชั้น

บ้านโมเดิร์นสีขาว สองชั้น สวยล้ำทันสมัย

บ้านโมเดิร์นสีขาว สองชั้น บ้านสไตล์โมเดิร์นเป็นการก่อสร้างที่ได้รับอิทธิพลมาจากช่วงยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 18 โดยในช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ผู้คนให้ความ สำคัญกับการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า โดยจะลดการใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ไม่มีความจำเป็นสำหรับการก่อสร้าง และเพื่อเป็นการลดความฟุ่มเฟือยจึงได้มีการนำ รูปทรงของเรขาคณิตมา เป็นแบบของโครงสร้าง

การตกแต่งสไตล์โมเดิร์น ยังเน้นที่ความเรียบง่าย ไม่นิยมการตกแต่งที่มากเกินความพอดี โดยให้ความสำคัญกับ การเลือกใช้พื้นผิวที่มีความเป็นธรรมชาติ อีกทั้งแต่ละพื้นที่ต้องมีประโยชน์ ในการใช้สอย ด้วยเหตุนี้คำว่า Modern แปลว่า สิ่งใหม่ จึงถูกนำมานิยาม การตกแต่งสไตล์นี้ เพื่อสื่อถึงความทันสมัย

รูปทรงของแบบ สไตล์โมเดิร์นเป็น แบบบ้านทรงโมเดิร์น มักเน้นที่ประโยชน์ใช้สอยในบ้านเป็นหลัก การออกแบบตามรูปทรงเลขาคณิตจึงเข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก เพราะช่วยให้บ้าน เป็นสัดส่วนใช้งานได้อย่างเต็มที่ รวมถึงมีจุดเด่นที่หลังคาแบบพื้นเรียบ หรือหลังคาเพิงแหงนที่ต่าง จากหลังคาหน้าจั่วทั่วไป ทำให้ภาพรวมของบ้านดูไม่มาก หรือน้อยจนเกินไป

บ้านโมเดิร์นสีขาว สองชั้น

ไอเดียบ้านโมเดิร์นประตูบานเลื่อนเชื่อมต่อพื้นที่

ความต้องการของผู้ใช้ เปลี่ยนไปตามกาลเวลา ดังนั้นการออกแบบสถาปัตยกรรมจึงสอดคล้องกับ การเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น โดยการสร้างพื้นที่ที่ใช้งานง่าย ยืดหยุ่น และดูได้นานๆ ไม่เบื่อ ซึ่งน่าจะเป็นแนวความคิดใหม่ๆ สำหรับคนสร้างบ้าน

เราจึงได้เห็นบ้านที่ดูโปร่งโล่ง สามารถปรับเปลี่ยน การใช้งานได้หลากหลายมากกว่าบ้านที่เต็มไปด้วย ห้องเล็กห้องน้อย อย่างโครงการนี้ก็มีจุดมุ่งหมายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการ ของครอบครัวสมัยใหม่ โดยคำนึงถึงสามเสาหลักในการสร้างบ้าน ได้แก่ ความยั่งยืน การใช้งาน และความยืดหยุ่นของพื้นที่เช่นกัน

บ้านสองชั้นสไตล์โมเดิร์นหลังคาแบนคานยื่นยาว เป็นมุมแหลมหลังนี้ มีพื้นที่ใช้สอย 438 ตารางเมตร สร้างอยู่ในนิโคเซีย เมืองหลวงของไซปรัส ซึ่งเราไม่ค่อยได้เห็นแบบบ้านกันบ่อยนัก ตัวบ้านจะวางอยู่ด้านหลังแปลงในทิศตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อให้บ้านรับแสงธรรมชาติ และการระบายอากาศอย่างเต็มที่จึงจัดสวน และสระน้ำไว้ด้านหน้า และเพื่อความแน่ใจ ว่าความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้จึงเปลี่ยนทางเข้า เป็นทางเดินเล็ก ๆ ด้านข้าง

บ้านโมเดิร์นสีขาว สองชั้น

ผนังคอนกรีตที่มีรู พรุนถูกใช้เป็นกำแพง ‘สีเขียว’ ระหว่างทางเดินทางเข้าบ้านและสวน สร้างประสบการณ์การมองเห็น ให้กับผู้มาเยี่ยมที่ค่อยๆ ค้นพบพื้นที่กลางแจ้งที่แสนสดชื่น และสร้างขอบเขตระหว่างพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่สาธารณะไปพร้อมกัน

KAI HOUSE ไม่เพียงโดดเด่นจากอาคาร โดยรอบจากดีไซน์เท่านั้น ยังน่าสนใจตรงฟังก์ชันการใช้งานที่เน้นการเข้าถึง พื้นที่ได้ง่ายไม่ว่าจะเป็นระหว่างภายในหรือภายนอก เช่น ประตูระเบียงบานเลื่อนที่ ชื่อมการตกแต่งภายในของบ้านกับลานกลางแจ้งและสระว่ายน้ำ ทำให้ดูเหมือนพื้นที่ เปิดโล่งขนาดใหญ่ที่ต่อเนื่องกันเป็นผืนเดียว

บ้านโมเดิร์น

ห้องนั่งเล่นกึ่งกลางแจ้งที่เห็นประตูบานเลื่อนกระจก

เมื่อเข้าสู่ภายในจะมีผนังไม้ สีน้ำตาลสะดุดตา แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ผนังไม้ที่เห็นซ่อนฟังก์ชัน ประตูบานเลื่อนไม้แบบ pocket door ที่เก็บเข้าไปในผนังได้ โดยมีจุดมุ่งหมายให้เกิดความ ยืดหยุ่นในการเลือกเปิด-ปิด เพื่อให้แยกช่องว่างภายใน หรือการรวมพื้นที่ต่างๆ เข้าด้วยกัน ตามความต้องการของแต่ละโอกาส

ห้องนั่งเล่นและพื้นที่รับประทานอาหาร ตั้งอยู่ในโซนยกระดับ ทำหน้าที่เป็นแกนหลักของบ้าน ห้องครัว และห้องนั่งเล่นส่วนกลางตั้ง อยู่ทางเหนือของบ้าน มีช่องเปิดออกสู่สวน สามารถแยกตัวออกมาได้ จากผนังไม้ที่เก็บเข้าด้านข้างได้จนสุดเหมือนไม่มีผนัง พื้นที่นั่งเล่นกลางแจ้ง พื้นที่นั่งเล่น และห้องครัวพร้อมสวนหลังบ้าน จะรวมกันเป็นหนึ่งเดียว

ผสานเข้ากับการใช้งาน ทั้งหมดของชั้นล่าง ทำให้ทุกโซนของบ้านเชื่อมต่อกันได้หมด เมื่อประตูทุกบานปิดลง จะสร้างพื้นที่ส่วนตัว เป็นผนังไม้ทึบที่บ่งบอกว่าไม่ต้องการการรบกวน การออกแบบประตูอย่างนี้ สร้างวิธีการใช้งานที่เป็นอิสระมากกว่า การก่อผนังมีประตูติดแบ่ง การใช้งานเป็นห้องแบบตายตัว

เสน่ห์และคุณภาพของการตกแต่งภายในอยู่ที่รายละเอียด ทั้งวัสดุที่หลากหลาย ชุดสีที่ตัดกัน และลูกเล่นของแสง ทั้งแสงแบบ direct light และ indirect light ที่ขับเน้นการตกแต่งภายในให้ดูมีความน่าประทับใจมากขึ้นในช่วงเวลากลางคืน

ตกแต่งสวยๆ

ถ้ากล่าวถึงประตูบ้าน เรามักจะคุ้นชินกับฟังก์ชัน สิ่งก่อสร้างที่ใช้ปิด และเป็นทางเข้าไปยังพื้นที่ที่ถูกปิดไว้ ประตูแบบดั้งเดิมจึงตายตัว และชัดเจนในการทำหน้าที่เป็นตัวกั้น ปิด แบ่งพื้นที่และการใช้งานออกจากกันให้เป็นสัดส่วน เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงทำให้การเข้าออก ชัดเจนว่าต้องปิดประตูเอาไว้หลังจากเข้าและออก

การจะเชื่อมต่อพื้นที่จากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่งจะยาก ในยุคหลัง ๆ จึงมีการออกแบบประตูกระจกที่สร้างความยืดหยุ่นในการใช้งานมากขึ้น เช่น ประตูบานเลื่อน ประตูบานเฟี้ยม ประตูแบบ pocket door ที่ทำให้เกิดช่องเปิดกว้าง ๆเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ได้ง่าย มีความยืดหยุ่นในการใช้งานได้มากขึ้น

บ้านสไตล์โมเดิร์น

เทคนิคสร้างบ้านสไตล์โมเดิร์น ให้เหมาะกับอากาศประเทศไทย

1.บ้านสวยงบประหยัด สไตล์โมเดิร์น
รูปแบบการสร้าง บ้าน ในปัจุบันมีให้เลือก มากมายหลากหลายสไตล์ แถมยังต่างไปจากสมัยก่อน มีการออกแบบสวยงาม มีการเลือกใช้วัสดุ ก่อสร้างที่ทันสมัย สวยงาม โดยรูปบ้านในปัจุบัน มีการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานและความชอบ ของผู้อยู่อาศัย

โดยสว่นใหญ่แล้วจะมี อิทธิพลมาจากตะวันตก อย่างเช่นบ้านสไตล์ลอฟท์ , บ้านสไตล์โคโลเนียล , บ้านสไตล์มินิมอล , บ้านสไตล์โมเดิร์น เป็นต้น อย่างเห็นได้ชัดว่า ในปัจจุบันบ้านเหล่านี้ มีให้เรามองมากมาย แถมยังได้รับความนิยมอย่างมาก phuket property

2.บ้านสไตล์โมเดิร์น สร้างง่ายๆ ในงบประหยัด
บ้านสไตล์โมเดิร์น เป็นอีกหนึ่งรูปแบบบ้าน ที่มีการปลูกสร้างมากที่สุด จุดเด่นคือความเรียบหรู เรียบง่าย ทันสมัย และยังดูแลความสะอาดง่าย แต่บ้านสไตล์โมเดิร์น ก็มีราคาที่ค่อนข้างสูง แถมตัวบ้านยังไม่ เย็นสบายเหมือนบ้านไทยสมัยก่อน จัดสวนในพื้นที่บ้าน

จึงเกิดความลังเล ให้กับผู้ที่ต้องการปลูกบ้าน วันนี้พี่ข้ามาพร้อมกับ เทคนิคสร้างบ้านสไตล์โมเดิร์น ให้เหมาะกับอากาศประเทศไทย เพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้ที่กำลังต้องการสร้าง มีงบน้อยก็สามารถสร้าง บ้านสวยๆ สไตล์โมเดิร์นได้ แถมยังสร้างความประทับใจ ต่อผู้ที่พบเห็น และเหมาะกับสภาพอากาศในประเทศไทยอีกด้วย บ้านเดี่ยว บ้านแฝด 

3.การเลือกทิสทางบ้าน
การปลูกบ้านสไตล์โมเดิร์น ให้เย็นสบายเหมือน บ้านไทยสมัยก่อน จะเลือกทิศทางบ้านให้ดี ดังนั้นควรจัดสรรพื้นที่ ใช้สอยทั้งภายนอก และภายในให้เหมาะสม สอดคล้องกับทิศทางลม แสงแดด ปละ ฝน อีกทั้งควรที่จะเปิดช่องรับลมอย่างเช่น ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ เป็นต้น

4.การเลือกหลังคา
บ้านสไตล์โมเดิร์น อย่างที่เห็นกันส่วนใหญ่ จะมีรูปแบบแบบราบ หรือ ไม่มีหลังคา แต่หากต้องการสร้าง บ้านสไตล์โมเดิร์นในประเทศไทย จำเป็นต้องมีหลังคา เพื่อรับลม และช่วยลดความร้อนของตัวบ้าน ดังนั้นควรสร้างหลังคาที่มีความลาดเอียง และมีการซ่อนรางน้ำ ไว้ภายใน และที่สำคัญ อย่าลืมเลือกประเภทกระเบื้อง หลังคาที่เหมาะสม และเหมาะกับประเทศไทย

5.ผนังบ้าน
การเลือกผนังบ้านก็มีความจำ เป็นอย่างมากในการสร้าง บ้านสไตล์โมเดิร์น บริเวณที่โดนแดดมากแนะนำ ให้ทำผนังทึบมากกว่ากระจก และหากพื้นที่มีแสงเข้ามาน้อยสามารถเลือก เป็นผนังกระจกได้ และหาผ้าม่านกันแสงมาติดภายในได้ Home

6.สีบ้าน
บ้านสไตล์โมเดิร์นควรเลือกหลังคา และสีบ้านที่มีโทนอ่อน เพราะสีเข้าจะดูดซับความร้อนได้ดี จะทำให้บ้านของคุณ มีความร้อนอบอ้าวมากขึ้น ควรเลือกสีโทนสีชมพูอ่อน ฟ้าอ่อน สีส้มเปลือกไข่ เป็นต้น

7.พื้นที่รอบบ้าน
ไม่ว่าจะเป็นบ้านสไตล์ไหน หากต้องการความร่มรื่น เย็นสบาย ควรเลือกปลูกต้นไม้บริเวณรอบบ้าน หรือ อาจจะสร้างสระน้ำเล็กๆ เพื่อเพิ่มความเย็นให้กับบ้าน บ้านเดี่ยว บ้านแฝด 

บ้านสไตล์โมเดิร์นเป็นบ้าน ที่มีความสวยงาม เรียบง่าย สามารถปลูกได้ในประเทศไทย เพียงรู้จักวิธีการทิศทางหรือ สิ่งที่ช่วยทำให้บ้านของคุณน่าอยู่ ร่มรื่น และเย็นสบายมากขึ้น เทคนิคสร้างบ้านสไตล์โมเดิร์น ให้เหมาะกับอากาศประเทศไทย เป็นวิธีง่ายๆที่สามารถนำ ไปปรับใช้ได้ พี่เข้แนะนำให้ต้องการให้บ้าน เย็นสบายเลือกใช้ สีจระเข้ คัลเลอร์ซีเมนต์ ทนต่อสภาพอากาศ แสงแดด ฝน ทนทาน ไม่กลัวความชื้น บ้านทำเลดี

ไอเดียบ้านสไตล์ฟาร์ม

ไอเดียบ้านสไตล์ฟาร์ม สวยและอบอุ่นเหมือนเดิม

ไอเดียบ้านสไตล์ฟาร์ม บ้านสไตล์ฟาร์มเฮ้าส์ (Farmhouse style) เป็นอีกหนึ่งลักษณะที่หลายๆคนชื่นชอบเป็นอย่างมากเพราะเนื่องจากหากได้ยินจากชื่อแล้วมักจะทำให้ใครหลายคนรู้สึกว่าบ้านในลักษณะ นี้มีความอบอุ่น และเหมาะที่จะเป็น ที่พักอาศัยมากที่สุด ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านั้นจะถูกจัดการโดยวัสดุก่อสร้างจากธรรมชาติ จึงทำให้พื้นที่ต่างๆ ที่อยู่ภายในและภายนอก

มักจะมีความอุดมสมบูรณ์ ไปด้วยความเป็นเอกลักษณ์ เพราะฉะนั้นอีกหนึ่งเสน่ห์ของบ้านในลักษณะนี้ จะมีทุกซอกทุกมุมที่ แตกต่างจากมาตรประเภทอื่น เพราะฉะนั้นผู้ที่ หลงไหลในงานศิลปะ หรือคนที่ชอบความสวยงามของธรรมชาติ ต้องการความสงบ ความเป็นส่วนตัวสูง มักจะชื่นชอบบ้านสไตล์ฟาร์มเฮ้าส์มากที่สุด บ้านเดี่ยว บ้านแฝด 

แถมยังนำไปปลูกสร้าง เป็นบ้านเดี่ยวที่อยู่ห่างไกลจากผู้คน ซึ่งแน่นอนเลยว่าหากอยู่ในประเทศไทย ก็ต้องไปอยู่ ในเขตบ้านไร่ปลายนา หรือในเขตรอบนอกของตัวเมือง ซึ่งดีน้อยมากหากจะ นำมาปลูกสร้างในพื้นที่ในเมือง การเลือกใช้พื้นที่ชนบทนั้น นอกจากจะสามารถ ประหยัดในเรื่องของค่าใช้จ่ายของวัสดุก่อสร้างแล้ว ยังง่ายต่อการขนส่ง ของพัสดุต่างๆ

อะไรคือบ้านสไตล์ฟาร์มเฮ้าส์ (Farmhouse style)

บ้านสไตล์ฟาร์มเฮ้าส์ คือบ้านที่อยู่ใน รูปแบบของบ้านที่อยู่ติดกับธรรมชาติ และใช้วัสดุจากธรรมชาติมา เป็นสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด ก่อนที่ใครจะมาสร้างหรือตกแต่งบ้านด้วย สไตล์ฟาร์มเฮ้าส์ คุณก็จะต้องรู้ความเป็นมาของบ้าน สไตล์ฟาร์มเฮ้าส์ ก่อนที่จะทำการตกแต่ง ในการก่อสร้าง โดยเริ่มต้นจามีคนได้ทำการสร้างบ้าน ที่อยู่ติดกับธรรมชาติ

จึงทำให้ใครหลายๆคน รู้สึกหลงใหล และชื่นชอบที่จะเข้าไปอยู่ในบ้านในลักษณะนี้ และนอกจากนี้คนที่อยู่ ในชนบทมาก่อน ซึ่งได้ขยับขยายพื้นที่และเข้าไปทำมาหากินในพื้นที่ในเมือง จึงทำให้รู้สึกว่าการสร้างบ้านในสไตล์ในเมืองนั้น รู้สึกอยู่แล้วไม่ปลอดภัย เท่ากับบ้านในสไตล์ที่ตนเคยอยู่ จึงทำให้ความแพร่หลายของบ้านสไตล์นี้

ได้ถูกสร้างขึ้นมาในสังคม จนทำให้ใครหลายๆ คนพบเห็นว่า บ้านสไตล์ฟาร์มเฮ้าส์ คืออีกหนึ่งศิลปะที่ สวยงามของการก่อสร้าง เพราะนอกจากจะสามารถใช้วัสดุธรรมชาตินำมา ปฏิบัติต่อกันได้อย่างลงตัวแล้ว  แบบบ้าน

 ยังทำให้ที่อยู่อาศัยรู้สึกอบอุ่น เต็มไปด้วยความปลอดภัย แถมยังสามารถรู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งเมื่อเข้าไปอยู่ หรือพักอาศัยในบ้านในลักษณะนี้ เพราะฉะนั้นหากใครสนใจอย่ารอช้า การเข้าไปจัดการตกแต่ง บ้านให้อยู่ในลักษณะถึงความอบอุ่นที่แท้จริง หรือในลักษณะกา รใช้วัสดุธรรมชาตินำมาประดับได้อย่างลงตัว ก็จะช่วยให้คุณ สามารถตกแต่งห้อง และพื้นที่ต่างๆภายในบ้านในสไตล์นี้ได้อย่างสำเร็จ 

ไอเดียบ้านสไตล์ฟาร์ม

1.บ้านฟาร์มโมเดิร์นเสน่ห์ที่ปรับให้เข้ากับยุคสมัย

แม้ว่าโลกของสถาปัตยกรรม จะเดินไปข้างหน้าพบกับสิ่งใหม่เรื่อย ๆ แต่ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังหลงรัก ความอบอุ่นแบบบ้านสไตล์ฟาร์มอยู่ และนำมาปรับเปลี่ยน ประยุกต์บ้านไร่ให้มี อารมณ์สมัยใหม่ ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเป็นพิเศษในขณะนี้

ด้วยการผสมผสานการออกแบบ แบบร่วมสมัยเข้ากับรูปแบบ บ้านไร่แบบดั้งเดิม ลดทอนรายละเอียด ให้เส้นสายที่สะอาดตา หน้าต่างบานใหญ่ ผนังแนวตั้ง หลังคาโลหะเมทัลชีท แปลนอาคารแบบเปิด โล่งดึงดูดสายตา สำหรับใครที่กำลังมองหาบ้านฟาร์มโมเดิร์น ที่นี่อาจเป็นหนึ่ง ในแรงบันดาลใจให้คุณได้ ตกแต่งบ้าน

บ้านในชนบทแห่งนี้ตั้งอยู่ ในฟาร์มของครอบครัว ออกแบบมาสำหรับเจ้าของและแขกที่แวะมาเยี่ยมเยือน โดยได้รับแรงบันดาลใจ จากพื้นถิ่นของประเทศนิวซีแลนด์ แต่ปรับรูปแบบ และวัสดุให้มีความทันสมัยขึ้น โดยใช้โทนสีกลาง ๆ หน้าจั่วสองด้านต่างรูปแบบ ล้อมรอบต้นไม้ที่มี อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ขนาบด้วยอาคารอิฐโชว์แนว รูปแบบหลังคาแบน ซึ่งเป็นที่ตั้งของปีกทางเข้าและส่วนบริการ สร้างบรรยากาศความ เป็นกันเองอบอุ่น ด้วยวัสดุที่คุ้นเคย

ไอเดียบ้านสไตล์ฟาร์ม

ด้านหนึ่งของหน้าจั่วจะติดวัสดุกระจกใสเต็มพื้นที่

ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่ง ที่ทำให้บ้านดูต่างไป จากบ้านฟาร์มแบบ Traditional ที่มักจะใช้ไม้ตีผนัง ในแนวตั้งจนเต็มพื้นที่ และใส่ช่องแสงเล็ก ๆ เพื่อควบคุมอุณหภูมิในบ้าน ผนังและหลังคาอีกด้านหนึ่ง ของบ้านจะเป็นวัสดุเมทัลชีทสีขาว แม้แต่ปล่องไฟก็ถูก ออกแบบใหม่ในดีไซน์ที่ ดูเรียบคมไม่ซับซ้อนในแบบโมเดิร์นมินิมอล

สิ่งหนึ่งที่บ้านฟาร์มแบบเก่า ๆ ต้องมีเป็นเอกลักษณ์ และบ้านนี้ยังคงเก็บเอาไว้ให้คิดถึงคือ เฉลียงบ้านที่เรียงยาวตาม แนวอาคาร เป็นพื้นที่ใช้งานกึ่งกลางแจ้งสำหรับนั่งเล่นชมบรรยากาศไร่นา พักผ่อนเมื่อเสร็จงาน เปลี่ยนบรรยากาศออกมานั่งจิบชา รับประทานอาหารนอก บ้านในวันที่อากาศสบาย ๆ บ้านนี้จึงเต็มไปด้วยความสะดวกสบาย อบอุ่น และเต็มไปด้วยเสน่ห์

จะดีแค่ไหน ถ้าหากตอนนั่งเล่นเพลิน ๆ ในโซนนั่งเล่นมีวิวสนามหญ้าให้มอง ในห้องครัวก็ยังสามารถ มองทะลุผนังออกไปจับภาพวิวทิวเขาที่มีก้อนเมฆไหลเอื่อยมาพักพิง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ทำอะไรก็ไม่พลาดภูมิทัศน์ที่สวยงาม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสถาปนิกใส่ใจให้ ความสำคัญกับทุกมุมมอง ในทุกพื้นที่ไม่มีใครถูกทิ้งแยกไว้ข้างหลัง ซึ่งแนวคิดนี้เป็นวิธี การใส่ฟังก์ชันใหม่ ๆ เข้าไป ทำให้บ้านฟาร์มตอบโจทย์ การใช้งานได้ดีกว่าเดิม

ห้องครัว

ไตล์บ้านไร่บ้านฟาร์มสมัยใหม่ นั้นคล้ายกับสไตล์คันทรี่ แต่เน้นไปที่ใช้วัสดุสีขาวหรือสีกลาง ๆ หรืออบอุ่น อาทิ ครีม เบจ และเทา รวมถึงโทนสีไม้ธรรมชาติและร่วมสมัยมากขึ้น ในขณะที่สไตล์คันทรีนั้นมีทั้งสีสดใสและสีพาสเทล และลวดลายดอกไม้ หรือลายตาราง เครื่องปั้นดินเผา ถังสังกะสี และตะกร้าหงายสานในการตกแต่ง

ซึ่งจะดูมีรายละเอียดใน การตกแต่งมากกว่า และให้บรรยากาศแบบชนบทบ้านไร่ ในขณะที่บ้านฟาร์มโมเดิร์น ตกแต่งน้อย ๆ ใช้งานโลหะในส่วนผนัง หลังคา ฮาร์ดแวร์และรายละเอียด ทางสถาปัตยกรรม ในดีไซน์เรขาคณิตโมเดิร์น รวมถึงการให้ความสำคัญกับการใช้กระจก และการเปิดรับมุมมองของภูมิทัศน์มากกว่า

บ้านฟาร์มหลังคาจั่วโมเดิร์น

2.บ้านฟาร์มหลังคาจั่วโมเดิร์น

สำหรับคนที่รักบรรยากาศ แบบทุ่งปศุสัตว์ ในภาพคิดมีม้าตัวสวย รั้วคาวบอยสีขาว บ้านทรงจั่วไม้อบอุ่น คงจะมีความฝันจะสร้างบ้าน แบบนั้นสักหลัง บ้านพักหลังนี้ก็เกิดจาก ความชอบนั้นเช่นกัน ไซต์งานตั้งอยู่ในสวนผลไม้ออร์แกนิก เจ้าของชอบบ้านที่ให้ความ รู้สึกอบอุ่นแบบบ้านฟาร์ม แต่ก็อยากปรับเปลี่ยนลุคและฟังก์ชันให้ร่วมสมัยมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีใจรักในสิ่งแวดล้อม มุ่งมั่นที่จะใช้วัสดุรีไซเคิล ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แม้กระทั่งการนำไม้ บางส่วนที่มีอยู่ในไซต์งาน (เช่น แบล็ควูด) มาทำบ้านโดยที่ไม่ต้องซื้อหาที่ไหน

Blackwood Lodge ตั้งอยู่บนพื้นที่ริมน้ำที่ Te Puna ใน Tauranga พร้อมทิวทัศน์ของภูเขา Maunganui ซึ่งอาคารเดิมสร้างมาตั้งแต่ปี 1970 เมื่อเวลาผ่านไปหลายสิบปีอาคารเดิมเริ่ม ทรุดโทรมและไม่ตอบโจทย์ จึงทำการปรับปรุงและต่อเติมใหม่ ใช้เวลาทำเกือบสามปี ด้วยความพิถีพิถัน

การออกแบบเน้นไปที่ การสร้างสอดคล้องกับภาษา สถาปัตยกรรมดั้งเดิม ผสมผสานระหว่างแนวทาง การใช้งานของอาคาร และเทคโนโลยีที่ยั่งยืน การสร้างบ้านที่มีการปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ต่ำที่จะทนทานต่อการทดสอบของเวลา

การปรับปรุงใหม่นี้สะท้อน ภาษาสถาปัตยกรรมดั้งเดิม โดยการใช้อิฐและไม้ซุงอย่างกว้างขวาง บริเวณจั่วบ้านทำจากไม้ ซีดาร์ที่ตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ ตัดกันกับสีเข้มของหลังคาเมทัลชีท ที่ทำให้บ้านดูทันมสมัยขึ้นทันที

นอกจากจั่วแล้วไม้ซีดาร์ ยังถูกนำมาใช้กับพื้นที่ ว่างใต้เฉลียง ทางเข้าและประตูโรงรถด้วย อิฐเดิมจากการรื้อถูกนำมาใช้ซ้ำ แต่มีไม่เพียงพอและสถาปนิกไม่สามารถหาแหล่ง ที่ตรงกันได้ เลยเลือกที่จะฉาบปูน ตรงส่วนของอิฐที่เพิ่มเข้ามา นอกจากนี้ยังมีบานประตูราง แขวนที่เป็นเอกลักษณ์ของบ้านฟาร์มที่ทำ ใหม่ให้ดูโมเดิร์นขึ้น

บ้านฟาร์มชั้นเดียว

ดีไซน์อาคาร และการวางแปลนคิดมาอย่างดี โดยคำนึงถึง โครงสร้างเดิมที่มีอยู่ ความสอดคล้องกับ ไลฟ์สไตล์ การใช้พลังงาน และใกล้ชิดกับธรรมชาติ อาคารหลักจะหันไปทางทิศเหนือ

ซึ่งเป็นกุญแจสู่หลักการออกแบบ ที่ยั่งยืนที่ดี เพราะเป็นทิศที่ให้แสงธรรมชาติอย่างมีคุณภาพเข้าสู่บ้านในช่วงเช้า แต่ร่มในช่วงบ่าย ทำให้บ้านใช้พลังงานน้อย ประตูบ้านบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่ที่ควบคุมได้ เพิ่มการระบายอากาศตามธรรมชาติ จัดสวนในพื้นที่บ้าน

เฉลียงรอบนอกเชื่อมระหว่างตัวบ้านกับภายนอก ให้สำหรับนั่งใช้ชีวิตในบ้านไหลลื่นออกมาสู่พื้นที่กึ่งกลางแจ้ง และต่อเนื่องออกนอกบ้านไปสู่สวนสวยกว้างๆ ที่อยู่ตรงกลางได้ง่ายขึ้น บ้านพักในแบล็ควูดยังสามารถพึ่งพาตนเองได้ในแง่ของพลังงานไฟฟ้าและน้ำ โดยติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าใช้เอง และมีระบบเก็บน้ำพร้อมหมุนเวียนน้ำใช้

ห้องนั่งเล่น

การตกแต่งภายในเน้นสีกลาง ๆ ให้ความสบายตา และงานไม้ที่ปูส่วนพื้นบ้าน

กรุตามแนวหลังคา และเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งเจ้าของได้ใช้ไม้แบล็ควูดที่ปลูกอยู่ในที่ดินมาตกแต่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณห้องครัวที่น่าประทับใจ เพราะเต็มไปด้วยงานไม้แทบทุกจุด เป็นการการเชื่อมต่อความรู้สึกระหว่างบ้านกับสวนผลไม้และสวนขนาดใหญ่ให้กลมกลืนเข้าด้วยกัน งานไม้ที่ห่อหุ้มทั้งภายนอกภายในนั้นยังมีประโยชน์ในแง่ของการเป็นฉนวนกันความร้อน ให้บ้านมีปราการปกป้องบ้านอย่างมีประสิทธิภาพ

การสร้าง บ้าน อย่างมีจิตสำนึกทางนิเวศวิทยา ตระหนักถึงแรงกระทบที่โลกต้องเผชิญ และให้ความเคารพต่อสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ เป็นแนวโน้มบ้านที่เราจะพบมากขึ้นเรื่อย ๆ

ซึ่งการออกแบบบ้านให้ประหยัดพลังงาน พึ่งพาตัวเองได้มาก สามารถทำได้ผ่านการออกแบบช่องแสง ช่องลม ดีไซน์อาคารให้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศท้องถิ่น และเลือกวัสดุที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ เช่น fly ash หรือขี้เถ้าลอย แทนการฉาบบ้านด้วยคอนกรีต ทำบ้านจากดิน ไม้ หรือเหล็ก เป็นต้น Home

บ้านโมเดิร์น สองชั้น

บ้านโมเดิร์น สองชั้น พักกาย พักใจ

บ้านโมเดิร์น สองชั้น บ้านสไตล์โมเดิร์นหนึ่งในแบบบ้านที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความโดดเด่นของแบบที่ดูทันสมัย เน้นการออกแบบเพื่อการใช้งานอย่างแท้จริงและเข้ากับทุกไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย

เสน่ห์ของ บ้านสไตล์โมเดิร์น ที่ทำให้หลายคน ตัดสินใจเลือกคือ โครงสร้างของบ้านที่ไม่ยุ่งยาก และในความเรียบง่าย ที่หลอมรวมเป็นบ้านนั้นนั้นกลับแฝงไปด้วย กลิ่นอายของความหรูหรา และมีเอกลักษณ์ที่แตกต่าง

ลักษณะบ้านสไตล์โมเดิร์น

  • แบบบ้านที่เน้นออกแบบพื้นที่ให้มีประโยชน์การใช้สอยได้สูงสุด
  • มีลักษณะเด่นด้วยการใช้รูปทรงเรขาคณิต เช่น สีเหลี่ยม วงกลม เส้นโค้ง
  • ประกอบด้วยโครงสร้างเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน
  • แบบบ้านมีความทันสมัย
  • มีความโปร่ง โล่ง ผ่อนคลายเมื่อยามอยู่อาศัย

เทคนิคก่อสร้างบ้าน ดีไซน์สวย ทันสมัย ประหยัดพลังงาน

บ้านโมเดิร์น สองชั้น

1.บ้านโมเดิร์นกับการวางทิศทางที่ช่วยประหยัดพลังงานเป็นเท่าตัว
ก่อนจะสร้างบ้านหลังหนึ่ง จำเป็นต้องมีการออกแบบ เรื่องทิศทางการวางบ้านจึงเป็นสิ่งสำคัญเพราะเกี่ยวข้อง กับทิศทางลม และแสงจากธรรมชาติที่จะเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับ การใช้พลังงานไฟฟ้าภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของไฟหรือเครื่อง ปรับอากาศก็ตาม

ทิศทางการวางบ้าน จึงต้องดูเรื่องความร้อน จากดวงอาทิตย์เป็นหลัก ปกติดวงอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันออก และอ้อมไปทางทิศใต้ ไปจรดตกดินที่ทิศตะวันตก ดังนั้น การสร้างบ้าน ที่จะช่วยประหยัดพลังงานได้ดี และให้ออกมาเป็นบ้านแบบโมเดิร์น ควรจะทำให้บ้านมีช่องลม และบานหน้าต่างที่หันไปรับแสงทางทิศเหนือ และสามารถกันแดด ด้านทิศตะวันตก และทิศใต้ได้ ไม่ควรวางแนวบ้านให้กีดขวาง ทางลมธรรมชาติ เพราะจะทำให้ บ้านอับความร้อน

ด้วยข้อดีของ แบบบ้านโมเดิร์น ที่เน้นความสวยงามด้วย ดีไซน์ที่เน้นช่องลมหลายจุด รวมไปถึงวัสดุที่เป็น บานกระจกใหญ่ที่สามารถ รับแสงธรรมชาติและกันความร้อนได้ดี ซึ่งโดยรวมวัสดุเหล่านี้ จะช่วยทำให้บ้านประหยัดพลังงานและบ่งบอกความ เป็นบ้านโมเดิร์นได้ไปในตัว

2.บ้านโมเดิร์นกับการเลือกวัสดุสร้างบ้านเพื่อถ่ายเทความร้อน
วัสดุที่ใช้ในการสร้างบ้าน โมเดิร์นนั้นถือเป็นเรื่อง ที่สำคัญมาก การเลือกวัสดุในการสร้างบ้านจึงเป็น เรื่องสำคัญโดยเฉพาะ การถ่ายเทความร้อนซึ่งจะเป็นประเด็นหลักในหัวข้อนี้ เนื่องจากการสร้างบ้านส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นบ้านแบบใดก็ตามมักจะใช้ผนังก่ออิฐ หรือคอนกรีตเสริมเหล็กที่ เป็นวัสดุที่มีมวลสารมาก ใช้เวลาถ่ายเทความ ร้อนนานทั้งการรับเข้า และการคลายออก

ทางเลือกของการจะช่วย ประหยัดพลังงานให้ กับบ้านได้ก็คือเลือกใช้วัสดุที่ระบายความร้อนช้าในการสร้าง ผนังบริเวณที่มีการใช้งานช่วงกลางวัน โดยช่วงกลางวันห้องจะ เย็นสบายจากการถ่าย เทความร้อนช้า แต่พอตกเย็นห้องจะสะสมความร้อน และใช้เวลาถ่ายเทความร้อนนาน

ดังนั้น ห้องที่ใช้งานช่วงกลางคืน อาทิ ห้องนอน จึงควรเลือกใช้อิฐมวลเบาหรือผนังเบาใน การประกอบห้องเป็นหลัก เพื่อที่เวลากลางคืนห้องจะได้เย็นสบายจากการถ่ายเท ความร้อนได้เร็ว ยิ่งไปกว่านั้นปัญหาหลัก ๆ ของแบบบ้านโมเดิร์นคือ ทรงหลังคาที่ปาดเรียบ แน่นอนว่าการทำทรงหลังคาแบบนี้จะประหยัดงบประมาณกว่าหลังคาซ้อนชั้น หรือที่มุงกระเบื้องเป็นจั่วตามแบบบ้านทั่วไป แต่ด้วยความที่ประเทศไทย เป็นประเทศเมืองร้อน ข้อเสียของบ้านโมเดิร์นที่มีหลังคา แบบปาดเรียบจึงทำให้ตัว บ้านชั้นบนได้รับความร้อนมากกว่าหลังคาแบบจั่ว  phuket property

การจะทำให้หลังคาบ้านโมเดิร์น แบบนี้นั้นสามารถ ช่วยประหยัดพลังงานจากความร้อนได้ก็คือ การติดตั้งฉนวนความร้อน ตัวกันความร้อน หรือหลังคาเมทัลชีท ซึ่งอาจจะต้องเพิ่มงบประมาณ การสร้างมากกว่าหลังคาแบบจั่ว แต่ในระยะยาวจะสามารถช่วยประหยัดไฟได้

บ้านโมเดิร์น สองชั้น

3.บ้านโมเดิร์นกับฉนวนความร้อนจากพื้นที่สีเขียว และบ่อน้ำ
จากข้อดีของการออก แบบตกแต่งดีไซน์ทั้ง 2 ข้อข้างต้น ไม่ว่าจะเป็นบานกระจกใหญ่ และหลังคาแบบปาดเรียบที่สามารถ สร้างบ้านให้ออกมาโมเดิร์นสุด ๆ แล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่ขาดไม่ได้ก็คือพื้นที่ภายนอก

ถึงแม้การออกแบบภายนอก และภายในจะดูทันสมัยแล้ว บริเวณภายนอกของตัวบ้านก็สำคัญไม่แพ้กัน นอกจากจะช่วยอัปเกรดให้ บ้านสวยงามทันสมัยมีความเป็นโมเดิร์นขึ้นแล้ว ยังสามารถช่วยประหยัดพลังงานได้แบบไม่รู้ตัว โดยเฉพาะการปลูกต้นไม้ใบหญ้ารอบ ๆ บ้าน ที่ช่วยให้อากาศรอบบ้านบริสุทธิ์ และยังได้รับความ เย็นจากต้นไม้ด้วย

โดยต้นไม้ส่วนใหญ่ จะช่วยเก็บความร้อน และระบายออกมาเป็นไอน้ำผ่านทางใบทำให้อากาศรอบ ๆ ต้นไม้เย็นลง รวมไปถึงการปลูกหญ้า ซึ่งเป็นเหมือนการปูฉนวนกันความร้อนให้กับ พื้นดินก็จะช่วยสะท้อนแสง สร้างความร่มรื่นและยังสามารถป้องกัน ฝุ่นในหน้าร้อนได้ ยิ่งปลูกต้นไม้เยอะเท่าไหร่ก็ช่วยให้อาณาเขต บ้านเย็นขึ้นเท่านั้น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด

หากใครที่มีงบประมาณมาก หน่อยก็สามารถตกแต่ง ภายนอกให้โมเดิร์นจ๋าเข้าไปอีกด้วยการสร้างบ่อน้ำพุ อ่างเลี้ยงบ่อ หรือ สระว่ายน้ำไว้ในบริเวณบ้านได้ เพราะนอกจากจะเติมแต่งบ้าน ให้เป็นบ้านโมเดิร์นแล้ว ยังช่วยลดอุณหภูมิอากาศความร้อนจากการระเหย ของน้ำได้ ซึ่งเป็นตัวช่วย การประหยัดหลังงานอย่างดีเยี่ยม โดยในปัจจุบันบ้านสไตล์โมเดิร์น ก็นิยมทำสวนโมเดิร์น และทำสระว่ายน้ำขนาด ไม่ใหญ่กันมากขึ้นแล้ว

บ้านโมเดิร์นโทนสีขาวน้ำตาล

ไอเดียบ้านโมเดิร์นสบายตากับโทนสีขาวน้ำตาล

สำหรับใครที่วันจันทร์ถึง ศุกร์เป็นวันที่แสนวุ่นวาย คงใจจดใจจ่อรอวันพักเสาร์อาทิตย์ ซึ่งบางครั้งการจะเดินทาง ไปท่องเที่ยวพักผ่อน วันหยุดกลับเพิ่มความเหน็ดเหนื่อยมากขึ้นอีก ดังนั้น แค่ได้ใช้เวลาช้า ๆ กับตัวเองและคนที่รักใน “บ้าน” ก็เพียงพอแล้ว SR House

เป็นบ้านอีกหลังที่เกิดขึ้น จากการเจ้าของต้องการ หลีกหนีจากความเร่งรีบของมหานครมาใช้เวลา ช่วงสุดสัปดาห์กับครอบครัว ในพื้นที่อันเงียบสงบที่รายล้อมด้วยทุ่งนา ในจังหวัดสระบุรี บ้านตั้งอยู่ใกล้โรงงานรองเท้าสานของเจ้าของ ทำให้บ้านหลังนี้เป็นศูนย์รวม ผ่อนคลายสบายตัว เมื่อทำงานเสร็จ

บ้านสองชั้น ที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรม เส้นสายตรงไปตรงมาทรงกล่องที่ถูกจัดวางอย่างเรียบง่าย แต่ตรงตามความต้องการใช้งาน และทิศทางของแสงและลม วัสดุภายนอกของตัวบ้าน ที่เลือกใช้คืออิฐดินเผา และผนังไม้เทียมสีน้ำตาล เพื่อแทรกความรู้สึก เป็นมิตรกับธรรมชาติเข้า ไปในสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ โดยพยายามทำให้ตัวบ้าน ไม่แตกต่างจากบริบทโดยรอบมากนัก ส่วนวัสดุภายในใช้ไม้เป็น วัสดุหลักเพื่อให้บ้านมีโทนสีอบอุ่น

บริเวณชั้นแรกสะดุดตากับพื้นที่ ใช้ชีวิตนอกบ้านที่ยื่นออกไปเป็นเฉลียงกลางแจ้งกว้างๆ ที่ให้ทัศนียภาพกว้างไกล ของทุ่งนาชวนให้ออกมานั่งชิล ๆ รับลมสบายๆ สูดกลิ่นหอมของดิน ข้าว ท่ามกลางท้องฟ้าสีคราม แบบไม่ต้องกลัวแดดเพราะมีหลังคาระแนงไม้ เทียมทำหน้าที่ช่วยกรองแสงแดด ส่วนหนึ่งของหลังคาเจาะช่องว่างให้ต้นไม้เติบโต รอวันที่กิ่งก้านจะเพิ่มร่มเงาให้อีก

บ้านบรรยายกาศดี

เฉลียงกลางแจ้งนี้เชื่อมต่ออย่างหลวม ๆ กับห้องนั่งเล่น

ห้องครัวและพื้นที่รับประทาน อาหารผ่านประตูบานเลื่อน กระจกที่เปิดออกได้กว้าง เหมือนบ้านขยายขอบ เขตออกไปเป็นพื้นที่เดียวกัน ด้วยความสบายนี้เองทำให้บริเวณนี้กลายเป็นมุม โปรดที่ทุกคนในบ้านชอบมาใช้เวลาที่นี่ ในส่วนฟังก์ชันอื่นๆ อย่างห้องซักผ้า ห้องน้ำ และห้องเก็บของจะ อยู่ทางทิศใต้ของบ้าน เพื่อรับแสงแดดยามบ่าย

เมื่อเข้ามาสู่ตัวบ้านที่ไม่ได้ เน้นความวิววับของสิ่งตกแต่ง หรือหรูหรา จะรู้สึกได้ถึงความนิ่ง เงียบ สงบ กับโทนการตกแต่งบ้านสีกลางๆ เน้นวัสดุไม้เป็นหลัก จับเข้าคู่กับโซฟาสีเทาตัวหนานุ่ม สไตล์โมเดิร์น เป็นความร่วมสมัยไม่หวือหวาที่ชวนให้เอนตัวลงไป ซึมซับความผ่อนคลายเอา ไว้ได้อย่างสบายใจ

ห้องนั่งเล่น

บันไดดีไซน์เส้นสายน่าสนใจ กับแม่บันไดเหล็ก ราวจับเหล็กกลมดัดสีขาวนวล ๆ ตัดกับลูกตั้งลูกนอนบันไดที่เป็นไม้ เป็นส่วนผสมของความใหม่กับคลาสสิกที่ลงตัวจนกลาย เป็นอีกหนึ่งจุดโฟกัสสายตา ในบ้านได้เช่นกัน บ้านทำเลดี 

พื้นที่ชั้นสองจะแยกเป็นส่วน ของห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัวสามห้องและห้องพระ ที่ต้องการความสงบเงียบ ความเคลื่อนไหวน้อย ๆ เหมาะสำหรับการพักและทำสมาธิเก็บพลังงานดี ๆ ก่อนกลับไปเผชิญความจริงของโลกที่แสนว้าวุ่นต่อไป บ้านเดี่ยว บ้านแฝด

บ้านห้องแบบสวยๆ

ความยืดหยุ่นในการใช้งาน เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของบ้านยุคใหม่ เพราะบ้านแวดล้อมด้วย สถานการณ์ที่อาจไม่เหมือนกัน เลยในสักวัน บางวันต้องการลม บางวันอยากได้ความอบอุ่นและแสง แต่ช่วงฤดูร้อนอาจอยากพรางแสงแต่ในอีกใจ หนึ่งก็ยังมองหาความสดชื่น จากวิวทุ่งนาภายนอก การทำเปลือกบ้านที่สามารถ ปิดเปิดได้ตามต้องการ เป็นฟาซาดระแนงไม้เทียมกรอบเหล็กสามารถ ตอบโจทย์โจทย์ชีวิตที่เปลี่ยนไปได้ทั้งหมด Home

บ้านที่มีฟาซาดหรือเปลือกบ้าน ช่วยให้ฟังก์ชันการใช้งาน ผนังมีความยืดหยุ่นขึ้น เช่น การติดตั้งฟาซาดในลักษณะ ตัวบานเปิดที่เรียงกันอยู่ตลอดแนวผนังชั้นสองนี้ จะทำหน้าที่ใน การปกป้องบ้านจากสภาพอากาศ ช่วยกั้นกรองแสง และปิดเพื่อมอบความเป็นส่วนตัว ให้กับบ้าน เมื่อเปิดออกจะเห็นหน้าต่างบานใหญ่และผนังกระจกที่ช่วยให้ แสงธรรมชาติเข้าไปส่องสว่างภายใน เติมลมหายใจมีชีวิตชีวา และรู้สึกกว้างขวางขึ้น จัดสวนในพื้นที่บ้าน

ที่พักชะอํา

ที่พักชะอํา ทะเลชายหาดสวย บรรยาอากาศดี

ที่พักชะอํา ชะอำ อำเภอหนึ่งในจังหวัดเพชรบุรีเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งที่เรียกได้ว่าฮอตมากกกทั้งหาดทรายขาว อุทยานสิ่งแวดล้อม วนอุทยาน ร้านอาหารเด็ด ๆ บอกได้คำเดียวว่าคู่ควรแก่การมาพักผ่อนอย่างที่สุด บ้านทำเลดี 

ได้รับความนิยมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ด้วยความที่เป็นเมืองท่องเที่ยวพักผ่อนตากอากาศที่อยู่ไม่ไกลกรุงเทพ ขับรถมาเพียง 2 ชั่วโมงนิดๆ ก็ได้ฟินไปกับบรรยากาศทะเลสุดคลาสสิค เชื่อว่าหลายๆ คนคงกักตัวอยู่บ้านมานาน จนร่างกายเรียกร้องหาวิตามิน Sea กันแล้ว

โรงแรมยูเรเซีย ชะอำ ลากูน, ชะอำ
(Eurasia Cha-Am Lagoon)

ยูเรเซีย ชะอำ ลากูน ที่พักสุดคลาสสิคที่ตั้งอยู่ มีห้องพักริมชายหาดชะอำ และบ้านพักให้เลือกทั้งหมด 6 แบบคือ Standard Room, Deluxe Room, Suite Room, 2 Bedroom Beach House, 3 Bedroom Beach House และ 4 Bedroom Beach House ภายในห้องพักตกแต่งอย่างเรียบง่ายเน้นการพักผ่อนอย่างสะดวกสบาย อีกทั้งยังมีระว่ายน้ำวิวทะเลขนาดใหญ่ที่พร้อมให้เพื่อนๆ ได้มาสนุกสนานหรือจะเปลี่ยนบรรยากาศไปเดินชิลล์และเล่นน้ำทะเลก็สามารถทำได้ตามความต้องการ

ที่พักชะอํา

  • ที่ตั้ง: 24/24 บางเก่า ต.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี
  • เบอร์โทร: 032 471 326
  • ราคา: ราคาโปรโมชั่นเริ่มต้น 746 – 4,443 บาท (อ้างอิงราคาจากเว็บ Booking วันที่ 11 มิ.ย 63)

เดอะ ปาลายานา หัวหิน รีสอร์ต แอนด์ วิลลา, ชะอำ
(The Palayana Hua Hin Resort and Villas)

เดอะ ปาลายานา หัวหิน รีสอร์ต แอนด์ วิลลา ที่พักหรูระดับ 5 ดาว ที่ตกแต่งในสไตล์ ไทยและคอนเทมโพรารี่ มีห้องพักให้เลือกทั้งหมด 48 ห้อง 8 รูปแบบ ที่สำคัญมีห้องพักแบบ Pool Villa 12 หลัง และยิ่งไปมากกว่านั้นห้องพักของที่นี่เกือบทุกห้อง ยังสามารถมองเห็นวิว ทะเลได้อีกด้วย ภายในห้องพักตกแต่งเพื่อตคอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ การพักผ่อนแบบหรูหราที่รับรองได้เลยว่าอิ่มใจและได้รับความสุขกลับไปเต็มๆ อย่างแน่นอน  phuket property

ที่พักชะอํา

  • ที่ตั้ง: 1390/19 ถ.เพชรเกษม (สายใต้) อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี
  • เบอร์โทร: 032 406 111
  • ราคา: ราคาโปรโมชั่นเริ่มต้น 3,051 – 38,760 บาท (อ้างอิงราคาจากเว็บ Booking วันที่ 11 มิ.ย 63)
  • Facebook: The Palayana

โรงแรมโกลเด้นบีช ชะอำ, ชะอำ
(Golden Beach Cha-Am Hotel)

โกลเด้นบีช ชะอำ โรงแรมสไตล์คอนเทมโพรารี่ที่ตั้งอยู่บนโลเคชั่นติดทะเล เลียบชายหาดชะอำ มีห้องพักให้เลือกทั้งหมด 5 รูมไทป์คือ Deluxe Sea View Room, Premier Sea View Room, Golden Premier Two View Suites (High floor), Executive Ocean View Suites และ Executive Family Ocean View Suites ซึ่งจุดเด่นของที่นี่จะเป็น ขนาดห้องพักที่กว้างขวางและสามารถมอง เห็นวิวทะเลได้แบบฟินๆ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ส่วนกลางไม่ว่าจะเป็น พูลบาร์ สระว่ายน้ำกลางแจ้ง และอีกมากมาย POOL VILLA

โรงแรมโกลเด้นบีช
โรงแรมโกลเด้นบีช ชะอำ
  • ที่ตั้ง: 208/14 ถนนร่วมจิตร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี
  • เบอร์โทร: 032 472 850 – 856
  • ราคา: ราคาโปรโมชั่นเริ่มต้น 1,210 – 4,536 บาท (อ้างอิงราคาจากเว็บ Booking วันที่ 11 มิ.ย 63)
  • Facebook: Golden Beach Hotel at Cha Am Hua Hin

เฌอ รีสอร์ท, ชะอำ
(Cher Resort)

เฌอ รีสอร์ท ที่พักริมทะเล หัวหิน-ชะอำ โดดเด่นด้วยดีไซน์ การตกแต่งแบบ Modern-Nature สุดหรู ที่ให้ความสำคัญกับต้นไม้ ซึ่งถือว่าเป็นเสมือนโลโก้ของที่นี่เลยก็ว่าได้ สำหรับห้องพัก มีให้เลือกหลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น แบบ Sky Jacuzzi Beach Front Villa ไฮไลท์ก็คืออ่างจากุชชี่ลอยฟ้า สามารถมองเห็นวิวทะเลได้อย่างชัดเจน แบบ Blissfully Green Villa ห้องพักสุดไพรเวทท่ามกลางสวนสวย invest in phuket property

มาพร้อมกับอ่างอาบน้ำกลางแจ้ง แบบ The Pool Paradise ห้องพักสไตล์พูลวิลล่า แบบ The Sea Spirit ห้องพักแบบ superior วิวทะเล และแบบ Panoramic Sea view ห้องพักชั้นบนที่สามารถ มองเห็นวิวทะเลได้แบบเต็มตา คุณจะได้สัมผัสกับดีไซน์ อันล้ำสมัยของ เฌอ รีสอร์ท ทั้งภายนอกและภายใน ที่กลมกลืนกับต้นไม้ น้อยใหญ่ได้เป็นอย่างดี จัดสวนในพื้นที่บ้าน

เฌอ รีสอร์ท,

  • ที่ตั้ง: 924 ถ.บุรีรมย์ ต.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี
  • เบอร์โทร: 032 508 508
  • ราคา: ราคาโปรโมชั่นเริ่มต้น 2,520 – 7,623 บาท (อ้างอิงราคาจากเว็บ Booking วันที่ 11 มิ.ย 63)
  • Facebook: Cher Resort Home

เรียนรู้บ้านทรง ไทยประยุกต์

เรียนรู้บ้านทรง ไทยประยุกต์ แบบสมัยโบราณ

เรียนรู้บ้านทรง ไทยประยุกต์

เรียนรู้บ้านทรง ไทยประยุกต์ เรือนไทยแบบดั้งเดิมเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นหลวม ๆที่ใช้ในภูมิภาคต่างๆของประเทศไทย บ้านทรงไทย มักมีลักษณะเป็นไม้ไผ่หรือโครงสร้างไม้ยกพื้นสูงและหลังคาทรงจั่วสูงชัน บ้านจากแต่ละภูมิภาคของประเทศไทยมีรูปแบบที่โดดเด่นซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบการดำรงชีวิตของผู้คนรวมถึงความเชื่อทางสังคมและวัฒนธรรมหรือประเพณีทางศาสนาและการประกอบอาชีพ

การก่อสร้าง

บ้านทรงไทยประยุกต์ ณ อุทยานร. 2
โดยใช้วัสดุธรรมชาติทดแทนเช่นไม้และไม้ไผ่อาคารบ้านเรือนมักสร้างขึ้นโดยไม่ต้องใช้โลหะรวมทั้งตะปู แทนที่จะใช้รูและร่องที่ตัดไว้ล่วงหน้าเพื่อประกอบชิ้นส่วนไม้เข้าด้วยกันทำให้กลายเป็น ‘บ้านสำเร็จรูป’ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แบบบ้านภูมิภาค

บ้านทรงไทยจุฬาเป็นบ้านสไตล์ไทยภาคกลางผสมกับการตกแต่ง
แบบบ้านทรงไทยภาคกลาง
บ้านไม้ค้ำถ่อไทยในภาคกลางแบ่งออกเป็นห้าประเภท ประเภทแรก คือบ้านเดี่ยวซึ่งเป็นบ้านไม้ค้ำยันสำหรับครอบครัวเดี่ยวและรวมถึงห้องนอนและห้องครัว แบบที่สองคือบ้านกลุ่มคือบ้านไม้ค้ำยันที่มีอย่างน้อยสองอาคารในพื้นที่เดียวกัน  บ้าน บ้านเดี่ยว

ประเภทต่อไป คือบ้านพักข้าราชการ หรือ บ้านไม้ค้ำยันสำหรับ ข้าราชการ “ร้านค้าทางเดิน” และ “ริมน้ำ” เป็นบ้านไม้ค้ำถ่อประเภทหนึ่งที่สร้างขึ้นเพื่อค้าขาย ประเภทสุดท้ายคือบ้านแพซึ่งสร้างขึ้นใกล้ชายฝั่งหรือแม่น้ำ

โครงสร้างของบ้านไม้ค้ำยันในภาคกลางเป็นแบบที่พบมากที่สุด และ มีสไตล์เรียบง่ายมาก หลังคาทรงจั่วสูงตรงกลางมีรูปทรงคล้ายพระอาทิตย์ทรงกลดเป็นโครงสร้างที่โดดเด่นที่สุดโดยมีช่องว่างให้ควันหุงต้มไหลออกมา ชายคาที่ยื่นยาวสามารถป้องกันแสงแดดหรือฝนได้

ระเบียงกว้างนอกบ้าน เหมาะสำหรับ ใช้ในช่วงฤดูร้อน นอกจากนี้โครงสร้างที่สำคัญกว่าคือพื้นที่โล่งสูงใต้บ้านซึ่งรองรับด้วยเสาจำนวนมาก พื้นที่นี้เป็นพื้นที่สำหรับเก็บเครื่องมือหรืออุปกรณ์การเกษตรที่จอดรถรับประทานอาหารและกิจกรรมอื่น ๆ

แบบบ้านทรงไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เรียนรู้บ้านทรง ไทยประยุกต์

บ้านไม้ค้ำยันในภูมิภาคนี้ถูกสร้างขึ้นโดยขึ้นอยู่กับระยะเวลาการเข้าพัก ประเภทแรกเป็นบ้านชั่วคราวสำหรับเกษตรกรซึ่งสร้างขึ้นบนแท่นที่สร้างขึ้นใหม่จากไม้เก่าในฤดูเก็บเกี่ยว ความทนทานของบ้านหลังนี้อยู่ที่ประมาณ 2–3 ปีเท่านั้นและเป็นโครงสร้างธรรมดาที่สามารถดึงลงมาได้อย่างง่ายดาย

 ผนังทั้งสี่ด้านเปิดโล่ง และผนังก่อด้วยไม้ไผ่อย่างหยาบๆ “บ้านกึ่งถาวร” มีส่วนเพิ่มเติมในการสร้างบ้านหลัก

ส่วนที่เพิ่มขึ้นมีสามลักษณะ คือ ลักษณะที่มีหลังคาซ้อนอาคารเก็บข้าวลักษณะที่แยกออกจากเรือนหลักโดยมีเสาทั้งหมดฝังลงไปในดินและลักษณะที่สร้างด้วยเสากลางซึ่งหยุดอยู่ที่คานและ ไม่ยึดติดกับดิน ประเภทสุดท้ายคือ “บ้านถาวร” ซึ่งมี 3 รูปแบบ ได้แก่ บ้านเหลื่อมสไตล์บ้านแฝดและบ้านเดี่ยว บ้านไม้ค้ำยันทั้งหมดมีหน้าต่างแคบ ๆ สองสามบานและมีประตูด้านหน้าเพียงบานเดียว

จากนั้นด้านในก็มืดกว่าบ้านเสาค้ำอื่น ๆ มีโครงสร้างบางอย่างที่คล้ายคลึงกับบ้านไม้ค้ำยันในภาคเหนือเช่นหลังคาจั่วรูปพระอาทิตย์ทรงกลดและหลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผา

แบบบ้านทรงไทยภาคเหนือ

บ้านทรง ไทยประยุกต์

กลุ่มอาคารในสไตล์ไทยภาคเหนือที่บ้านของถวัลย์ดัชนีจังหวัดเชียงราย สังเกตการประดับหลังคากะแลเหนือจั่ว
บ้านไม้ค้ำยันมีสามประเภทในภาคเหนือของประเทศไทย ประการแรกเรือนขุนภู่หรือเรือนไม้บัว (บ้านพบเชือก) ซึ่งเป็นไม้ที่เก่าแก่ที่สุดมีถิ่นกำเนิดในชนบท โครงสร้างประกอบด้วยหลังคาสานจากหญ้าพื้นและผนังทำด้วยไม้ไผ่มัดด้วยเชือก

เสาและคานเป็นโครงสร้างฐานและทำด้วยไม้เนื้อแข็ง แบบที่สองคือ“ บ้านไม้จริง” และบ้านไม้ค้ำยันที่แข็งแรงที่สุด ประเภทนี้มีหลังคาสองแบบ บ้าน สไตล์โบราณของชาว ล้านา ซึ่งตกแต่งด้วยไม้ไขว้เป็นรูปตัว V หรือ X ที่ด้านหน้าด้านบน

หลังคาแบบอื่นเรียกว่า“ บ้านช่องลม” โครงสร้างได้รับอิทธิพลมาจากภาคกลางมีหลังคาทรงสูงมีพระอาทิตย์ทรงกลดอยู่ตรงกลางหลังคาทรงจั่วส่วนหลังคามุงกระเบื้องทำจากดินเผาเป็นรูปปลา รูปแบบมาตราส่วน ประเภทสุดท้ายคือ“ บ้านสมัยกลาง” ตั้งแต่สมัย ร.5 และ ได้รับการปรับปรุงจากบ้าน ล้านนา

แบบพื้นฐานโดยมีชั้นบนหลังคาที่ซับซ้อนมากขึ้น และมีรูบนผนังมากขึ้นเพื่อทำประตู และหน้าต่าง ตกแต่งโดยใช้ไม้สีซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากฝรั่งที่ค้าขายกับไทยในขณะนั้นเช่น ฝรั่งเศส หรือ อังกฤษ

แบบบ้านทรงไทยภาคใต้

บ้านเรือนไทยมีใต้ถุน

บ้านไม้ ค้ำยันทิศใต้มีอยู่ 3 แบบ ได้แก่ เรือนค้ำพวง (บ้านมีเชือก) [9] บ้านไม้กระดานและบ้านก่ออิฐ ลักษณะที่กำหนดของบ้านไม้ค้ำยันของภาคใต้คือโครงสร้างของหลังคาและเสาปูนบนเสาปูน สภาพอากาศของภาคใต้มีฝนตกอยู่เสมอและมีพายุไต้ฝุ่นหลายลูกบ้านจึงต้องมีกำลังแรงกว่าภาคอื่น ๆ โครงสร้างของบ้านเสาใต้ยังมีลักษณะเฉพาะ ผนังทำจากแผ่นไม้หลายชั้นหน้าต่างแคบใช้ร่องและรอยต่อแทนตะปู และ มีหลังคาจั่วต่ำกว่าบริเวณอื่น ๆ

มีรูปแบบหลังคาสามแบบที่ได้รับอิทธิพลจากประเทศอื่น ๆ ประการแรกหลังคาจั่วเป็นไปตามรูปแบบพื้นฐาน กระเบื้องที่ทำจากหญ้าดินอบหรือกระเบื้องรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนขึ้นอยู่กับฐานะของเจ้าของ หลังคาจะประดับด้วยไม้แกะสลักหากเจ้าของมีฐานะสูง สไตล์ที่สองหลังคา PANYA หรือ LIMA ได้รับอิทธิพลจากการออกแบบของ ชาวอินโดนีเซีย และ มาเลเซีย หลังคานี้แข็งแรงมากกับพายุ ความลาดชันของหลังคาเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู 

ประเภทสุดท้ายคือหลังคา หรือหลังคาทรงมะนิลา หลังคานี้ผสมผสานจากหลังคาทรงจั่วและหลังคา PANYA หลังคานี้ต่ำกว่าแบบอื่นส่วนด้านบนเป็นหลังคาจั่วและส่วนล่างเป็นหลังคา PANYA หลังคาสี่เหลี่ยมคางหมูรองรับส่วนบน ชาวมุสลิมจำนวนมากในภาคใต้ของประเทศไทยใช้หลังคาทรงมะนิลาและด้านบนของหลังคาประดับด้วยไม้แกะสลักรูปทรงกระบอก

สถาปัตยกรรมไทยและหลักการออกแบบ

มื่อพูดถึงสถาปัตยกรรมเอเชียหนึ่งในสถาปัตยกรรมไทยที่แตกต่างและเป็นที่รู้จักมากที่สุด ด้วยองค์ประกอบการออกแบบและรายละเอียดที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมของประเทศและความเชื่อดั้งเดิมบ้านและอาคารแสดงถึงมรดกทางวัฒนธรรมอันยาวนานของไทย

หลักการโบราณ 3 ประการ

เมื่อสร้างบ้านไทยมีหลักโบราณ 3 ประการที่ต้องนำมาใช้ สิ่งเหล่านี้คือการเตรียมวัสดุการก่อสร้างและที่อยู่อาศัย

1. เนื่องจากความเชื่อทางไสยศาสตร์มีส่วนสำคัญในการสร้างบ้านที่ใหญ่ที่สุดจึงจำเป็นต้องมีรายละเอียดและพิธีกรรมหลายประการในการสร้างบ้านแบบไทย คนไทยเชื่อว่าบ้านเป็นด่านแรกในการป้องกันสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติเช่นภูตผีปีศาจและวิญญาณชั่วร้าย

ด้วยเหตุนี้บ้านแบบไทย ๆ จึงได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อปัดเป่าสิ่งมีชีวิตที่หวาดกลัวเหล่านี้และเพื่อปกป้องผู้อยู่อาศัยจากการบุกรุกที่อาจเกิดขึ้นได้ บ้าน บ้านเดี่ยว

2. การเตรียมวัสดุรวมถึงการพิจารณาสถานที่และที่ตั้งของบ้านกลิ่นของดินและต้นไม้ที่ปลูก ก่อนระหว่างและหลังกระบวนการก่อสร้างจะต้องมีพิธีกรรมหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือพิธีกรรมที่ดำเนินการโดยบุคคลที่มีอำนาจทางจิตวิญญาณซึ่งเป็นที่ยอมรับซึ่งทำหน้าที่ “ขอพร” เมื่อคอลัมน์แรกถูกสร้างขึ้น การอยู่อาศัยรวมถึงพฤติกรรมที่เหมาะสมของผู้อยู่อาศัยเมื่อเข้ามาและอาศัยอยู่ในบ้านเมื่อบ้านพร้อมที่จะถูกครอบครอง

3. สถาปัตยกรรมไทยสมัยใหม่ผสมผสานองค์ประกอบแบบดั้งเดิมเข้ากับอุดมการณ์สถาปัตยกรรมตะวันตกได้อย่างลงตัว แม้ว่าบ้านไทยร่วมสมัยหลายแห่งทั่วประเทศโดยเฉพาะวิลล่าหรูส่วนตัวในภูเก็ตและวิลล่าหรูในเกาะสมุยที่มีให้เช่าในปัจจุบันมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย ​​แต่พวกเขามักจะยึดแนวคิดทั้งหมดเกี่ยวกับการทำให้บ้านศักดิ์สิทธิ์ด้วยความเคารพอย่างยิ่งต่อวัฒนธรรม ศาสนา

องค์ประกอบและส่วนของสถาปัตยกรรมไทย

เสาในสถาปัตยกรรมไทยดั้งเดิม

ใน“ การศึกษาสถาปัตยกรรมแผนไทย” วัฒนาบุญจุบเขียนว่า“ ชุมชนเกษตรกรรมของไทยตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มน้ำท่วมและปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในการทำมาหากิน โดยทั่วไปผู้คนตั้งถิ่นฐานในที่ราบลุ่มแม่น้ำที่อุดมสมบูรณ์ซึ่งมีน้ำเพียงพอสำหรับการทำการเกษตร นั่นทำให้ประชาชนจำเป็นต้องสร้างบ้านบนเสาสูงบนพื้นที่สูงเพื่อให้อยู่เหนือน้ำในช่วงน้ำท่วม

ความสำคัญของน้ำสำหรับสังคมไทยทำให้เกิดคำว่า “ ฤดูน้ำ ” นอกเหนือจากฤดูร้อนฤดูหนาวและฤดูฝน [ที่มา: วัฒนาบุญจุบ, การศึกษาสถาปัตยกรรมไทยในฐานะทรัพยากรสำหรับการออกแบบอาคารร่วมสมัยในประเทศไทย, วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต, หลักสูตรการจัดการมรดกสถาปัตยกรรมและการท่องเที่ยว (หลักสูตรนานาชาติ), มหาวิทยาลัยศิลปากร

เสาสูงหรือเสาสูง: น้ำท่วมที่เกิดจากฝนเป็นประจำในช่วงฤดูฝนและน้ำทะเลที่พุ่งสูงขึ้นในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมทำให้คนในที่ราบภาคกลางต้องอาศัยอยู่บนเสาสูง ลักษณะดังกล่าวเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับบ้านทรงไทย เสาทรงกลมทำด้วยไม้ขนาดใหญ่มีลักษณะกลมยาวเนื่องจากไม้ซุงมีมากในอดีต เสาสี่เหลี่ยมสีแดงได้รับการพัฒนามาจากเจดีย์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่าเจดีย์เหลี่ยมมุ้มมัยที่มีมุมเล็กลงเท่า ๆ กัน บ้าน บ้านเดี่ยว

ในทุกมุม หลักทำให้มีลักษณะโค้ง เป็นลักษณะเด่นของสถาปัตยกรรมไทย โชติกัลยาณมิตรกล่าวว่าเจดีย์ดังกล่าวไม่ว่าจะเป็น 12 หรือ 20 มุมก็จะมียอดประดับด้วยลวดลายบัวไทย ฐานประกอบด้วยชูดันสิงหะ 3 ชั้น น. ณ ปากน้ำอธิบายไว้ในพจนานุกรมศิลป์ว่าซาวหาวม่อมหมายถึงเสาสี่เหลี่ยมที่มีมุมแดง

ควรสังเกตว่าผู้สร้างชาวไทยไม่ได้สร้างเสาค้ำถ่อที่ทำมุม 90 องศาจากพื้นดิน แต่เสาแต่ละต้นจะเอนไปทางกึ่งกลางของโครงสร้างบ้านเล็กน้อย ทำให้บ้านเรือนไทยทนต่อกระแสน้ำหรือลมแรงได้ดีขึ้นและเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการรับรองความสมบูรณ์ของโครงสร้าง ข้อดีอีกประการหนึ่งของการสร้างเสาค้ำยันคือการจัดเตรียมพื้นที่ใต้พื้นสำหรับกิจกรรมต่างๆรวมถึงการบดข้าวและการทอผ้า

พื้นที่นี้ทำหน้าที่เป็นที่เก็บล้อเกวียนและเครื่องมือทำฟาร์ม นอกจากนี้ยังสามารถใช้สำหรับการจัดเก็บโคเมื่อพื้นที่โดยรอบมีน้ำท่วม ในแง่ของเทคโนโลยีการก่อสร้างวิธีการสร้างเสาเอียงทำให้เกิดเอฟเฟกต์รูปสามเหลี่ยมซึ่งแข็งแรงและแข็งกว่ารูปแบบสี่เหลี่ยมด้านขนาน

การระบายอากาศในสถาปัตยกรรมไทย

บ้านเรือนไทยกลางน้ำ

บ้านไทยแบบดั้งเดิม เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องการระบายอากาศเนื่องจากพื้นยกสูงจากพื้นดิน ที่สำคัญบ้านทรงไทยได้รับการออกแบบให้มีการระบายอากาศทั้งแนวนอนและแนวตั้ง การระบายอากาศในแนวตั้งทำได้โดยใช้มุงสำหรับหลังคาซึ่งเป็นจุดที่ร้อนที่สุดของ บ้าน บ้านเดี่ยว

อากาศร้อนขึ้นและไหลผ่านหลังคามุงจากในที่สุดและถูกแทนที่ด้วยอากาศเย็นที่ดึงผ่านช่องว่างระหว่างแผ่นพื้นไม้

พื้นต่างระดับช่วยระบายอากาศในแนวนอน ยกพื้นสูงแบบเปิดโล่งเป็นส่วนที่ต่ำที่สุดของบ้านในขณะที่ส่วนบนเป็นพื้นที่หน้าห้องซึ่งเป็นส่วนที่สูงที่สุดของบ้าน ระหว่างระดับมีช่องว่างให้ลมไหลเข้าบ้านได้อย่างไม่มีข้อ จำกัด นอกจากนี้พื้นที่เปิดโล่งทำให้คนในบ้านสามารถตรวจสอบกิจกรรมบนพื้นดินได้ บางคนโต้แย้งว่าลูกกรงบนชานชาลาแบบเปิดอาจสร้างกำแพงกั้นเพื่อป้องกันไม่ให้ลมเข้า ในความเป็นจริงสิ่งนี้ไม่ได้เป็นเช่นนั้น

เนื่องจากสถาปนิกทั่วไปเข้าใจปัญหาและวางตะแกรงไม้ไว้ที่ครึ่งบนของลูกกรง ที่สำคัญรั้วหรือกำแพงบางส่วนเป็นรูปแบบของฟ้าลาย (บานเลื่อน) ที่สามารถเลื่อนเปิดได้เมื่อต้องการอากาศบริสุทธิ์ ด้วยการออกแบบที่กล่าวมาข้างต้นจึงไม่มีจุดที่ไม่มีการระบายอากาศในบ้านทรงไทย

หลังคาในสถาปัตยกรรมไทย

หลังคาเป็นองค์ประกอบที่เป็นแก่นสารในสถาปัตยกรรมสาธารณะของไทยโดยสร้างลักษณะของอาคารด้วยโครงสร้างและการตกแต่งที่ประณีต อย่างไรก็ตามหลังคาหลายชั้นประดับประดาได้รับการสงวนไว้สำหรับวัดและพระราชวังตลอดจนอาคารสาธารณะเช่นสำนักงานรัฐบาลห้องโถงของมหาวิทยาลัยและอนุสรณ์สถาน อาคารพาณิชย์ที่ละเมิดประเพณีนี้เหมือนอย่างที่โรงแรมไม่กี่แห่งเคยทำก็ขมวดคิ้ว

เนื่องจากในการประดับตกแต่งชั้นที่มีหลายชั้นและความสูงเหนือพื้นดินเป็นสัญลักษณ์ของความมีหน้ามีตาของอาคารซึ่งขยายมาจากสถานะอันยิ่งใหญ่ของราชวงศ์พระพุทธศาสนาและชาติไทย ยิ่งหลังคามีความหรูหรามากเท่าไหร่สถานะของอาคารก็จะยิ่งสูงขึ้นหรือของผู้ที่ได้รับมอบหมายให้แสดงให้เห็น ส่วนใหญ่มักใช้สองหรือสามชั้น แต่วัดหลวงบางแห่งมีสี่ชั้น

ชั้นหลังคาหลายชั้นโดยทั่วไปให้การป้องกันสภาพอากาศ แต่เหตุผลของพวกเขามีความสวยงามมากกว่าการใช้งาน เนื่องจากห้องโถงของวัดและพระราชวังมีขนาดใหญ่พื้นที่หลังคาจึงมีขนาดใหญ่ เพื่อให้รูปลักษณ์ของหลังคาสว่างขึ้นชั้นต่ำสุดคือชั้นที่ใหญ่ที่สุดโดยมีชั้นกลางเล็กกว่าและหลังคาที่เล็กที่สุดอยู่ด้านบน การแบ่งหลายครั้งในแต่ละหลังคาทำให้เบาลง – หลังคาสองชั้นอาจมีการแบ่งสองสามหรือสี่ครั้งในแต่ละชั้น

ความลาดชันจะเพิ่มขึ้นตามแต่ละชั้นตั้งแต่การไล่ระดับสีอย่างนุ่มนวล 45 องศาที่ต่ำสุดไปจนถึงระดับสูงสุด 50 องศา ในสถาปัตยกรรมไทยภาคกลางกล้องโทรทรรศน์ชั้นล่างอยู่ห่างจากหลังคาด้านบนสุดที่ปลายจั่ว ในห้องโถงทางเหนือของวัดจะมีการสร้างชั้นต่อไปโดยมากมักจะอยู่เหนือผังพื้นที่สร้างใหม่ซึ่งเริ่มแคบลงที่ทางเข้าและขยายกว้างขึ้นไปทางแท่นบูชา

การแบ่งพื้นผิวแต่ละชั้นเพิ่มเติมคือกระเบื้องเซรามิกสีในรูปแบบศูนย์กลางซึ่งช่วยให้ชั้นเดียวดูราวกับว่ามีหลายส่วน การกำหนดค่าเหล่านี้เปลี่ยนขนาดที่ดูเหมือนหลังคาทำให้ความสวยงามของทั้งอาคารมีชีวิตชีวา แทนที่จะสร้างหลังคาขนาดใหญ่ที่ทำให้อาคารดูมีน้ำหนักลดลงสถาปนิกไทยสร้างหลังคาที่มีรูปแบบไดนามิกที่ดูเหมือนจะทะยานขึ้น ด้วยวิธีนี้สุนทรียศาสตร์จึงเหมาะกับเจตนาของความเคารพ

ความลาดเอียงของหลังคา: อาคารแบบไทยโบราณบางแห่งมีหลังคาสูงชันมากกว่า 45 องศา ทางลาดชันเป็นที่กล่าวขานกันในหมู่ช่างฝีมือชาวไทยในท้องถิ่น ความสูงใช้เวลาประมาณ 4/5 ของฐานหน้าจั่วและมุมอยู่ระหว่าง 45 ถึง 60 องศา 

อาคารที่มีความลาดเอียงเล็กน้อย (น้อยกว่า 45 องศา) ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมตะวันตกซึ่งพัฒนามาจากกรีกและโรมัน หลังคาลักษณะนี้เรียกว่าเพลงช่อแบนหรือจั่วสามเหลี่ยมแบน ความสูงของหลังคาคือ 1/4 ของฐานจั่ว จั่วรูปแบบนี้สามารถพบเห็นได้ในวิหารพาร์เธนอนของกรีกที่มีชื่อเสียง

ชาน

ชานหรือทางมะพร้าวเป็นชานชาลาแบบเปิดโล่งที่เชื่อมโยงส่วนต่างๆของอาคารเข้าด้วยกัน เนื่องจากปกติแล้วพื้นดินของบ้านจะชื้นหรือมีน้ำท่วม จึงกลายเป็นพื้นที่ใช้สอยหลักของครอบครัว หน้าที่ที่สำคัญอีกประการหนึ่งของ คือการเชื่อมต่ออาคารโดยรอบรวมถึงอาคารที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับครอบครัวขยาย  บ้าน บ้านเดี่ยว

โชติกัลยาณมิตรกล่าวว่าส่วนนี้ของบ้านจำเป็นสำหรับครอบครัวคนไทยเพราะปกติบ้านของพวกเขาไม่มีรั้วและมีน้ำท่วมขังเป็นประจำ พื้นที่สาธารณูปโภคที่ จัดเตรียมไว้ให้ในช่วงน้ำท่วมยังสามารถใช้งานได้จริงสำหรับครัวเรือนที่อาศัยอยู่ใกล้ลำคลองและริมฝั่งแม่น้ำ

ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยสามารถตากแดดได้ เจ้าของบ้านบางคนแปลงพื้นที่นี้ให้เป็นสวนที่มีต้นไม้ประดับนานาชนิด บ้านทำเลดี 

ชานบางคนมีขนาดใหญ่มากจนขยายไปถึงหอกลางซึ่งเป็นห้องโถงอเนกประสงค์ขนาดกลาง ห้องอื่น ๆ ตกแต่งด้วยกระถางต้นไม้เหมือนที่กุฏิ (ที่พักของพระสงฆ์) เจ้าของบ้านบางหลังปล่อยให้ต้นไม้ใหญ่พาดผ่านชานบ้านให้ร่มเงาทั่วบริเวณเหมือนศาลจีน จัดสวนในพื้นที่บ้าน

นิจหินจีระนันท์กล่าวว่าระเบียงเป็นสถานที่ที่สมาชิกในครอบครัวใช้เวลาว่างในยามว่าง พื้นที่หลบภัยที่มีแสงธรรมชาติสามารถใช้เป็นพื้นที่รับแขกได้ในกรณีที่ไม่มีหอวังอยู่ในบ้าน น. ณ ปากน้ำอธิบายว่าพาลีเป็นส่วนที่ยื่นออกไปของชายคาที่รองรับด้วยเสา พื้นที่ข้างใต้เป็นเหมือนห้องโถงไม่มีกำแพงกั้น

บ้านนอร์ดิก ข้อเสีย

บ้านนอร์ดิก ข้อเสีย (Modern Barn)

บ้านนอร์ดิก ข้อเสีย หากพูดถึงดินแดนแห่งความสุข แน่นอนครับว่าแต่ละคนจะต้องมีคำตอบที่แตกต่างกันออกไปแต่ผมเชื่อว่าหนึ่งในนั้นจะต้องมีดินแดนที่เรียกว่านอร์ดิกติดมาด้วยอย่างแน่นอนครับ ซึ่งคำว่านอร์ดิก (Nordic) มีความหมายว่า ดินแดนทางทิศเหนือ เช่นเดียวกับกลุ่มประเทศนอร์ดิกที่อยู่ในภูมิภาคยุโรปเหนือ เป็นกลุ่มประเทศที่มีสภาพภูมิอากาศหนาวเย็น

ปัจจุบัน นอร์ดิก ได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจต่างๆ มากมายทั้งเรื่องของงานตกแต่ง ดีไซน์ แฟชันต่างๆ แต่สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนเลยก็คือการดีไซน์บ้านเดี่ยวที่ได้แรงบันดาลใจมากจากนอร์ดิก เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกเหมือนอาศัยอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายบรรยากาศแห่งเมืองหนาวแถบสแกนดิเนเวียนั่นเอง

บ้านนอร์ดิก ข้อเสีย

แบบบ้านสไตล์นอร์ดิก

ด้วยภาระด้านการงาน ด้านการเงิน การออกแบบบ้านให้มีความผ่อนคลาย ไม่สร้างภาระทางด้านจิตใจเพิ่ม นับเป็นสิ่งที่จะละเลยไม่ได้ เพราะจุดมุ่งหมายของการอยู่อาศัยในบ้านหนึ่งหลัง คงไม่ได้หมายถึงเพียงแค่มีที่ไว้ให้ซุกกายนอนเท่านั้น ย่อมต้องการความสุนทรียภาพในการพักผ่อน ช่วยลดทอนความวุ่นวาย คลายความเครียด ทำให้หัวใจได้รู้สึกอบอุ่น เหมือนว่าเป็นสถานที่ของเราอย่างแท้จริง

บ้านชั้นครึ่งหลังคาทรงจั่ว ไร้ชายคา ออกแบบตามสไตล์นอร์ดิก ที่มีความเรียบง่ายผสมผสานกับความเป็นโรงนาเก่า ด้วยจั่วหลังคาสูงโปร่งที่ตั้งใจให้เป็นจุดสะดุดสายตาได้ในทันที กรุด้วยเมทัลชีทสีเทาเข้ม แผ่นโลหะที่เส้นสายไม่ซับซ้อน ตัดกับผนังบ้านที่ส่วนใหญ่ฉาบเรียบทาสีขาว เว้นเพียงด้านหน้าเท่านั้นที่กรุด้วยหินก้อนใหญ่ที่เป็นธรรมชาติ ทำให้บ้านไม่รู้สึกนิ่งจนเกินไป เพราะมีความแตกต่างของวัสดุซ่อนอยู่ด้วย

บ้านนอร์ดิก ข้อเสีย

ภายในบ้านใช้ประโยชน์จากพื้นที่แนวดิ่งและแนวราบอย่างเต็มที่

เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้งานได้มากที่สุด เริ่มจากการจัดผังแบบ Open Plan มุมนั่งเล่น ทานอาหารและครัวเชื่อมโยงกันไม่มีผนังมากั้นกลาง การจัดผังแปลนลักษณะนี้จะช่วยหลอกตาให้ภายในบ้านดูกว้างขวางยิ่งกว่าความเป็นจริง

เหล็กสีดำกับไม้สีน้ำตาล คือ สองวัสดุสำคัญที่คอยเติมชีวิตชีวาภายในบ้านขนาดเล็กหลังนี้ พื้นของส่วนนั่งเล่นกับทานอาหารปูด้วยงานไม้ เพื่อให้ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลาย ส่วนพื้นตรงบริเวณห้องครัวใช้กระเบื้องสีดำ เพื่อให้ง่ายต่อการเช็ดทำความสะอาด และไม่ต้องกังวลเมื่อเลอะคราบอาหาร

บันไดบ้านใช้ขึ้นสู่ชั้นลอย ออกแบบไว้อย่างปลอดภัย โดยมีราวจับกันตกทั้งสองด้าน ดีไซน์ให้ปลอดโปร่งไม่มีลูกตั้ง พื้นที่ใต้บันไดจึงไม่รู้สึกอับทึบ แสงสว่างส่องเข้าถึงได้อย่างสะดวก

ห้องนั่งเล่น

ชั้นลอยตกแต่งไว้เป็นห้องนอน ยกเตียงนอนเหล็กสีดำไปวางไว้ ปูที่นอนด้วยผ้าปูสีหวาน ติดหลอดไฟแสงสีวอร์มไว้ตรงเพดานจั่ว พร้อมทั้งได้รับแสงสว่างจากธรรมชาติด้วยช่องหน้าต่างบนหลังคา เปิดรับลมได้เสมอ และแหงนมองดูดาวยามค่ำคืนได้ด้วย ห้องน้ำเพียง 1 ห้อง ตกแต่งด้วยธีมสีเข้ม พื้น ผนังสีมืดตัดกับสุขภัณฑ์สีขาว แบ่งกั้นโซนเปียกโซนแห้งไว้เรียบร้อยด้วยกระจก และซ่อนแสงไฟไว้ตามช่องวางของที่เจาะไว้บนผนัง บ้านเดี่ยว บ้านแฝด

บ้านที่ทำชั้นลอยตามทรงหลังคาจั่ว จำเป็นต้องมีตัวช่วยในการป้องกันความร้อน เพราะการอยู่ชั้นลอยที่ใกล้ชิดกับใต้โถงหลังคา จะได้รับความร้อนในระยะที่ใกล้ชิด อาจพ่นโฟมกันความร้อน ติดตั้งฉนวนกันความร้อน หรือทำการติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อน ก็สามารถช่วยได้ในระดับหนึ่ง ที่สำคัญคือชั้นลอยต้องมีหน้าต่างระบายอากาศ ไล่ลมร้อนออกจากบ้าน ไม่เช่นนั้นห้องนอนบนชั้นลอยอาจกลายเป็นเตาอบได้

ห้องนอน

ข้อดีของ บ้านสไตล์นอร์ดิก

เนื่องจากสไตล์นอร์ดิกนั้น ได้รับอิทธิพลมาจากต่างประเทศ ทำให้ความนิยมในประเทศไทยยังไม่แพร่หลายมาก อีกทั้งยังเพิ่งได้รับอิทธิพลการแต่งบ้านแบบนี้เพียงไม่กี่ปี หากใครอยากได้บ้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดดเด่นกว่าบ้านหลังอื่นๆ บ้านสไตล์นี้ น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อยเลย

1.อากาศถ่ายเท
สไตล์นอร์ดิก เป็นบ้านที่มีฝ้าค่อนข้างสูง มีหลังคาที่ชัน เนื่องจากต่างประเทศนั้นสร้างบ้านแบบนี้เพื่อลดน้ำหนักของหิมะที่ตกลงมาบนหลังคาบ้าน เพราะการที่หิมะขังอยู่บนหลังคาบ้านอาจจะทำให้บ้านเกิดความเสียหายได้ จึงทำให้มีฝ้าที่ค่อนข้างสูง ห้องมีพื้นที่มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้อากาศภายในบ้านถ่ายเทได้มากกว่าบ้านแบบปกติ

2.เห็นวิวได้ง่าย
บ้านจะมี มีช่องแสง หน้าต่าง ประประตูส่วนใหญ่ทำจากกระจก เพราะต่างประเทศมีอากาศที่ค่อนข้างหนาว จึงต้องการความอบอุ่นจากแสงอาทิตย์ และข้อดีก็จะตามมา คือ หากเราอยู่ภายในตัวบ้านก็จะเห็นวิวได้ง่ายยิ่งขึ้น เหมาะกับบ้านที่อยู่ต่างจังหวัด บ้านสวน หรือบ้านที่มีวิวสวยๆ

3.บ้านดูกว้างขวาง และโปร่ง
การที่บ้านนั้น มีช่องแสงเยอะ หรือประตูหน้าต่างส่วนใหญ่ทำจากกระจก จึงทำให้รู้สึกกว้างขวางกว่าตัวบ้าน เพราะสายตาจะไม่สุดอยู่แค่ที่ผนังบ้าน จะมองทะลุออกไปนอกตัวบ้านได้

4.ประยุกต์ได้หลากหลาย
บ้านสไตล์นี้ มีเอกลักษณ์เฉพาะที่ค่อนข้างชัดเจน แต่ก็สามารถนำไปประยุกต์กับบ้านสไตล์อื่นๆได้ไม่ยาก เพราะพื้นฐานของบ้านสไตล์นี้ หลักก็ก็มีในส่วนของหลังคาที่สูงชัน และยื่นออกมาด้านนอกไม่เยอะ หากจะประยุกต์เข้ากับบ้านสไตล์อื่นๆก็ทำได้ไม่ยาก  บ้านจัดสรร

บ้านสวยๆ

ข้อเสีย บ้านสไตล์นอร์ดิก

1.คราบฝนบริเวณผนัง
เนื่องจากบ้านสไตล์นี้มีหลังคาที่ยื่นออกมาค่อนข้างสั้น ไม่เกิน 10 เซนติเมตร เพราะฉะนั้นเวลาที่ฝนตก ลมแรงอาจจะทำให้เกิดคราบน้ำบริเวณกำแพงได้ เพราะไม่มีหลังคาที่ยื่นออกไปบังฝนที่สาดเข้ามาใส่ตัวบ้าน อีกทั้งยังน้ำจากหลังคาที่ไหลมาโดนผนังบ้านอีกด้วย

2.น้ำรั่วบริเวณหลังคากับผนัง
เนื่องด้วยหลังคาที่ยื่นออกมาน้อยมาก และแทบจะไม่มีฝ้าเลย ทำให้อาจจะมีส่วนที่ปิดระหว่างหลังคาและผนังทำได้ไม่สนิท และเกิดปัญหาในการรั่วซึมตามมาได้ เพราะฉะนั้นควรจะหาช่างที่ถนัดในการสร้างบ้านเฉพาะทาง

3.ร้อน
ปัญหาอีกอย่างของหลังคาที่ยื่นออกมาค่อนข้างสั้น ก็คือ แดดนั้นโดนที่ผนังบ้านเต็มๆ และการที่มีช่องแสงที่เยอะ ส่งผลให้ความร้อนนั้นส่งไปถึงตัวบ้าน เจ้าของบ้านจึงจะต้องติดแอร์ และเปิดแอร์ในตอนกลางวันเป็นส่งนใหญ่ ทำให้เปลืองไฟมากกว่าบ้านแบบปกติ แต่ก็สามารถแก้ปัญหาได้โดยการติดฉนวนกันความร้อนที่ผนัง หรือทำระบบหมุนเวียนอากาศให้ดี ก็จะสามารถลดความร้อนในตัวบ้านได้

4.ราคาแพงกว่า
เนื่องจากบ้านสไตล์นี้ มีรายละเอียดที่ค่อนข้างเยอะ และผู้รับเหมาจะยังไม่คุ้นชินกับบ้านประเภทนี้ จึงทำให้ต้องใช้ช่างก่อสร้าง ผู้รับเหมาที่ค่อนข้างจะมีความชำนาญใน การสร้างบ้านสไตล์นี้ เช่นในส่วนของหลังคาก็จำเป็นจะต้องเข้าใจถึงปัญหาในการสร้าง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง อีกทั้งวัสดุในการสร้างยังแพงกว่าบ้านปกติประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ และหากใครที่กำลังหาวัสดุใน การก่อสร้างเราขอแนะนำ วัสดุก่อสร้างบ้านนอร์ดิก

5.ช่างหายาก
เนื่องจากบ้านสไตล์นี้ เป็นอะไรที่ค่อนข้างใหม่ ทำให้คนที่มีความชำนสญในการสร้างบ้านสไตล์นี้ค่อนข้างน้อย เพราะฉะนั้น หากช่างไม่เชี่ยวชาญในการก่อสร้าง และรับรู้ถึงปัญหาที่อาจจะเกิดกับตัวบ้าน มันอาจจะทำ ให้เกิดปัญหาในการก่อสร้างภายหลังได้  บ้านจัดสรร

3 สิ่งที่ต้องระวังก่อนสร้างบ้านสไตล์นอร์ดิก

1.บ้านนอร์ดิก กับปัญหาความร้อน
เรามักพบได้เสมอเมื่อพูดถึงบ้านสไตล์นอร์ดิก ซึ่งต้องยอมรับว่าจริงบางส่วน เพราะด้วยหลังคาทรงจั่วแบบไร้ชายคา และการใช้กระจกเป็นองค์ประกอบของบ้านค่อนข้างมาก ย่อมส่งผลให้บ้านได้รับความร้อนเข้าสู่ภายในได้มากขึ้น แต่หากวางแผนงานให้ดีตั้งแต่ต้น

ปัญหานี้ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการออกแบบ อาทิ การเลือกทิศทางห้องแต่ละห้องให้เหมาะกับทิศทางแสงแดด ห้องที่ไม่เน้นช่องเปิดมาก ให้ไว้ฝั่งทิศใต้และทิศตะวันตก ส่วนห้องที่มีช่องกระจกบานใหญ่ เลือกไว้ในทางทิศเหนือ กรณีบ้านที่เลี่ยงทิศเปิดไม่ได้ เพราะบังคับด้วยวิวหรือมุมหน้าบ้าน ให้ออกแบบอาคารลักษณะเว้าเข้าไปเพื่อให้จุดเว้าเป็นชายคาโดยอัตโนมัติ

 นอกจากการออกแบบแล้ว วัสดุก็มีส่วนสำคัญมาก อย่างการเลือกทำผนังอิฐ 2 ชั้น, เลือกวัสดุมุงหลังคาที่มี คุณสมบัติสะท้อนความร้อน พร้อมติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อนและฉนวนกัน ความร้อนใต้หลังคา โดยเฉพาะจุดที่ต้องการทำฝ้าสูงโปร่งตามแนวจั่วจะต้องเพิ่ม คุณสมบัติกันความร้อนมากเป็นพิเศษ หรือหากต้องการเพิ่มประสิทธิภาพใน การหมุนเวียนอากาศด้วยกลไลธรรมชาติ สามารถใช้ระบบ Active Airflow ที่ติดตั้งบนหลังคาทรงจั่วได้

โดยก่อนติดตั้งจะมีวิศวกร มาตรวจสอบให้ก่อน และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือต้นไม้ ช่วยให้บ้านสไตล์โรงนาดูมีชีวิตชีวา ลดอุณหภูมิร้อนทางสายตาได้เป็นอย่างดี

2.บ้านนอร์ดิก ฝนสาด ผนังชื้น
 เสน่ห์ของ Modern Barn คือเส้นสายของหลังคาแบบไร้ชายคา หากใส่กันสาดเข้าไปอาจทำให้เสน่ห์ของ บ้านสไตล์นี้ลดลงไปได้ เจ้าของบ้านจึงต้องทำความเข้าใจเพื่อออกแบบรับมือ กับความชื้นบนผนังและฝนสาดให้ได้ตั้งแต่ต้น เช่น จุดพักผ่อนสำคัญอย่างห้องนั่งเล่น ให้ออกแบบด้วยวิธีการร่นผนังเว้าเข้าไป

เพื่อให้หลังคาทำหน้าที่ เป็นกันสาดไปในตัว ส่วนปัญหาฝนสาดบริเวณหน้าต่างฝั่งที่ไม่มีชายคา จำเป็นต้องเลือกบานหน้าต่างขอบอลูมิเนียมหรือไวนิล จะช่วยป้องกันน้ำซึมได้ดีกว่าวงกบไม้ ส่วนปัญหาผนังชื้นสามารถป้องกันได้ด้วยการทาสีที่มี คุณสมบัติป้องกันความชื้น ป้องกันเชื้อรา กรณีต้องการทำเฉลียงพักผ่อน ให้ออกแบบเฉลียงยื่นออกจากตัวบ้าน โดยเลือกใช้หลังคากล่องแบน จะช่วยให้ภาพรวมของบ้านดูเข้ากัน การมีเฉลียงจึงช่วยกันฝนสาดและกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านได้

3.หลังคารั่วซึม
แม้ว่าบ้าน Modern Barn จะมีจั่วสูงแต่ก็อาจเกิดปัญหารั่วซึมบนหลังคาได้หากขาดการมุงหลังคาที่ดี การรับมือกับปัญหานี้ สามารถทำได้ด้วยการการออกแบบความลาดเอียงของหลังคา ให้เหมาะสมกับรุ่นวัสดุหลังคานั้น ๆ เช่น หลังคากระเบื้องแผ่นเรียบ SCG รองรับองศาความชันที่ 25 องศา แต่หากต้องการให้การระบายน้ำทำได้ดีขึ้น ควรออกแบบให้หลังคาชันมากขึ้นที่ 30-35 องศา จะช่วยลดปัญหารั่วซึม และปัญหาน้ำไหลย้อน บ้านทำเลดี 

อีกจุดที่มักมีปัญหา กับหลังคาจั่วคือ ปั้นลม ทำหน้าที่กันลมไม่ให้ปะทะกับกระเบื้องหลังคาโดยตรง และช่วยกันน้ำฝนไม่ให้เข้าอาคาร วัสดุที่นิยมนำมาใช้เป็นปั้นลม มีทั้งไม้จริง ไม้สังเคราะห์ ปั้นลม คสล. หรือที่นิยมมากในยุคปัจจุบันและดูเข้ากับบ้านสไตล์นอร์ดิก คือ การนำไม้ C Channel มาประยุกต์ใช้ ทำให้ดูเสมือนบ้านโครงสร้างเหล็ก

บ้านโถงสูง

บ้านโถงสูง พื้นที่ชีวิตในในแบบที่ต้องการ

บ้านโถงสูง ในโลกนี้มีพื้นที่ และระยะในระนาบมากมาย ทั้งแนวตั้งและแนวนอน แต่เพราะด้วยความต้องการทั่วไปและการก่อสร้างที่คุ้นเคย เรามักจะติดกับระยะแนวตั้งหรือระยะจากพื้นถึง ฝ้าไม่เกิน 3 เมตร แต่ในบางความต้องการ ความสูงดังกล่าวนั้น ไม่เพียงพอ ทั้งเรื่องการใช้งาน และความรู้สึก พื้นที่ที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ในแนวตั้งนี้เราอาจจะเรียกว่า Double Space การเพิ่มระยะจากพื้นถึงฝ้าขึ้น

บ้านโถงสูง

แบบบ้านโถงสูง Double Volume

ปกติถ้าพูดถึงบ้าน 2 ชั้น เชื่อว่าภาพที่ปรากฏในหัว จะต้องเป็นอาคารที่มีพื้นเพดานปิดกั้น และมีบันไดอยู่ตรงกลาง หรือบริเวณมุมใดมุม หนึ่งช่วยนำทางขึ้นสู่ชั้นบน แต่บ้านใน Ono-cho, Ibi-gun, จังหวัด Gifu ประเทศญี่ปุ่นนี้ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง บ้านโถงสวยๆ

เนื่องจากต้องการ ให้อาคารมีเพดานสูง และเปิดโล่ง โครงสร้างจึงวางหลังคาขนาดใหญ่ไว้บนกล่อง เหมือนเสาหนาเจ็ดต้น แล้วใส่พื้นที่ ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวอยู่ในเสา และในช่องว่าง โดยไม่มีพื้นเพดาน เหมือนบ้านที่เราคุ้นเคยทั่วไป หากพูดเฉย ๆ อาจจะมองไม่เห็นภาพ ต้องลองตาม เข้าไปชมภาพข้างในด้วยกัน

ตัวอาคารมีลักษณะ เป็นเส้นตรงเรียบๆ มีหลังคาปั้นหยา ทรงปิรามิดที่ด้านบนคล้ายหมวกใบใหญ่ ขอบหลังคายื่นออก มาจากผนังเพื่อเป็นที่กำบังจากฝน และปิดท้ายด้วยกรอบ เส้นสายของบ้านที่เฉียบคม

ดูเหมือนบ้านที่เด็ก ๆ ชอบวาดบนกระดาษ ลักษณะเด่นอีกประการที่มองเห็นได้ชัด คือ กระจกสูงจากพื้น จรดเพดานเต็มพื้นที่ 2 ระดับ นอกจากนี้ ยังมีเฉลียงในร่มขนาดใหญ่ที่ด้านหน้า อาคารซึ่งให้พื้นที่ใน การเปลี่ยนผ่านระหว่างภายใน และภายนอก  บ้านจัดสรรภูเก็ต บ้าน

โจทย์หนึ่งที่เจ้าของ บ้านต้องการ คือ พื้นที่เปิดโล่งกว้าง ที่มีเพดานสูง Keiichi Kiriyama สถาปนิกหลักของ Airhouse Design Office จึงได้วางแปลนให้บ้านโปร่งโล่งที่สุด ด้วยวิธีที่แปลกใหม่ คือ ไม่ใช้เสาแบบที่เราเห็นในบ้านทั่วไป แต่ทำเสาขนาดใหญ่สูง 2 ชั้นที่ซ่อนห้องต่าง ๆ เอาไว้ภายใน ด้วยวิธีนี้ทำให้สามารถ สร้างพื้นที่โปร่ง Double Space

ที่มีความรู้สึกโล่งต่อเนื่อง ในแนวตั้งไม่มีเพดานคั่นระหว่างชั้นบน กับชั้นล่าง โดยไม่มีพื้นเพพดาน แบ่งระหว่างชั้น รอบบ้านใส่กระจกบานใหญ่ รอบช่องว่างระหว่างนั้นได้

บ้านโถงสูง

บริเวณที่ตั้งของบ้านนี้มีชื่อเสียงในด้านการผลิตลูกพลับ

สถาปนิกจึงเสนอให้ สร้างบ้านเป็นส่วนหนึ่ง ของแปลงลูกพลับ ไม่เพียงเท่านั้นยังเชื่อมต่อความรู้สึก เข้ามาสู่พื้นที่ใช้สอยภายใน โดยสร้างที่ว่างกว้างขวางล้อมต้นพลับที่ ปลูกอยู่ในตัวบ้านเลย ให้ความรู้สึกเป็นส่วน ตัวจากโลกภายนอก สร้างบรรยากาศ ที่ผ่อนคลายในบ้าน และยังสร้างภูมิทัศน์ ธรรมชาติในบ้านให้เปลี่ยนไป ตามฤดูกาลต้นพลับ ในความโปร่งใสของ ผนังบ้านก็ยังม่านสีขาวโปร่งแสงที่แยกพื้นที่ นั่งเล่นออกจากระเบียง ด้านหน้า พร้อมให้ความเป็นส่วน ตัวเมื่อต้องการ

ภายในตกแต่งเรียบง่าย ด้วยงานไม้สีอ่อนตัดกับ ผนังและเพดานสีขาว เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นเท่าที่จำ เป็นแบบโมเดิร์นมินิมอล ส่วนใช้งานแบบ Double Space โถงสูงจะมีมุมนั่งเล่น ครัว โต๊ะทานข้าววาง อยู่ตามที่ว่างระหว่างเสาที่เข้าถึง กันได้หมด ทุกส่วนจะมีหลอดไฟ เปลือยห้อยลงมาจากเดานเพื่อให้แสงสว่าง ในบริเวณที่ใช้บ่อยที่สุด รายละเอียดอื่น ๆ ที่ดูน่าสนใจได้แก่ ชั้นวางไม้ และตู้ที่วิ่งรอบมุมผนัง

บ้านสวยๆ

โครงสร้างเสาขนาดใหญ่ นี้มีทั้งหมด 7 จุดรอบ ๆ ภายในภายใน มีรูปร่างและขนาดต่างกัน โดยแต่ละเสาจะใส่ฟังก์ ชันที่แตกต่างกัน เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องเก็บของ ห้องอ่านหนังสือ ห้องน้ำ ภายในก็จะมี 2 ชั้น และชั้นบนสามารถเข้าถึงได้โดยใช้บันไดที่ ติดตั้งนอกห้องบ้าง ในห้องบ้าง โดยเสาที่ใหญ่ที่สุดรองรับห้องสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม ที่ด้านล่างและมีห้องนอนใหญ่ อยู่ด้านบน จัดสวนในพื้นที่บ้าน

ความมินิมอลของ บ้านแบบญี่ปุ่น ไม่ได้มีเฉพาะดีไซน์ที่ ต้องเรียบง่ายลดทอนรายละเอียดมากที่สุดเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการเลือกวัสดุ โทนสี ที่สบายตาเป็นธรรมชาติ ส่วนองค์ประกอบ ภายในต้องโปร่ง เต็มไปด้วยแสงแะลมีทิศทางลมที่ดี ทำให้บ้านดูมี สุขอนามัย

สำหรับใครที่คิดว่าสีขาว ในบริเวณกว้างดูนิ่ง เกินปจนไร้ชีวิตชีวา และพื้นที่สูงโปร่งดูเวิ้งว้างเกินไป อาจจะเพิ่มพื้น ผิววัสดุไม้ ต้นไม้ ไฟตกแต่ง หรือของตกแต่งบ้านที่ทำจากไม้ไผ่ หวายสาน ที่เพิ่มบรรยากาศ และความรู้สึกอบอุ่นขึ้น  บ้านเดี่ยว บ้านแฝด 

ห้องน้ำสะอาด

ข้อดี

  • พื้นที่โปร่ง โล่ง สบาย
  • การหมุนเวียนอากาศ ภายในบ้านดีขึ้น อากาศถ่ายเทสะดวก
  • ได้รับแสง ธรรมชาติมากขึ้น
  • เพิ่มความหรูหรา โอ่โถง ให้กับสเปซในบ้าน
  • เชื่อมต่อพื้นที่กับพื้นที่ เพิ่มปฎิสัมพันธ์ระหว่างกัน
  • ออกแบบอาคาร ได้อย่างอิสระ เพราะมีพื้นที่เพิ่มขึ้น

ข้อจำกัด

  • ค่าใช้จ่ายในการดูแล เพิ่มมากขึ้น
  • ต้องดูแลและซ่อมแซม มากกว่าปกติ
  • เปลืองค่าไฟ
  • งบประมาณใน การก่อสร้างเพิ่มมากขึ้น

ใช้กับพื้นที่ไหนถึงจะดี

พื้นที่โปร่ง โล่ง สบาย แบบ Double Volume พื้นที่แบบ Double Volume เหมาะกับพื้นที่พักผ่อน ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก ห้องรับประทานอาหาร หรือโถงบันได ที่ต้องการเน้นความโปร่ง โล่ง เพื่อการใช้งานอย่างสะดวกสบาย ยิ่งไปกว่านั้นหากทำงานที่ต้อง ใช้ความคิดสร้างสรรค์ การอยู่ในสเปซที่เปิดโล่งเช่นนี้จะช่วย กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ให้ดียิ่งขึ้นด้วยนะ

แต่ก็มีบางห้องที่ไม่เหมาะกับ Double Volume เช่น ห้องน้ำหรือห้องนอนค่ะ ห้องนอนควรเป็นพื้นที่ ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น ส่วนตัว และปลอดภัย การมีฝ้าเพดานสูงอาจจะทำให้รู้สึกเวิ้งว้างจนนอนไม่หลับเลย

พื้นที่โปร่ง โล่ง สบาย แบบ Double Volume
การออกแบบ Double Volume ควรคำนึงถึงพื้นที่ห้อง โดยรวมด้วยนะ ว่ามีความสัมพันธ์กับเพดาน ที่สูงโปร่งหรือไม่ ถ้ามีพื้นที่ขนาดเล็ก อาจทำให้ขนาด ความกว้าง และความสูงโดย รวมไม่ถูกสัดส่วน สเปซออกมาไม่สวยงาม

บางครั้งหากมีปัญหา ที่ฝ้าเพดานอาจจะต้อง จ้างช่างที่มีบันไดสูงๆ หรือยกนั่งร้านมาซ่อมแซมในบ้าน ทั้งนี้สามารถใช้การออกแบบ แก้ปัญหาแทนได้ เช่น วางระยะแนวหลอดไฟ และโคมไฟที่ชั้น 2 หรือวางไฟให้อยู่ในบริเวณที่สามารถเอื้อมมือ ใช้ไม้เปลี่ยนหลอดไฟได้ เป็นต้น

จะเห็นได้ว่าพื้นที่แบบ Double Volume นั้นดีและมีประโยชน์ อย่างไรบ้าง สำหรับเพื่อนๆ ที่ถูกใจสเปซแบบนี้ ลองหาบ้านที่มี Double Volume กันนะคะ รับรองว่าจะได้สเปซโปร่ง โล่ง สบาย เพิ่มคุณภาพใน การพักอาศัยที่ดี และยังมาพร้อมกับ ความหรูหรา โอ่โถงอีกด้วย บ้านทำเลดี 

บ้านคอทเทจโมเดิร์น

บ้านคอทเทจโมเดิร์น ให้คลาสสิกแต่ทันสมัย

บ้านคอทเทจโมเดิร์น บ้านสไตล์คอทเทจ คือบ้านที่ใช้การตกแต่งแบบคันทรีในฝั่งตะวันตก สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับ สไตล์อื่นได้ไม่ยาก เพราะมีความเป็นธรรมชาติอยู่ ในตัวค่อนข้างสูง จากวัสดุที่เลือกใช้ในการสร้าง เช่น เปลือกไม้ หิน ไม่ว่าจะเป็นของจริง จากธรรมชาติหรือของเทียมที่อาจมีราคาถูกกว่า ผสมการตกแต่งอื่น ๆ ด้วยวัสดุที่เป็นของเก่า เพื่อให้ลงตัวกับองค์ประกอบโดยรวมของบ้าน ซึ่งบ้านสไตล์คอทเทจ นี้สามารถสร้างความรู้สึกผ่อนคลายให้กับผู้อยู่อาศัย ได้เป็นอย่างดี

ในประเทศไทยแบบบ้านคอทเทจ เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ด้วยสไตล์คอทเทจสามารถปรับเปลี่ยน ใช้วัสดุในธรรมชาติ ที่หาได้ง่ายในประเทศไทยเลยไม่เป็นปัญหาใน ด้านการก่อสร้าง แต่อาจจะปรับแบบ จากต่างประเทศนิดหน่อย เช่น ต่างประเทศจะมีเตาผิง ไฟสำหรับหน้าหนาวแต่ บ้านเราไม่จำเป็นต้องใช้ หรือวัสดุต่าง ๆ ที่ไม่มีในไทยก็สามารถ ใช้วัสดุอย่างอื่นแทนได้

บ้านคอทเทจโมเดิร์น

ไอเดียบ้านคอทเทจโมเดิร์น เสกบ้านในนิทาน

ถ้าให้เด็ก ๆ วาดรูปบ้าน คิดว่าหนึ่งในรูปแบบที่ต้องมีคงเป็นบ้านรูปทรงสี่เหลี่ยมมีหลังคาสามเหลี่ยมวางอยู่ข้างบน ส่วนห้องนั่งเล่นจะขยับออกมาข้าง ๆ ซึ่งเป็นแบบบ้านสไตล์คลาสสิคที่เราจะพบเห็นได้บ่อยในแบบฝึกระบายสี นิทานในฝั่งซีกโลกตะวันตก บ้านจัดสรร

ปัจจุบันบ้านแบบนี้ก็ยังมีให้เห็นบ้างแต่ก็น้อยลงเพราะถูกแทนที่ด้วยบ้านโมเดิร์นแบบอื่น ๆ ไปมาก แต่เชื่อว่าบางคนยังประทับใจในความรู้สึกของบ้านที่ดูโฮมมี่แบบนั้น ในประเทศแคนาดาก็มีการออกแบบบ้าน ที่ผสมผสานระหว่างคุณลักษณะแบบเก่าและรูปแบบความสะดวกสบายที่ทันสมัยแบบ “2 in 1” สำหรับใครที่ยังประทับใจบ้านในนิทานที่ดูทันสมัยขึ้น บ้านหลังนี้คงตอบโจทย์ได้ดี

บ้านสองชั้น หลังนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่เติมทั่วไปในชุมชน Leaside เมืองโตรอนโต รัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา ซึ่งมีบ้านสไตล์คลาสสิคหลังคาจั่วสูงให้เห็นอยู่ทั่วไป แต่ในแคนาดาเองก็เหมือนประเทศอื่น ๆ ที่บ้านยุคเก่าก็จะดูไม่อินเทรนด์ Studio JCI จึงออกแบบที่อยู่อาศัยต้นแบบสำหรับครอบครัวเดี่ยว ที่มีแรงบันดาลใจมาจากบ้านดั้งเดิมแต่ลดทอนรายละเอียดให้เหลือเส้นสายเรียบ ๆ เลือกใช้วัสดุตกแต่งผนังและหลังคาใหม่ๆ ที่ยังให้อารมณ์ความเป็นธรรมชาติ เช่น แผ่นหินและไม้ซีดาร์ บ้านแฝด

บ้านคอทเทจโมเดิร์น

ภายใน ออกแบบตกแต่งสไตล์โมเดิร์น ที่เน้นการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ เพื่อเพิ่มความกว้างของบ้านอย่างเต็มที่ โดยสร้างห้องหลักขนาดใหญ่บริเวณชั้นล่างที่ทำแผนผังชั้นแบบเปิด (Open Plan) ไม่มีผนังทึบแบ่งกั้นระหว่างพื้นที่นั่งเล่น/รับประทานอาหารที่อยู่ด้านหน้า ส่วนห้องแฟมิลี่และห้องครัวจะไหลไปอยู่ด้านหลังติดกับสวน

สถาปนิกใช้วิธีการทำพื้นที่ต่างระดับในส่วนตัว เป็นตัวบ่งบอกการเปลี่ยนฟังก์ชันจากห้องนั่งเล่นมาที่ครัว โดยไม่ต้องมีผนังห้องกั้นเหมือนแต่ก่อน ทำให้มิติของพื้นที่และการใช้งานเป็นไปอย่างต่อเนื่องลื่นไหล การเดินทางของแสงและลมก็ทำได้ดีขึ้นเช่นกัน

การใช้งานไม้สีเข้มและรูปทรงของหน้าต่างที่ล้อไปกับจั่วบ้านในห้องนอน เป็นองค์ประกอบที่ยังคงกลิ่นอายให้ระลึกถึงบ้านสไตล์คอทเทจของแคนาดาที่นิยมในยุคสมัยหนึ่ง มาในปัจจุบันนี้สิ่งเหล่านี้ยังคงอยู่มาได้ แต่ก็ต้องมีการปรับดีไซน์และฟังก์ชัน เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้งานและสภาพอากาศที่เปลี่ยนไปด้วย

ห้องครัว

ส่วนที่พิเศษอยู่ด้านหลังที่จะเปิดมากกว่าด้านหน้า

หากเป็นรูปแบบบ้านเดิม ๆ เราจะพบว่าผนังบ้านจะมีช่องแสงสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ เรียงรายรอบบ้าน เพราะต้องรักษาอุณหภูมิภายในบ้านช่วงฤดูหนาวที่หนาวจัด และให้เปิดรับลมระบายอากาศได้ในฤดูร้อนที่จะมีอุณหภูมิระหว่าง 15-30 องศาเซลเซียส แต่บ้านนี้ออกแบบช่องเปิดใหม่ให้มีส่วนร่วมกับไซต์ด้วยประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ยาว 4.2 เมตรที่ด้านหลัง ที่ช่วยขยายพื้นที่ใช้สอยไปยังชานบ้านให้ใช้งานได้สบาย ๆ ในเดือนที่อากาศอบอุ่น

ภายนอกบ้านอาจจะคงความคลาสสิคเอาไว้ แต่การออกแบบแปลนภายในสามารถนำแนวคิดแบบโมเดิร์นมารวมด้วยกันได้ เพื่อให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น ในบ้านแบบเดิม ๆ เราจะพบว่าห้องในส่วนต่าง ๆ ของบ้านนิยมทำผนังปิดทึบสี่ด้าน มีประตูหน้าต่างช่วยระบายอากาศ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้บ้านเป็นสัดส่วน แต่ในทางกลับกันผนังก็กลับเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงกัน และยังเพิ่มงบประมาณในการก่อสร้างด้วย

บ้านยุคใหม่จึงเลือกที่จะรวมฟังก์ชันที่ใช้ด้วยกันได้เอาไว้ในห้องใหญ่เดียว เช่น ห้องนั่งเล่น รับแขก ห้องทานอาหาร และครัวเบา โดยใช้วิธีเล่นระดับ การใช้วัสดุปูพื้นที่ต่างกัน หรือใส่พาร์ทิชัน เป็นตัวบ่งบอกฟังก์ชันที่เปลี่ยนไปแบบไม่ต้องทำผนังกั้น

บ้านคอทเทจสีแดง

แนวทางการตกแต่งบ้านสไตล์คอทเทจ เพิ่มความอบอุ่นเป็นกันเองให้กับที่อยู่อาศัยของคุณ

สำหรับนิยามของคำว่า คอทเทจ จะเน้นที่ความเรียบง่าย ประหยัด วิลล่าในป่าตอง ในสไตล์ที่อบอุ่น น่ารัก และในแนวทางที่จะนำเสนอต่อไปนี้ ก็จะเน้นวิธีการที่ทำได้ง่ายๆ ไม่ต้องลงทุนอะไรมาก

  • ตกแต่งด้วยผ้าคลุมเตียงบางๆ ผ้าคลุมเตียงบางๆที่มีสีสันน่ารักโดดเด่น นำมาวางคลุมโต๊ะหรือตกแต่งบริเวณโซฟา หรือทุกบริเวณที่ถูกใจในห้องนั่งเล่น ช่วยเพิ่มบรรยากาศน่าอยู่ให้ภายในได้ดีทีเดียว
  • ดึงบรรยากาศภายนอกเข้ามาในตัวบ้าน หนึ่งในคุณสมบัติของการแต่งบ้านสไตล์คอทเทจคือ การสร้างบรรยากาศนอกบ้านที่ภายใน ลองนำโต๊ะสำหรับนอกบ้านวางไว้ที่มุมห้อง หรือจะตกแต่งด้วยร่มชายหาดแบบเก่าๆที่ภายใน ก็เพิ่มกลิ่นอายแบบนอกบ้านได้ดี
  • เพิ่มความนุ่มนวลด้วยพรมแสนสวย บ้านสไตล์คอทเทจเป็นบ้านที่เน้นความสบายๆ การปูพรมบนพื้นปูนเรียบๆนับว่าเป็นอีกไอเดียที่เหมาะสำหรับบ้านสไตล์คอทเทจ นอกจากจะเพิ่มสีสันแล้วยังเพิ่มความนุ่มนวลให้กับฝ่าเท้าของคุณด้วย
  • ผนังกำแพงสีโทนสีขาวเรียบๆกับลวดลายเตียงเหล็กดัด เตียงเหล็กดัดที่ออกแบบอย่างสวยงาม เมื่อนำมาวางติดกับผนังที่ทาด้วยโทนสีอ่อนๆแล้ว จะดูอบอุ่นน่ารักในสไตล์คอทเทจ  บ้านเดี่ยว
  • ตกแต่งอย่างผสมผสานเล็กๆน้อยๆ การผสมผสานวัสดุต่างๆที่ไม่มากเกินไป วิลล่า ราคาถูกภูเก็ต จะช่วยให้บ้านมีความเป็นคอทเทจมากขึ้น ลองผสมผสานวัสดุแบบสังกะสีหรือเมทัลชีท ไว้ในบริเวณห้องนั่งเล่นน่ารักๆโทนสีเรียบๆสิ
  • ตกแต่งด้วยเชือก หรือสิ่งทอ ริบบิ้น เชือก หรือสิ่งทอต่างๆ เลือกชนิดที่สีสันน่ารัก นำมาตกแต่งผนังและพื้นที่ห้องนั่งเล่น จะช่วยสร้างบรรยากาศน่ารักๆที่ภายในได้เป็นอย่างดี
บ้านสไตล์สวยๆ

10 เทคนิคแต่งบ้านสวย อยู่สบาย สไตล์คอทเทจ

1.ตกแต่งด้วยไม้เนื้อแข็ง
ไม้ จัดได้ว่าเป็นวัสดุหลักที่จะขาดไปไม่ได้เลย สำหรับสไตล์คอทเทจ เพื่อให้เข้าใกล้กับคำว่าธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ซึ่งไม้ที่เลือกมานั้นไม่จำเป็นต้องผ่านการขัดเกลาอย่างดี หรือเรียบเนียนสนิทเหมือนการตกแต่งในแนวอื่น ๆ ทั่วไป อาจจะมีรอยแตกหรือสีของเนื้อไม้ที่ไม่สม่ำเสมอบ้างก็ไม่เป็นไร เพราะเสน่ห์อย่างหนึ่งของการตกแต่งบ้านสไตล์นี้คือความเป็นธรรมชาติของวัสดุตกแต่งนั่นเอง

2.เติมความเก๋ด้วยบิวท์อิน
เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ อย่างเช่น โต๊ะ หรือตู้ ที่จะนำเข้ามาประดับบ้าน ควรเลือกใช้แบบบิวท์อินจะเหมาะสมและตรงกับคอนเซ็ปต์มากกว่า นอกจากนี้ประโยชน์ที่ได้ก็คุ้มค่ามาก ๆ เพราะไม่ใช่แค่ทำให้บ้านนั้นดูสวยงามสะอาดตาเท่านั้น แต่ยังเป็นการประหยัดพื้นที่ใช้สอยไปในตัวด้วย และถ้าจะให้สวยลงตัวมากขึ้น อย่าลืมใช้ไม้เป็นวัสดุหลักในการบิวท์อินนะ

3.เพิ่มเสน่ห์ด้วยของเก่า
เนื่องจากการตกแต่งในสไตล์นี้มีความเป็นวินเทจแฝงอยู่ เพราะฉะนั้นควรจะนำเฟอร์นิเจอร์เก่า ๆ มาตกแต่งเข้าไปด้วย โดยสังเกตจากลักษณะการดีไซน์ภายนอกของแต่ละชิ้น เช่น เก้าอี้ไม้สาน โต๊ะแกะสลัก หรือหน้าต่างที่แต่งด้วยกระจกสีให้ความรู้สึกย้อนยุคไปอีกแบบ นอกจากจะช่วยรีไซเคิลของเก่ามาใช้ใหม่ได้แล้ว ยังมีเสน่ห์แบบคลาสสิกอีกด้วย

4.สีสร้างความอบอุ่น
สีที่เลือกมาใช้ ตกแต่งบ้านสไตล์คอทเทจ ไม่ควรจะเป็นสีสันที่จัดจ้านจนเกินไป เพราะจะทำให้ความเรียบง่ายหายไปทันที สีที่เหมาะสมควรเป็นสีโทนอ่อน เฉดสว่าง อย่างเช่น สีขาว สีครีม เทาอ่อน หรือผสมผสานความสดใสนิด ๆ ได้แก่ สีฟ้า สีชมพู สีเขียว ในเฉดอ่อน ๆ โทนพาสเทลก็ได้ เพื่อเพิ่มความสบายตา และสร้างบรรยากาศที่น่าอยู่มากยิ่งขึ้น

5.เพิ่มความสดใสด้วยลายดอก
สำหรับคนที่กลัวว่าบรรยากาศของบ้านนั้นจะราบเรียบเกินไปและทำให้รู้สึกไม่น่าอยู่ อาจจะเพิ่มลวดลายหรือสร้างสีสันด้วยของใช้หรือเครื่องประดับที่มีลายดอกเข้าไป ก็เป็นเรื่องที่ดีเหมือนกัน ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มความสดใสของบ้านแล้ว ยังมีส่วนในการปรับเปลี่ยนอารมณ์ของผู้อยู่อาศัยให้รู้สึกสงบ สดชื่น แจ่มใสได้ด้วยุ

6.สูงโปร่งด้วยผนังเซาะร่อง
สำหรับบ้านเล็กหรือมีพื้นที่น้อยและต้องการจะขยายให้ดูสูงโปร่งมากขึ้น พร้อมกับรักษาคอนเซ็ปต์ไปในเวลาเดียวกัน อาจจะตกแต่งด้วยการเซาะร่องที่ผนัง เพื่อพรางตาให้ดูยาวขึ้น หรืออาจใช้ไม้สีอ่อนมาตกแต่งผนังในแนวตั้ง โดยใช้พื้นที่แค่เพียงครึ่งล่าง ส่วนด้านบนเว้นเอาไว้เป็นพื้นที่ปูนเปลือยเปล่า ๆ หรือทาทับด้วยสีขาว หรือสีอ่อนโทนพาสเทล ก็จะได้ผนังสวย ๆ ที่ช่วยให้ห้องดูโปร่งขึ้นแล้ว บ้าน 

7.ตกแต่งด้วยของหวาน ๆ
ของหวานที่กำลังพูดถึงนี้ไม่ได้หมายถึงการนำกระปุกหรือขวดโหลใส่ของหวานสีสวย ๆ มาประดับเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงของใช้ต่าง ๆ ภายในบ้านด้วย อย่างเช่น ถ้วยชาม เครื่องใช้ ตะกร้า กล่องเก็บของ หรือแม้แต่กระทั่งราวแขวนต่าง ๆ หากเป็นไปได้ควรจะใช้ของสีสันสดใสและเป็นแนวเดียวกัน ได้แก่ ของเก่าแบบที่มีลวดลายในตัว หรือเพ้นท์รูปแบบย้อนยุคก็ได้ รับรองว่าบ้านแนวคอทเทจของคุณ จะดูหวานโรแมนติกสุด ๆ เลยล่ะ

8.ชั้นวางแบบลอยตัว
ชั้นวางของในห้องครัว ห้องนอน หรือส่วนที่เอาไว้สำหรับตั้งของประดับบ้านในห้องนั่งเล่นนั้นควรเลือกตู้หรือชั้นแบบลอยตัว ดีไซน์ภายนอกอาจจะเพิ่มความหวานเข้าไปหน่อยด้วยไม้แกะสลัก และกรอบตู้ที่มีความโค้งงอสวยงาม ส่วนบริเวณหลังควรเป็นลายทางตรงแบบเดียวกับผนัง และหากเป็นไปได้สีที่ใช้ควรจะเข้มกว่าสีหลักสักหน่อย เพื่อให้ดูโดดเด่นและสะดุดมากยิ่งขึ้น

9.หน้าต่างไม้แบบบานเกล็ด
ในส่วนของหน้าต่างไม่ว่าจะอยู่มุมใดของบ้านก็ตามควรจะเลือกแบบที่ใช้หน้าต่างไม้แบบที่มีบานเกล็ดเปิดรับลม โดยจะเป็นในลักษณะการเปิดแบบเลื่อนซ้ายขวา หรือพับเข้าออกเหมือนหน้าต่างทั่วไปก็ได้ แต่ถ้าหากกลัวว่าในระยะยาวจะผุพังไปเสียก่อน อาจจะใช้กันสาดติดไว้ด้านบนของหน้าต่าง หรือติดตั้งบานเลื่อนแบบกระจก ป้องกันแสงและน้ำฝนจากภายนอกด้วย บ้านทำเลดี 


10.เติมลุคทันสมัยด้วยโลหะ

เพื่อให้เข้ากับยุคสมัย โดยไม่ต้องการเปลี่ยนสไตล์การตกแต่งบ่อย ๆ อาจจะเลือกของใช้ที่เป็นโลหะอย่างเช่น ทองเหลือง ทองแดง เป็นวัสดุหรือมีส่วนประกอบของโลหะเล็ก ๆ น้อย ๆ เติมเข้าไปในบางส่วน อย่างเช่น อ่างล้างหน้า ก๊อกน้ำ โต๊ะ หรือเก้าอี้ ซึ่งส่วนต่าง ๆ ที่กล่าวมานี้ไม่เพียงแต่จะทำให้บ้านสวยงามเท่านั้น แต่ยังสร้างเอกลักษณ์และแอบแฝงความหรูหราไปพร้อมกันด้วย