ห้องครัวสไตล์ลอฟท์

ห้องครัวสไตล์ลอฟท์ โชว์ปูนเปลือย เท่ ๆ

ห้องครัวสไตล์ลอฟท์ ห้องครัวสไตล์ลอฟต์ เรียบร้อย ห้องครัวสไตล์ลอฟต์ สุดเท่ของคนรุ่นใหม่ มีสไตล์ และสบายตาในเวลาเดียวกัน ตกแต่งห้องครัวสไตล์โมเดิร์นลอฟต์ โชว์เสน่ห์ของผนัง ที่มีผิวสัมผัสแปลกตา และเดินระบบสายไฟบนรางเหล็ก เน้นโทนสีเทา ขาว และน้ําตาล เคาน์เตอร์ทําอาหารบิลท์อินไม้วางขนานไป ตามแนวผนัง ส่วนผนังด้านหลังทํา ตะขอไว้ใช้แขวนอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัว และบันไดอะลูมิเนียมที่ กลายเป็นพร็อปส์ตกแต่งครัวไปโดยปริยาย อีกทั้งยังหยิบ ใช้งานได้สะดวก ให้ลุคที่ดูเท่ๆเหมาะกับ เป็นครัวของคนรุ่นใหม่

ไอเดียครัวปูนเปลือย เท่ ๆ โชว์ได้สไตล์ลอฟท์ This kitchen is the heart of the home. คำพูดนี้เป็นของ Damarisa Devita เจ้าของบ้านหลังหนึ่งในอินโดนีเซีย ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ห้องครัว ไม่ได้เป็นแค่คลัง อาหารของบ้านเท่านั้น ในยุคนี้ “ครัว” สามารถเป็นหนึ่งความภาคภูมิใจ ของเจ้าของบ้านได้ไม่แพ้จุดอื่น ๆ เช่นกัน บ้านพื้นที่105 ตารางเมตรนี้ ดูภายนอกก็คล้ายกับบ้านโมเดิร์นทั่วไปที่ รูปลักษณ์เฉียบคม

แต่เมื่อย่างเข้าสู่ ตัวบ้านจะสัมผัสได้ ถึงธรรมชาติที่แทรกอยู่ในทุก ๆ มุม และเชื่อมต่อส่วน ใช้ชีวิตในอาคารกับสวนกลางแจ้ง ได้อย่างแนบเนียน ทำให้บ้านเต็มไป ด้วยสภาวะสบาย ชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย

ห้องครัวสไตล์ลอฟท์

บ้านโมเดิร์นอารมณ์ธรรมชาติ มีคอร์ทยาร์ดด้านใน

บ้านสองชั้นพื้นที่ใช้สอย 80 ตารางเมตร ด้านหน้าจัดสนามหญ้าเขียวชอุ่ม ผนังชั้นล่างตกแต่งด้วยแผ่นเหิน เพื่อให้เข้ากับสภาพ โดยรวมที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ ด้านข้างมีช่องทางเล็ก ๆ เข้าสู่ตัวบ้าน เมื่อเดินเข้ามาภายในจะเห็นรูปร่างบ้านเป็นตัว C โอบล้อมคอร์ทยาร์ดอยู่ ชั้นล่างประกอบด้วยโรงรถ ห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องน้ำ และครัว ซึ่งห้องหลัก ๆ จะเปิดได้กว้างและมีความต่อเนื่องระหว่างอาคาร กับพื้นที่กลางแจ้ง เป็นแนวคิดการสร้าง บ้านที่น่าสนใจ เหมือนการผสมผสานบรรยากาศ บ้านพักตากอากาศมา แอบซ่อนอยู่ข้างใน phuket property

ในทุกจุดของบ้านจะสัมผัส ได้ถึงกลิ่นอายของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นผนังตกแต่งกรอบรูปใบไม้ กระถางปลูกไม้ประดับใบเขียว ผนังและเพดานที่เต็มไปด้วยไม้เลื้อย การตกแต่งภายในบ้าน ผนังบ้านเน้นใช้สีขาวและสีเขียวเป็นหลัก พื้นปูพรมสีเขียว คล้ายกับผืนหญ้า เหมือนยกสวนเข้ามา อยู่ด้านใน ในโซนห้องนั่งเล่นจำนวนประตู หน้าต่างที่ค่อนข้างมาก และเป็นกระจกเปิดได้กว้าง ทำให้บ้านเย็นสบาย และอากาศไหลเวียนได้อย่างราบรื่น เพียงแค่เปิดประตูออกก็สามารถเพลิดเพลิน กับทัศนียภาพของสวนจาก ส่วนนี้ได้เต็มที่ โถงบันไดติดวอลล์เปเปอร์สี ขาวลายใบไม้วาดเส้นสีดำ วางกระถางต้นไม้ใบเขียวเข้มทำให้บ้านสดชื่น บ้านทำเลดี

ห้องครัวสไตล์ลอฟท์

ครัวลอฟท์กึ่งเปิด โปร่งสบาย เท่เต็มเสน่ห์

ห้องครัวกึ่งเปิด semi-open ขนาด 3 x 3.5 เมตร เป็นจุดสำคัญในบ้าน นี่คือพื้นที่ที่เป็นคลังเสบียง สำหรับผู้อยู่อาศัยในบ้าน และเป็นนิยามของพื้นที่การใช้ชีวิต ร่วมกันแบบใหม่ ๆ เจ้าของบ้านต้องสะท้อน ทั้งตัวตนของผู้ใช้งานและตรงกับความ ต้องการใช้งาน คือเท่แต่อบอุ่น และยังเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน สถาปนิกจึงแก้โจทย์ออกมาเป็นห้องครัวปูนเปลือย ขัดมันไม่ทาสี ผนังสีเทาที่ให้รู้สึกว่ายังทำไม่เสร็จ ผสานรวมกันกับงานเหล็ก สีดำแทรกด้วยงานไม้ดูมีเสน่ห์ ผนังครัวเปิด กว้างเชื่อมต่อสวน สามารถมองเห็นสวน หย่อมได้และไม่ขาดการติดต่อ กับส่วนอื่นๆ ของบ้าน จัดสวนในพื้นที่บ้าน

ทุกเช้าเข้าครัวมาอุ่นขนมปัง ชงกาแฟ ช่วงบ่ายแวะเวียนมา ทำเค้กให้เด็ก ๆ พอถึงตอนเย็นก็เตรียมอาหาร เสร็จแล้วออกมานั่งทาน ที่สนามหญ้า เป็นความสุข ที่แค่คิดก็ฟินแล้ว

ห้องครัวเป็นระเบียบ

ครัวขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ด้วยองค์ประกอบใน การจัดการพื้นที่ทำให้รู้สึกโปร่งและสว่าง ตั้งแต่การเปิดโล่งด้านหน้า ภายในบิวท์เคาน์เตอร์ครัวเล็ก ๆ ด้านเดียว แต่มีฟังก์ชั่นครบทั้งเตา ซงิค์ล้าง และตู้ด้านล่าง เพื่อไม่ให้กินพื้นที่ ผนังปูนเปลือยใส่ชั้นวางของ เป็นไม้ชิ้นเดียวไม่มี ตู้ติดผนังให้ดูอึดอัด ติดฉากทำจากตะแกรงเหล็กโปร่ง ๆ เอาไว้ห้อยเครื่องครัวด้านข้าง ซึ่งนอกจากจะใช้ประโยชน์จาก พื้นที่แนวตั้งแล้ว บ้านเดี่ยว

ฉากนี้ยังช่วยแบ่ง ขอบเเขตระหว่าครัว และพื้นที่ซักล้างด้านหลัง แต่ยังคงอนุญาตให้ลม และแสงเข้ามาในครัวได้ ห้องครัวในเวลากลางคืนเปิดแสงไฟโทนสีอุ่น ๆ สะท้อนผนังเรียบ ๆ แต่ปรับบรรยากาศให้ครัวดิบ ๆ กลายเป็นสถานที่รับประทานอาหาร ค่ำอันแสนโรแมนติก

ห้องครัวเข้มๆ

บ้านสไตล์ลอฟท์ (Loft Style) กับข้อดี-ข้อเสียที่เราควรรู้

เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็อยากมี บ้านสไตล์ลอฟท์สวยเข้ม แนวการ รีโนเวทบ้าน ที่ผสานกลิ่นอายความเท่ ดิบ อาร์ต สำหรับใครที่กำลังผันตัวเป็น Loft Lover วันนี้เฌอร่าจะพาคุณมารู้จักข้อดี-ข้อเสียของ บ้านสไตล์ลอฟท์ มาให้พิจารณากันชัด ๆ ไปทีละข้อตามนี้เลย เรามาดูข้อดี และข้อเสียของ บ้านสไตล์ลอฟท์ กันค่ะ หลาย ๆ คนที่ชอบ บ้านสไตล์ลอฟท์ ควรรู้ข้อเสียของบ้านสไตล์นี้ กันด้วยนะ เพราะถ้ารับไม่ได้กับ ข้อเสียขึ้นมาก็อาจจะ ทำให้คุณไม่มีความสุข ตอนอยู่บ้านได้ บ้านจัดสรร

ข้อเสีย

  • อุณหภูมิ ควบคุมอุณหภูมิภายในบ้านได้ยาก เนื่องจากหน้าต่างบานใหญ่และดีไซน์ที่เน้นความโปร่งโล่ง ทำให้แสงแดดเข้าได้จากทุกทิศทุกทาง จึงทำให้ควบคุมอุณหภูมิได้ยากกว่าบ้านทั่วไป ยิ่งเข้าสู่ฤดูร้อน บ้านสไตล์ลอฟท์ จะมีอุณหภูมิที่ร้อนมาก
  • เสียง บ้านสไตล์ลอฟท์ ไม่ค่อยมีกำแพงจึงไม่มีตัวช่วยกั้นและดูดซับเสียง เป็นเรื่องยากที่จะควบคุมเสียงที่มาจากห้องต่าง ๆ ภายในบ้าน จึงทำให้เกิดเสียงดังก้องในบ้านได้ง่าย
  • การดูแลรักษา การตกแต่งผนังของ บ้านสไตล์ลอฟท์ ที่ทำแบบปูนขัดมัน เมื่อเวลาผ่านไปนาน ๆ จะเริ่มหมอง จึงต้องคอยเคลือบผนังด้วยน้ำยาเป็นประจำเพื่อความสวยเงางาม ถ้าเป็นผนังอิฐ จะต้องคอยสังเกตว่ามีรอยแตกร้าวตรงส่วนไหนหรือเปล่า? ซึ่งควรได้รับการซ่อมทันที อย่าปล่อยให้มีรอยร้าวในหลาย ๆ จุด เพราะจะทำให้เกิดอันตรายได้นะ
  • ด้วยดีไซน์ที่แปลกตา เรียบง่าย แบบสวยดิบ หยาบ แต่ดูดีเน้นโชว์โครงสร้าง และผิวของวัสดุ ให้อารมณ์ และความรู้สึกเป็นธรรมชาติ เป็นบ้านที่มีเอกลักษณ์ในแง่ของ การดีไซน์ที่แปลกตา เพราะได้แรงบันดาลใจจากโกดัง หรือโรงงานแบบตะวันตก โดยเพดานจะอยู่สูงกว่าบ้านแบบอื่น ๆ อย่างผนังปูนเปลือย หรือผนังอิฐบล็อกดิบ ๆ ไร้สีสันแต่งแต้ม
ห้องครัวโปร่งโล่ง
  • บรรยากาศโปร่งโล่ง พอจะทราบอยู่แล้วว่าจุดเด่น บ้านสไตล์ลอฟท์ อยู่ที่ความสูงของหลังคา ดูโปร่ง โล่ง ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้บ้านดูโล่ง และกว้างเท่านั้นนะ แต่ยังทำให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกอีกด้วย อีกส่วนหนึ่งที่เป็นจุดเด่นก็คือหน้าต่าง บ้านที่เน้นหน้าต่างขนาดกว้าง และยาว เพื่อให้บ้านดูสว่าง ซึ่งนอกจากดึงแสงธรรมชาติ เข้ามาได้แล้ว ยังช่วยประหยัดค่าไฟได้ด้วยล่ะ
  • จัดสรรพื้นที่ได้ง่าย ต้องบอกก่อนเลยว่าแปลน บ้านสไตล์ลอฟท์ หลายแบบไม่ค่อยเน้นกั้นกำแพง ภายในบ้านกันสักเท่าไร และจะตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่น้อยชิ้น ทำให้พื้นที่ในบ้านค่อนข้างโล่ง นี่แหละจึงเป็นข้อดีที่เราสามารถดีไซน์ การตกแต่งบ้าน ได้ตามใจชอบ จะปรับเปลี่ยนการตกแต่งบ้านให้เหมาะกับ ไลฟ์สไตล์เราตอนไหนก็ได้ สะดวกสบายสุด ๆ

ข้อดี

  • ดีไซน์เป็นเอกลักษณ์
  • บรรยากาศโปร่งโล่ง
  • จัดสรรพื้นที่ได้ง่าย
  • ประหยัดเวลาใน การสร้างและตกแต่ง
  • ตกแต่งผนังเดิม ให้เก๋ไก๋สไตล์ลอฟท์
  • ประหยัดเวลาในการสร้างและตกแต่ง ดิบ ๆ เท่ ๆ จนแทบไม่ต้องตกแต่งอะไรให้มากมาย อวดผิวเปลือย ๆ ของปูนหรืออิฐก็ยังได้ ช่วยลดขั้นตอนและเวลาในการตกแต่ง บอกได้เลยว่า… นอกจาก บ้านสไตล์ลอฟท์ จะช่วยประหยัดเวลาได้แล้ว ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายใน จ้างผู้รับเหมาต่อเติมบ้าน ได้เช่นกัน บ้านแฝด 
  • ตกแต่งผนังห้องเดิม ๆ ให้เก๋ไก๋สไตล์ลอฟท์ มาเปลี่ยนผนังบ้านธรรมดาให้มีเสน่ห์ เรียบเท่สไตล์ลอฟท์กันค่ะ ใครอยากได้มุมบ้านที่ดูโมเดิร์น เรียบง่าย ได้บรรยากาศสไตล์ลอฟท์ มาทางนี้เลย ! “ผนังตกแต่ง เฌอร่าบอร์ด” ทางเลือกใหม่ของผนังไม้ฝาที่โดดเด่น เพิ่มลูกเล่นให้ผนังบ้านคุณมีมิติ ด้วยการใช้ผนังตกแต่ง เฌอร่าบอร์ด มาตัดครึ่งแผ่น ขนาด 120 x 120 ซม. คว้านหัวสกรู 4 มุม และทาสีผนังได้ตามใจชอบ

จัดห้องนอนมินิมอล

จัดห้องนอนมินิมอล ง่ายๆในสไตล์ที่ไม่ยุ่งยาก

จัดห้องนอนมินิมอล ถ้าจะบอกว่าสุขภาพที่ดี เริ่มต้นจากห้องนอน ต้องบอกว่าคำนี้ไม่เกินความจริงเลย เพราะเวลาในชีวิตของ คนเราเกินกว่าครึ่งหนึ่ง หมดไปกับการนอนหลับ พักผ่อนในห้องนอนนั้นเอง ซึ่งถ้าหากห้องนอนของเราเต็มไปด้วยเชื้อโรค ฝุ่น แบคทีเรีย และไรฝุ่นต่าง ๆ ความเจ็บป่วยย่อมเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้นการจัดห้องนอน ให้ถูกสุขลักษณะ เพื่อการพักผ่อนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

จัดห้องนอนมินิมอล

วิธีการจัดห้องนอนให้ถูกสุขลักษณะการพักผ่อน

อันดับแรกควรทำให้ ห้องนอนมีของน้อยชิ้นที่สุด ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องตัดใจพอสมควรสำหรับผู้ที่ชื่นชอบ การตกแต่งห้องนอน แต่พึงระลึกไว้เสมอว่าการลดสิ่งของในห้องเท่ากับเป็น การลดปริมาณสาร ก่อภูมิแพ้ในห้องนอนด้วยเช่นกัน ในต่างประเทศบางแห่ง ถึงกับมีการรณรงค์ ให้จัดห้องนอนให้เป็น Chemical Free Oasis เลยทีเดียว  บ้านเดี่ยว

1.พื้นห้องไม่ควรปูพรม
ถ้าจะให้ดีที่สุดพื้นของ ห้องนอนควรเป็นพื้นไม้ พื้นกระเบื้อง หรือพื้นกระเบื้องยาง และไม่ควรใช้พรม ในห้องนอน เพราะพรมจะกลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของไรฝุ่นที่เป็นตัวการสำคัญ ของการก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้

อีกทั้งยังดูแลทำความสะอาด ได้ยากกว่าพื้นไม้ พื้นกระเบื้อง แต่ถ้าหากจำเป็นต้องใช้พรม ควรทำความสะอาดพรม ด้วยน้ำยาชนิดแห้ง และไม่ควรใช้วิธีซักล้าง เนื่องจากความชื้นจะช่วยทำ ให้ตัวไรฝุ่นเจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้น

2.ผนังห้องนอนปลอดฝุ่น
การเลือกใช้วอลเปเปอร์ ควรจะเลือกกระดาษ มันที่ง่ายต่อการ ทำความสะอาด และหากเกิดการ เก่าชำรุดเสียหาย ต้องเปลี่ยนใหม่ทันที ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นแหล่งสะสมฝุ่นได้ สิ่งทอต่าง ๆ  บ้านแฝด

ภายในห้องนอนต้องมีเส้นใยสานกันแน่น เป็นพลาสติก หรือเส้นใยไวนิล และไนลอน อีกทั้งต้องเคลือบด้วยสารป้องกันไรฝุ่น เพื่อป้องกันไม่ให้ไรฝุ่นเข้า มาอยู่อาศัย พร้อมทั้งควบคุมความชื้นภายในห้อง ให้เหลือน้อยกว่าร้อยละ 50 ซึ่งจะเป็นการช่วยป้องกันการเจริญเติบโต ของของตัวไรฝุ่นอีกด้วย

3.ผ้าม่านซักทำความสะอาดได้ง่าย
ควรเลือกแบบที่ สามารถถอดซักได้ง่าย เพื่อการทำความสะอาดที่บ่อยขึ้น อย่างน้อยควรซัก 6 สัปดาห์ต่อครั้ง

ดูดฝุ่นทำความสะอาด เพื่อลดปริมาณไรฝุ่นได้ในระดับหนึ่ง อีกทั้งเลือกใช้อุปกรณ์ตกแต่งบ้านรวม ถึงเฟอร์นิเจอร์ที่ปราศ จากสารเคมีตกค้างที่เป็นอันตราย ทั้งผ้าม่าน สีทาผนัง ตู้ โต๊ะ พรม

จัดห้องนอนมินิมอล

4.เตียงนอนไม่สะสมความชื้น
เลือกใช้เตียงชนิดแบบขาลอยไม่มีชั้น เพราะสามารถทำความสะอาดได้ง่าย อีกทั้งตำแหน่งของเตียงควร อยู่ในที่แสงแดดส่องถึง เพื่อป้องกันความชื้นสะสม โดยเฉพาะห้องนอนเด็ก ควรหลีกเลี่ยงการใช้เตียงแบบ 2 ชั้น เพราะมีการสะสมฝุ่นได้ง่าย

5.เครื่องปรับอากาศ
ควรใช้แผ่นดักจับฝุ่น และสิ่งแปลกปลอมในอากาศ เพื่อเป็นตัวกรองฝุ่นในห้องนอน ไม่ให้เป็นแหล่งที่ อยู่อาศัยของไรฝุ่น เชื้อโรค แบคทีเรียต่าง ๆ และต้องไม่ลืมตรวจสภาพแผ่น กรองเป็นประจำให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เพื่อรักษาประสิทธิภาพในการกรอง อากาศให้ดีอยู่เสมอ โดยตัวกรองอากาศสามารถช่วยให้ผู้ป่วยโรคหอบ แพ้ฝุ่นละออง ละอองเกสร ต้นไม้ต่าง ๆ มีอาการทุเลาลงได้อีกด้วย บ้านจัดสรร

6.ที่นอนปลอดไรฝุ่น
เลี่ยงการใช้งานที่นอน ชุดเครื่องนอน พรมและเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากเส้นใยที่มีอายุการใช้งานหลาย 10 ปี เพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัสกับไรฝุ่นที่สะสมอยู่ในเส้นใยเหล่านั้น เลือกใช้ที่นอน ที่ทำจากวัสดุสังเคราะห์เพราะสามารถทำความสะอาดได้ง่าย ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง ให้ความทนทานและนุ่มนวล ชั้นวัสดุภายในประกอบด้วยฟองน้ำเกรดดี

มีเทคนิคและกระบวนการผลิต ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานสากล และความปลอดภัย ที่สำคัญต้อง ปกป้องบรรยากาศภายใน ห้องนอนของคุณและคนที่คุณรัก ให้ปลอดภัยจากไรฝุ่น สารก่อภูมิแพ้ เชื้อรา และแบคทีเรีย

ห้องนอนสวยๆ

ห้องนอนสไตล์มินิมอล 

สไตล์มินิมอล (Minimal) เป็นการตกแต่งแบบเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น หรือเครื่องใช้น้อยชิ้น อย่างการใช้เตียงอเนกประสงค์ เฟอร์นิเจอร์ที่มีฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย ซึ่งสไตล์มินิมอลนั้นจะใช้โทนสีอ่อน โมโนโทนหรือเอิร์ธโทน การตกแต่งสไตล์มินิมอลจะสำหรับการผ่อนคลาย สงบ และสบายตา เหมาะสำหรับคนที่ชอบอะไรง่าย ๆ

1.การเลือกใช้สีในการตกแต่งห้อง
ห้องนอนในแบบสไตล์มินิมอล ส่วนใหญ่จะเน้นใช้สีโมโนโทน อย่างเช่น สีขาว สีดำ สีเทา หรือสีของวัสดุธรรมชาติอย่างไม้ เป็นต้นค่ะ แต่เราก็สามารถเลือกใช้สีอื่นมาตัดเพื่อเพิ่มความน่าสนใจได้นะคะ เพื่อไม่ให้ห้องดูเป็นโทนสีเดียวไปทั้งหมด

2.ใช้สีของไม้ให้ความรู้สึกอบอุ่น 
การใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้ หรือเลือกใช้วัสดุที่มีลายไม้มาใช้ในการตกแต่งห้อง ก็จะทำให้เรารู้สึกถึงความอบอุ่น เป็นธรรมชาติ เข้าถึงความเป็นมินิมอลมากยิ่งขึ้น

3.เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับห้อง
อีหนึ่งลูกเล่นในการแต่งห้องสไตล์มอนิมอล ที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย คือการนำเอาต้นไม้มาตั้งไว้หรือจัดดอกไม้สดลงแจกันมาวางในห้อง จะช่วยทำให้ห้องมีความสดชื่นและดูสบายตามากยิ่งขึ้น

4.Minimal ในแบบฉบับของญี่ปุ่น
ห้องสไตล์มินิมอลก็ได้แรงบันดาลใจมาจากการแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่นกันนะคะ เพราะคนญี่ปุ่นไม่ว่าห้องนอนจะเล็กหรือจะใหญ่ สิ่งที่คำนึงมากที่สุดคือ ห้องจะต้องโปร่งสบาย เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้จะน้อย แต่ได้ประโยชน์ที่คุ้มค่า

5.ห้องนอนขนาดเล็กสไตล์มินิมอล 
สาว ๆ คนไหนที่กังวลว่า ห้องนอนตัวเอง เล็กจะจัดออกมาอย่างไรให้ดูมินิมอล มีเทคนิคง่าย ๆ เลยค่ะ คือการแบ่งสัดส่วน ห้องนอนให้ดีดี เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ที่ใช้ ก็ใช้แบบบิ้วอินเพราะ จะทำให้เราใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า และออกมาดูเป็นห้อง ที่ใช้สีโทนเดียวกัน สวยงามด้วย

ห้องนอนมินิมอล

ไอเดีย แต่งห้องมินิมอล ให้เป๊ะปังง่ายเหมือนดีดนิ้ว

ไอเดียที่ 1 เลือกคุมโทนห้องด้วยสีสันเรียบ ๆ
จะลงมือ แต่งห้องสไตล์มินิมอล ทั้งทีต้องเริ่มต้นให้ดีด้วยการเลือกใช้สีที่ใช่! ซึ่งสีที่เหมาะกับการนำมาใช้ที่สุดก็หนีไม่พ้นคู่สีแบบ Monochrome ที่แต่งออกมาลุคไหนก็ปังอย่างสีดำและสีขาว

เพราะถึงแม้จะเบสิกแต่ก็คลาสสิกสุด ๆ เลยเหมือนกัน แถมยังช่วยให้บรรยากาศภาพรวมของห้องดูมีมิติ น่าค้นหา เรียบหรูและทันสมัยไปพร้อม ๆ กัน หากผนังบ้านใครเป็นสีขาวอยู่แล้วก็สามารถเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์สีดำ หรือของตกแต่งโทนสีดำมาตกแต่ง แต่หากผนังห้องเป็นสีดำก็สามารถเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์สีขาวมาตัด ช่วยให้ห้องดูสว่างขึ้นไปด้วยในตัว

นอกจากสีคู่ตรงข้ามอย่างสีดำและสีขาวแล้ว อีกโทนสีที่เข้ากับการแต่ง ห้องสไตล์มินิมอล ก็คือสีแบบโมโนโทน หรือสีโทนอ่อน ๆ เช่น สีเอิร์ธโทนอย่างสีน้ำตาล สีเปลือกไข่ สีแทน สีเขียว หรือสีฟ้า เป็นต้น สีเหล่านี้จะช่วยทำให้ห้องดูเรียบง่าย ให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลาย และเหมาะมาก ๆ กับการนำมาใช้ตกแต่ง ห้องนอนมินิมอล ห้องแห่งการนอนหลับพักผ่อนนั่นเอง

ไอเดียที่ 2 เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ฟังก์ชั่นครบครันเท่าที่จำเป็น
ในส่วนของการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์สำหรับ แต่งห้องสไตล์มินิมอลงบน้อย การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบบมัลติฟังก์ชั่นให้มากที่สุด หรือพูดง่าย ๆ คือเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานมากกว่า 1 อย่าง

เลือกใช้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น เช่น ห้องนอนมินิมอล ที่เลือกใช้เตียงนอนที่มีฟังก์ชั่นลิ้นชักจัดเก็บด้วยในตัว เพื่อช่วยเซฟงบประมาณในการซื้อเฟอร์นิเจอร์ และช่วยเซฟพื้นที่ภายในห้องให้เหลือพื้นที่ว่างให้มากที่สุดตามคอนเซ็ปต์ “Less is more” มีน้อยแต่ตอบโจทย์มาก ยิ่งน้อยเท่าไหร่ยิ่งดี

ห้องนอนมินิมอล

ไอเดียที่ 3 เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวแทนการใช้บิวท์อิน
นอกจากจะเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์มัลติฟังก์ชั่นแบบน้อยชิ้นแล้ว อีกหนึ่งข้อแนะนำเกี่ยวกับการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์สำหรับ แต่งห้องสไตล์มินิมอล คือควรเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวที่สามารถเคลื่อนย้ายและปรับเปลี่ยนเพื่อความลงตัวได้ตามใจชอบ และเน้นดีไซน์ที่ดูโปร่งโล่ง หลีกเลี่ยงการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ดูทึบตันอย่างเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน รวมทั้งเลือกใช้โทนสีนุ่ม ๆ ที่มองดูแล้วสบายตาและผ่อนคลาย หรือจะเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มาจากวัสดุธรรมชาติก็ได้

ไอเดียที่ 4 ตกแต่ง ห้องนอนมินิมอล แบบไม่ต้องง้อเตียง
เฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญที่สุดสำหรับห้องนอนคงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากเตียงนอน แต่สำหรับ ห้องนอนมินิมอล แล้ว เตียงนอนอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายเสมอไป เพราะเพียงแค่นำฟูกที่นอนมาวางกับพื้นห้องในมุมเหมาะ ๆ ก็จะได้มุมพักผ่อนที่ดูโปร่งโล่ง เรียบง่าย สบายตา

แถมยังเป็นการ แต่งห้องสไตล์มินิมอลงบน้อย ที่ไม่ต้องเสียเงินซื้อเตียงนอนใหม่เลยสักบาท ยิ่งหากเป็นห้องนอนที่มีพื้นที่ไม่กว้างนัก หรือมีเพดานค่อนข้างต่ำ การวางฟูกที่นอนกับพื้นจะช่วยให้เวลานอนไม่รู้สึกอึดอัด เพราะมีช่องว่างระหว่างที่นอนกับเพดานห้องมากกว่า

เลือกสีให้ห้องน้ำสวยๆ

เทคนิคการจับคู่สี เลือกสีให้ห้องน้ำสวยๆ

เลือกสีให้ห้องน้ำสวยๆ ห้องน้ำแม้จะเป็นส่วนเล็ก ๆ ของบ้าน แต่ควรได้รับการใส่ใจในรายละเอียด การออกแบบ เพื่อให้บรรยากาศที่เข้าใช้งานมีความสุขสุนทรีสมกับ ชื่อห้องสุขา หากบ้านสวย แต่ห้องน้ำดูไม่สวยงามไม่ถูกสุขอนามัย เมื่อมีผู้มาเยี่ยมเยือนก็อาจ จะไม่ประทับใจ ในทาง กลับกันหากบ้านที่มีห้องน้ำสวยก็ เป็นจุดโชว์แขกได้เท่า ๆ กับจุดอื่นของบ้าน

ดังนั้นการเลือกของตกแต่ง อุปกรณ์ฟิตติ้ง โทนสีและรูปแบบกระเบื้อง จึงต้องเสริมความโดดเด่นซึ่งกัน และกันด้วย สำหรับใครที่ต้องการ ตกแต่งห้องน้ำแต่ยังไม่มีไอเดีย 8 รูปแบบการจับคู่วัสดุ ที่ใช้ในห้องน้ำมาให้ เป็นแรงบันดาลใจกันเลยนะ

เลือกสีให้ห้องน้ำสวยๆ

8 เทคนิคการจับคู่สี การสวยๆด้วยตัวเรา

1.LUCITE AND GLASS
วิธีการจับคู่อันดับแรกคือ การเลือกอุปกรณ์ฟิตติ้งใส ๆ หรือ lucite เป็นตัวหลัก อาทิ มือจับ มือดึง ลูกบิด ซึ่งจะเข้ากันได้ดีกับกระเบื้องพื้น Porcelain ลายหินอ่อนที่ดูขาวสะอาดตา แต่มีรายละเอียดภายใน พื้นผิวที่ส่องสะท้อนแสงของ Lucite สามารถเพิ่มความน่าสนใจ ให้กับห้องใดก็ได้ เพิ่มความลึกเล็กน้อยให้กับห้องด้วยอุปกรณ์ฟิตติ้ง ดีไซน์โมเดิร์นที่เป็นโลหะ เช่น ก๊อกน้ำสเตนเลสสตีล ก้านโยกนิเกิลขัดเงา และตกแต่งกระเบื้องผนัง รูปร่างเกล็ดปลา สีฟ้าก็จะเพิ่มลูกเล่นให้กลาย เป็นจุดโฟกัสสายตาได้

2.NEW TRADITIONAL
หลายคนอาจจะรู้สึกงง ๆ กับรูปแบบนี้เพราะ new คือ “ใหม่” แต่ traditional หมายถึง “ดั้งเดิม” ซึ่งไม่น่าจะรวมกันได้ ในที่นี้หมายถึงการใช้ อุปกรณ์ฟิตติ้งสีทองแชมเปญ (Champagne bronze) ที่สามารถใช้งานได้หลากหลายสไตล์รวมถึง สไตล์โมเดิร์นด้วย การตกแต่งก็ทำง่าย ๆ

โดยเลือกฮาร์ดแวร์ สีบรอนซ์แชมเปญ ที่ให้รูปลักษณ์ ที่หรูหรา หรือเพิ่มความอบอุ่นของแชมเปญ สีชมพูลงไปก็จะให้ ภาพรวมที่ทันสมัยขึ้น จับคู่กับอุปกรณ์ฟิตติ้ง สไตล์โมเดิร์นเส้นสายเรียบ ๆ ทำจากนิเกิลขัดเงาหรือฮาร์ดแวร์สีดำด้าน ท็อปเคาน์เตอร์ปูหินอ่อน กระเบื้องผนัง สีขาวทรงโค้ง ๆ หรือ โมเสกหินอ่อนแทรก จุดสีทองแชมเปญ และพื้นลายไม้ไม้ธรรมชาติ เพื่อใส่ความสดใหม่ในรูปแบบดั้งเดิม

เลือกสีให้ห้องน้ำสวยๆ

3.SOFT AND ORGANIC
นุ่มนวล และเป็นมิตรกับสายตา เป็นการออกแบบ ห้องน้ำที่เน้นสีกลาง ๆ ให้ความรู้สึกสบายตา เช่น กระเบื้องสีเทา ขาว กระเบื้องลายหินอ่อนริ้วลายสีเทา ส่วนอุปกรณ์ฟิตติ้ง ชุดของใช้ มือจับมือดึง ก๊อกน้ำสามารถเลือกดีไซน์คลาสสิก โทนสีอ่อน ๆ ที่เข้ากันได้ หรือจะผสม สีแชมเปญอันอบอุ่นเข้ากับโทนสีเย็น ๆ ของทองเหลืองโบราณ และนิกเกิลขัดเงาเพื่อสร้างความรู้สึกที่นุ่มนวล และเป็นธรรมชาติ

สีโลหะเหล่านี้สมดุลกับ ชิ้นส่วนที่ตกแต่งด้วยสีเอิร์ธโทน โดยไม่ได้แย่งความเด่น ลองตกแต่งเพิ่มเติม ด้วยองค์ประกอบของธรรมชาติ เช่น ผ้าลินินลายดอกไม้ หรือของตกแต่งสีเขียวเข้ม ก็เข้ากันได้กับลุคนี้

4.MATTE BLACK
โทนสีที่ดูทันสมัย และแต่งง่ายที่สุดโทนหนึ่งคือ สีดำ ซึ่งเข้ากันได้กับสีพื้นสีขาว สีครีม หากต้องการความโมเดิร์นหรูหรา ก็จับคู่กับกระเบื้อง สีเงินเมทัลลิก ผนังกระจกใส ฮาร์ดแวร์ประดับคริสตัล แต่ถ้าต้องการลุคที่ดูเข้มขึ้น ให้จับคู่อุปกรณ์ฟิตติ้ง มือจับ ก้านโยก ที่แขวนทิชชู ก๊อกน้ำ สไตล์เรโทรสีดำด้าน

ซึ่งจะเข้ากันได้ดีกับ การแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์-อินดัสเทรียล ในบ้านที่ชอบความเป็นธรรมชาติแบบบ้านฟาร์ม ก็ใช้ได้โดยเลือกกระเบื้อง เคาน์เตอร์สีเทา-ขาว กระเบื้องผนังลายกราฟิกสีเทาดำ เข้ากับฮาร์ดแวร์สีดำด้าน ผสมผสานพื้นไม้ หรือกระเบื้องลายไม้สีอ่อน ๆ ซึ่งจะทำให้ภาพรวมของห้องน้ำดูอบอุ่นขึ้น

BOLD STATEMENT

5.FARMHOUSE
ถ้านึกถึงบ้านแบบฟาร์มเฮาส์ ต้องนึกถึงครัว และห้องน้ำตกแต่งกระเบื้องสีขาว แต่สิ่งที่ว่ากำลังถูกแทนที่ด้วยโทนสีใหม่ ๆ คือ สีชมพูผสมน้ำตาล (peach brown) ตัดด้วยสีดำของอุปกรณ์ต่าง ๆ และกระเบื้องตกแต่ง ลายไม้ธรรมชาติ ที่สื่อถึงความเป็นชนบทได้ดี หากจะเพิ่มความน่าสนใจให้กับลุคแบบอุตสาหกรรมด้วยฮาร์ดแวร์สี Venetian bronze ที่ดูสง่างามและเข้ากันได้ดีกับงานไม้ การเลือกรูปร่าง และเส้นสายของปุ่มจับ และมือดึงนั้น ควรเลือกดีไซน์เรียบ ๆ แต่ยังมีรายละเอียด ที่อ่อนช้องไม่เฉียบคม เหมือนโมเดิร์น เพื่อให้รู้สึกเข้าถึงได้ง่ายกว่า

6.GOLD FINISHES
สำหรับใครที่มองหา แบบห้องน้ำที่มีความหรูหรา ต้องไม่พลาดการจับคู่อุปกรณ์และของตกแต่ง ในห้องน้ำสีทอง เพื่อสร้างสรรค์ลุคที่ยกระดับ ไม่ว่าจะเป็น บานพับ หัวก๊อกน้ำ มือจับ มือดึง ลูกบิด ที่แขวนกระดาษทิชชู สำหรับใครที่ชอบความงามสไตล์ เรโทรย้อนยุคให้เพิ่มกระเบื้อง หินอ่อนสีดำเพื่อเน้นโทนสีทองให้ยิ่งชัด หรือจะจับคู่เฉดสีทองกับกระเบื้องโมเสคสีเขียวมรกตแทนก็ได้ ผนังส่วนใหญ่ที่ใช้เป็น ฉากหลังควรเป็นสีขาว เพื่อให้ได้รูปลักษณ์ที่ดูสะอาดตา ดูปลอดโปร่ง และหรูหรา

LUCITE AND GLASS

7.BOLD STATEMENT
ห้องน้ำสีขาวล้วนในยุคหนึ่ง อาจจะอินเทรนด์ แต่ยุคนี้แทบ จะตกกระแสไปแล้ว เพราะโทนสีเข้ม ๆ กำลังมา แต่อย่างไรก็ตามในห้องน้ำ เป็นจุดที่ต้องการความผ่อนคลาย แม้จะใช้โทนสีเข้มก็ต้องเบรก ให้ไม่รู้สึกหนักเกินไป เช่น สีชมพูกะปิ จับคู่กับกระเบื้อง กรุผนังชิ้นเล็ก ๆ รูปหกเหลี่ยมสีเทาดำ พื้นห้องปูกระเบื้องสีเหลืองทอง หรือโทนน้ำตาล เลือกอุปกรณ์ฟิตติง และฮาร์ดแวร์สีแชมเปญดีไซน์แปลก ๆ ใส่สีสันแทรกด้วยกระเบื้อง ลายโบราณสีสด ๆ เท่านี้ห้องน้ำก็โดดเด่นไม่เหมือนใคร บ้านแฝด

8.MIXED MATERIALS AND FINISHES
สำหรับคนที่ชอบ ความหลากหลาย วัสดุแบบนี้ก็ชอบ ผิวสัมผัสแบบโน้นก็ใช่ ก็สามารถทำลายกฎ สร้างบรรทัดฐานใหม่ ด้วยการจับวัสดุต่าง ๆ มามิกซ์แอนด์แมชท์ เช่น ลองเพิ่มโทนสีไม้, กระเบื้องรูปร่างและสีต่างกัน, โลหะผสมที่หลากหลายเฉดสี นำมาจับคู่จัดจังหวะ ให้สมดุลเพื่อให้ดูสวยงาม ก็จะเกิดสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ จากทำตามกฎของคุณเอง

ตกแต่งห้องน้ำ

สีสันตามหลักฮวงจุ้ย

ในทางฮวงจุ้ยถือว่าห้องน้ำ มีสภาวะหยินอัปมงคลมากที่สุด เพราะมีทั้งความชื้นแฉะของน้ำ และเป็นแหล่งรวมของสกปรกของเสีย จึงเป็นแหล่งรวมพลังงานด้านลบที่มีโทษ นอกจากนั้น เนื่องจากห้องน้ำมักมีรูระบายต่างๆ เช่น ท่อน้ำทิ้ง ชักโครก ช่องระบายอากาศ ฯลฯ ทำให้กลายเป็นจุดที่มีการรั่วไหลของพลังงานมากที่สุดด้วย

ดังนั้น จึงนับว่า ห้องน้ำเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ที่ต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งการสร้างห้องน้ำ รวมทั้งการจัดตกแต่ง ต้องทำให้ถูกหลักฮวงจุ้ย เพราะจะส่งผลดีและเกื้อหนุนให้เกิดโชคลาภได้ แต่หากเพิกเฉยต่อเรื่องเหล่านี้ อาจเป็นอัปมงคลต่อบ้านและคนในบ้านได้  บ้านเดี่ยว

1.โทนสีกลุ่มธาตุดิน
ได้แก่ สีน้ำตาล สีเหลือง สีครีม สีเบจ และสีเทา เป็นสีที่เหมาะสมกับการตกแต่งห้องน้ำ เพราะธาตุดินเป็นสัญลักษณ์หรือตัวแทนของความมั่นคงแข็งแกร่งดุจดั่งพื้นดิน จึงช่วยลดและสกัดกั้นการรั่วไหลของน้ำในห้องน้ำ และลดการปล่อยพลังหยินที่เป็นอัปมงคลได้ โดยเจ้าของบ้านสามารถเลือกสีดังกล่าวได้หลายเฉด เช่น สีน้ำตาลเข้ม น้ำตาลอ่อน สีเหลืองเข้ม สีเหลืองอ่อน สีเหลืองนวล เป็นต้น สีเหล่านี้ล้วนใช้ทาผนังห้องน้ำได้ทั้งสิ้น

ในทางจิตวิทยาสีเหลืองมีผลกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกสดชื่นแจ่มใส ความเบิกบาน ความร่าเริง ความมีชีวิตชีวา และอำนาจบารมี ส่วนสีน้ำตาลให้ความรู้สึกสบายตาและอบอุ่น  ตกแต่งบ้าน

ห้องน้ำโทนเขียว

2.โทนสีกลุ่มธาตุไม้
ได้แก่ สีน้ำตาล สีเขียว สีขาว เป็นสีที่เหมาะสมกับการตกแต่งห้องน้ำ เหมือนโทนสีกลุ่มธาตุไม้ เพราะ ไม้หรือต้นไม้ต้องดูดซึมน้ำเข้าไปใช้ในการดำรงชีวิต เพื่อทำให้เจริญเติบโตแตกกิ่งก้านสาขา ดังนั้นในทางฮวงจุ้ยจึงเชื่อว่าการใช้สีในกลุ่มธาตุไม้กับห้องน้ำในบ้าน ช่วยให้สามารถซึมซับพลังงานไม่ให้รั่วไหลออกไป เนื่องจากดังที่กล่าวแล้วว่า ห้องน้ำเป็นจุดที่มีพลังงานรั่วไหลมากที่สุด ซึ่งเจ้าของบ้านสามารถเลือกสีดังกล่าวได้หลายเฉดสีเช่นกัน เช่น สีเขียวเข้ม สีเขียวอ่อน สีเขียวมิ้นต์ สีน้ำตาลเข้ม สีน้ำตาลอ่อน เป็นต้น สีเหล่านี้มีความเหมาะสมที่จะนำมาใช้ตกแต่งห้องน้ำอย่างมาก

โดยในทางจิตวิทยา สีเขียวจะให้ความรู้สึกเยือกเย็น ผ่อนคลาย สงบ เงียบ สุขุม ลดความตึงเครียด และปลอดภัย ส่วนสีขาวให้ความรู้สึกสะอาดตา บริสุทธิ์ อ่อนโยน เปิดเผย และมีเมตตา

ข้อควรรู้การทำให้ห้องนอนมีกลิ่นหอม

ข้อควรรู้การทำให้ห้องนอนมีกลิ่นหอม หมดปัญหากลิ่นเหม็นอับ

ข้อควรรู้การทำให้ห้องนอนมีกลิ่นหอม ห้องนอนคือ สถานที่พักผ่อนซึ่งเรามักจะใช้เวลา ในการอยู่อาศัยนานที่สุด ส่งผลให้หลายท่านเปลี่ยน ห้องนอนให้เป็นห้องอเนกประสงค์ที่สามารถ ทำกิจกรรมหลายอย่าง เช่น ดูหนัง ฟังเพลง ทำงาน รับประทานอาหาร อยู่ในพื้นที่เดียวกัน จึงนำมาซึ่งสาเหตุของกลิ่นอับชื้นอันไม่ พึงประสงค์ จนยากเกินกว่าจะแก้ไข

ด้วยความหวังดีในสุขอนามัย ของทุกท่าน Baania จึงขอนำทุกท่านมาพบกับวิธีทำให้ห้องนอนหอม ไร้กลิ่นอับที่ใช้งานได้ เห็นผลจริง ไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายกันดีกว่า

ข้อควรรู้การทำให้ห้องนอนมีกลิ่นหอม

สาเหตุที่ทำให้มีกลิ่นอับในห้อง

กลิ่นอับในห้องนอน มักจะมาเยือนในตอนที่เราไม่ได้ตั้งตัว ส่วนใหญ่มีสาเหตุจากการละเลยใน เรื่องสุขอนามัยที่ดีของพื้นที่ ซึ่งมีเหตุ และปัจจัยอยู่หลายอย่างด้วยกัน เช่น

1.เครื่องปรับอากาศ
ส่วนใหญ่กลิ่นอับในห้องนอน มักมาจากเชื้อรา และแบคทีเรียที่หลบซ่อนอยู่ตามอุปกรณ์ หรือข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ เช่น เชื้อราอันเกิดจากความอับชื้นภายในเครื่องปรับอากาศ ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ ของห้องนอนแทบจะทุกบ้าน เราจึงควรหาทางป้องกัน ด้วยการติดเครื่องระบายอากาศ และหมั่นทำความสะอาดชิ้น ส่วนที่สามารถถอดล้างได้นั่นเอง

เครื่องปรับอากาศ

2.เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย
ด้วยองค์ประกอบของพื้นที่ ใช้สอยที่มีจำกัด ทำให้ผู้คนในยุคนี้ต่างนิยมเก็บทุกสิ่งไว้ในห้องนอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เครื่องแต่งกาย และเสื้อผ้า ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย ชั้นดีของเชื้อแบคทีเรีย เลยทีเดียว หากห้องนอนบ้านใดไม่มีที่ระบายอากาศ รับรองได้ว่าท่านต้อง เคยพบปัญหาเหล่านี้ อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ดี หากไม่สามารถหลีกเลี่ยง การเก็บเสื้อผ้าไว้ในห้องนอนได้ ก็ควรจัดไว้ในมุมที่ปลอดโปร่ง โล่ง สบาย ก็สามารถคลายความกังวล เกี่ยวกับเรื่องนี้ไปได้บ้าง

3.อาหารและเครื่องดื่ม
อาหาร ถือเป็นแหล่งที่ อยู่อาศัยชั้นดีของเชื้อโรค และ กลิ่นไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ หากผู้อยู่อาศัยท่านใดที่มีความจำ เป็นต้องบริโภคอาหาร ในห้องนอน ก็อาจส่งผลกระทบ ให้เกิดปัญหากลิ่นอับ ในห้องนอนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยนั่นเอง

อย่างไรก็ดี วิธีการแก้ไขที่ดีที่สุด สำหรับเรื่องนี้คือ เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้วให้กำจัดขยะ และทำความสะอาดพื้นที่ทันที พร้อมกับบรรเทาด้วยน้ำยาระงับกลิ่น ก็จะสามารถผ่อนหนัก ให้เป็นเบาได้

ข้อควรรู้การทำให้ห้องนอนมีกลิ่นหอม

อุปกรณ์ช่วยดูดกลิ่นอับในห้องนอน

เมื่อโครงสร้างของ ห้องนอนมีปัญหาไม่รู้จะ หาทางออกได้อย่างไร อุปกรณ์ดูดกลิ่นอับถือ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คนทั่วไป นิยมนำมาใช้ เพื่อรักษาสุขอนามัยที่ดี ภายในห้องนอน ซึ่งเราใช้ในการพักผ่อนเฉลี่ยวันละ 8-10 ชั่วโมง อุปกรณ์ที่ได้รับความนิยม สำหรับห้องนอนในบ้าน เราประกอบไปด้วย

  • ถ่าน อุปกรณ์บ้าน ๆ ซึ่งหาได้ทั่วไป มีคุณสมบัติเด่นสามารถดูดซับกลิ่นอับชื้นได้เป็นอย่างดี  phuket property
ถ่าน อุปกรณ์บ้าน ๆ

  • กล่องดูดความชื้น หนึ่งในอุปกรณ์ยอดฮิต ที่หลายคนคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี นอกจากจะมีขนาดเล็กกะทัดรัด พกพาสะดวกแล้ว ยังสามารถจัดวางได้ทุกพื้นที่ อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมชื่นใจ นิยมใช้ในพื้นที่แคบ ๆ อาทิ ห้องนอน ตู้เสื้อผ้า หรือในรถยนต์ เป็นต้น
  • อุปกรณ์ดับกลิ่นอัตโนมัติ หนึ่งในอุปกรณ์ดับกลิ่น ที่มีนวัตกรรมทันสมัย สามารถดักจับกลิ่นอับได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ทำงานด้วยระบบ Active Oxygen ที่มีความสามารถย่อยสลายโมเลกุล ของปัจจัยที่ทำให้เกิดกลิ่นอับในห้องนอน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ ที่ออกมาเอาใจคนรักเทคโนโลยีกันแบบสด ๆ ร้อน ๆ เลยทีเดียว
  • เครื่องทำ Aroma จริง ๆ แล้วอุปกรณ์ชนิดนี้มี วิธีการดับกลิ่นที่คล้ายกับการใช้เทียนหอม แต่สามารถให้ผลลัพธ์ ที่รวดเร็วกว่า เนื่องจากเครื่องทำ Aroma จะเปลี่ยนของเหลวด้วยไอร้อน ให้กลายเป็นกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วห้องนอนได้ภายใน ระยะเวลาไม่ถึงนาที ที่สำคัญเครื่องทำ Aroma ถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ที่ทันสมัยเป็นมิตร ต่อระบบทางเดินหายใจ และสภาพแวดล้อม ภายในห้องนอนอีกด้วย
ต้นไม้ประดับ

  • การปลูกต้นไม้ในห้องนอน วิธีการกำจัดกลิ่นอับ ในห้องนอนด้วยการใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มาจากธรรมชาติ เริ่มได้รับความนิยม อย่างมากในบ้านเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม้ดอกไม้ประดับขนาดเล็ก ที่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในที่ร่ม อีกทั้งยังสามารถส่งกลิ่นหอม อบอวลไปทั่วห้องนอน เช่น ดอกมะลิ ดอกพุดซ้อน หรือดอกคาโมมายด์ เป็นต้น
  • สมุนไพรหรือเครื่องหอม ปัจจุบันมีเครื่องหอมหลายชนิดที่มีคุณสมบัติพิเศษในการพิชิตกลิ่นอับ อาทิ อบเชย การบูร หรือดอกไม้แห้ง ที่นอกจากจะสามารถดับกลิ่นอับ ในห้องนอนได้อย่าง มีประสิทธิภาพแล้ว ยังสามารถประยุกต์ใช้เป็น ของตกแต่งห้องที่มี ความสวยงามได้อีกด้วย  บ้านแฝด 
  • สเปรย์ปรับอากาศ มีหลายแบบ หลายราคาให้ได้เลือกซื้อหากันอย่างจุใจ ทั้งที่ผลิตจากธรรมชาติ และสังเคราะห์ขึ้นจากสารเคมี ขึ้นอยู่กับผู้อยู่อาศัยว่า ต้องการใช้ในรูปแบบใด หากห้องนอนบ้านใด ไม่มีที่ระบายอากาศ ควรฉีดพ่นสเปรย์ ปรับอากาศทุก ๆ 3-5 วัน เพื่อป้องกันกลิ่นอับอันไม่พึงประสงค์นั่นเอง
สเปรย์ปรับอากาศ

การแก้ปัญหากลิ่นอับ ในห้องนอนที่ถูก ต้องควรเริ่มจากการวาง โครงสร้างของห้องนอน ให้มีความเหมาะสม อีกทั้งยังต้องรักษา ความสะอาดของอุปกรณ์ต่าง ๆ ในห้องนอนอยู่ตลอดเวลา เพื่อป้องกันการหมักหมมของเชื้อราและแบคทีเรีย เพียงเท่านี้วิธีทำ ให้ห้องนอนหอม สามารถลดปัญหากลิ่นอับภายในห้องนอนได้ อย่างมีประสิทธิภาพ

การเพิ่มกลิ่นหอมในบ้าน ให้ผ่อนคลายได้ทุกวัน

1.Big Cleaning Day

เริ่มต้นการเพิ่ม กลิ่นหอมในบ้าน กำจัดมุมที่อาจก่อให้เกิด กลิ่นอับกันก่อนด้วยการทำความสะอาดครั้งใหญ่ ตั้งแต่การทำความสะอาด มุมที่ไม่ค่อยได้ใช้งานอย่างมุมโซฟา ใต้เตียง ใต้บันได หรือหลังตู้ลอย ที่การทำความสะอาดแบบปกติเข้าไม่ถึง ต่อด้วยการเก็บของสุมๆ มุมไม่เป็นระเบียบ อย่างต่อเนื่องทั้งมุมหนังสือ ตู้เสื้อผ้า ชั้นรองเท้า  บ้านจัดสรร

ถ้ามีมากเกินความจำ เป็นก็เก็บไปบริจาคเสียบ้าง รายชื่อสถานที่รับบริจาค เพราะบางทีมุมเหล่านี้ ก็ก่อให้เกิดกลิ่น ไม่ดีงามตามมาได้เช่นกัน เสร็จแล้วก็อย่าลืมเปิดประตู-หน้าต่างทุกบานทิ้งให้ลม โฟลว์พัดกลิ่นจางๆ ออกไปไว้สัก 2 ชั่วโมงด้วย

2.DIY ของใกล้ตัวให้เป็นเครื่องดับกลิ่น

ถ้าการทำความสะอาดครั้งใหญ่ ยังคงทิ้งกลิ่นอับจางๆเอาไว้ในบ้าน คุณต้องการผู้ช่วยดับกลิ่น พร้อมกับการเพิ่มกลิ่นหอม ในบ้านแล้วล่ะ ง่ายๆแค่มองหาของใกล้ตัวที่มีคุณสมบัติ ดูดกลิ่นได้อย่างถ่านหุงต้ม กากกาแฟ หรือเบคกิ้งโซดา ที่มีประโยชน์มากกว่าการเป็นแค่ผงฟู ขอได้ที่ร้านกาแฟสด เขาไม่หวงหรอก จะนำไปห่อในผ้าบางๆ หรือใส่ขวดเจาะรูให้กลิ่นออกมาได้แล้วไปวางแอบตามมุมต่างๆ ก็เป็นอันใช้ได้

สุดท้ายกับการใช้ผลไม้ฤทธิ์ เป็นกรดอย่างส้มหรือมะนาว แช่ในน้ำ ทิ้งไว้สักพัก แล้วนำไปตั้งวางตามจุดต่างๆ ของบ้าน ฤทธิ์ของกรดอ่อนๆ จะช่วยดับกลิ่นได้ แถมยังส่งกลิ่นอ่อนๆ ของเนื้อผลไม้นั้นๆได้ เพิ่มกลิ่นหอมอ่อนๆในบ้านได้เช่นกัน

เครื่องทำAroma

3.ปลูกต้นไม้ที่ช่วยฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ในบ้าน

มาต่อกันด้วยการใช้ ต้นไม้ที่ช่วยฟอกอากาศในบ้าน คุณไม่ได้ตาฝาดหรอกค่ะ เพราะความมหัศจรรย์ของต้นไม้ บางชนิดก็คือการช่วยฟอกอากาศได้ ที่เราอยากแนะนำให้คุณปลูกก็ คือพวกที่ไม่ชอบแดดนัก (ไม้ในร่ม) ไม่ว่าจะเป็นว่านหางจระเข้ เดหลี พลูด่าง เขียวหมื่นปี เฟิร์นดาบออสเตรเลีย หรือโหระพาไทย พรรณไม้เหล่านี้

นอกจากจะมีคุณสมบัติช่วยฟอกอากาศแล้ว รูปร่างรูปทรง ของแต่ละพรรณยังสวย เลือกกระถางเก๋ๆ กลายเป็นไอเท่มเด็ดแต่งบ้านได้ง่ายๆ กับ ไอเดียปลูกไม้กระถางสวยๆ แถมยังเพิ่มกลิ่นหอมในบ้านได้อีกด้วย

ข้อควรรู้ก่อนออกแบบ Walk in Closet

ข้อควรรู้ก่อนออกแบบ Walk in Closet เนรมิตความสวยด้วยตัวเรา

ข้อควรรู้ก่อนออกแบบ Walk in Closet Walk in Closet คือ พื้นที่สำหรับจัดเก็บข้าว ของเครื่องใช้การแต่งกาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า หรือเครื่องประดับต่างๆ ตลอดจนของใช้ในบ้านที่นานๆ ทีจะได้หยิบออกมาใช้งาน อย่างชุดเครื่องนอน หมอน หรือแม้กระทั่งกระเป๋าเดินทางใบโต

โดยทั้งหมดที่กล่าวมานี้ จะถูกออกแบบไว้ใน พื้นที่เดียวกัน เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน และเพื่อเน้นการใช้พื้นที่ จำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งการทำ Walk in Closet ด้วยตัวเอง ก็เป็นสิ่งที่กำลัง ได้รับความนิยม

การทำ Walk in Closet ในปัจจุบัน มักจะใช้วิธี บิ้วอินตู้ เสื้อผ้า และเฟอร์นิเจอร์สำหรับจัดเก็บหลาย ๆ แบบ ให้มีฟังก์ชั่น การใช้งานครบครัน ทั้งการแขวน หรือการพับเก็บ ซึ่งสำหรับคนที่มี ความสามารถด้าน งานช่างบ้าง อาจสามารถ DIY ตู้เสื้อผ้า หรือทำตู้เสื้อผ้าเอง เพราะการออกแบบและทำ Walk in Closet

ด้วยตัวเอง จะสามารถตอบโจทย์ การใช้งาน และพฤติกรรมการใช้งานของเจ้าของบ้านได้ดีที่สุด และยังสามารถใช้เป็นห้อง หรือเฟอร์นิเจอร์แต่งห้องนอน ที่เข้ากับสไตล์ของ เจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี บ้านเดี่ยว

ข้อควรรู้ก่อนออกแบบ Walk in Closet

10 สิ่งที่ควรรู้ก่อนออกแบบ Walk in Closet ด้วยตัวเอง

1.กำหนดความลึกของตู้เสื้อผ้า
เสื้อผ้าส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นชุดเดรส เสื้อเชิ้ต เสื้อคลุม หรือเสื้อกันหนาวตัวหนา มักจะจัดเก็บได้พอดีกับตู้ที่มีความลึกประมาณ 24 นิ้ว หากความลึกน้อยกว่านั้นอาจทำให้เวลาแขวนเสื้อผ้าแล้วเสื้อผ้าจะยื่นออกมา จนทำให้ไม่สามารถปิดบานตู้หรือขวางทางเดินได้ ทำให้ดูไม่เรียบร้อยเอามาก ๆ และสำหรับเสื้อผ้าที่ต้องพับเก็บ จะต้องมีพื้นที่กว้างอย่างน้อย 9 – 15 นิ้ว

สำหรับการจัดเก็บ ส่วนเสื้อผ้าประเภทชุดเดรสยาว ชุดราตรี หรือเสื้อโค้ทตัวยาว ก็อาจต้องมีพื้นที่สำหรับการแขวนที่สูงสัก 68 นิ้วเป็นอย่างน้อย และความสูงที่ 50 นิ้ว สำหรับการแขวนกางเกงและกระโปรงแบบพับครึ่ง

2.แบ่งจำนวนพื้นที่แขวนเสื้อผ้าอย่างเหมาะสม
ลองสำรวจดูว่าเสื้อผ้าที่ต้องจัดเก็บโดยการแขวนส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้าประเภทใด หากเสื้อผ้าส่วนใหญ่เป็นเสื้อเชิ้ต กระโปรง กางเกง หรือเดรสตัวสั้น การบิ้วอินตู้เสื้อผ้าให้มีราวแขวนแบบสองชั้นจะทำให้ประหยัดพื้นที่จัดเก็บได้มาก แต่หากเสื้อผ้าส่วนใหญ่เป็นเดรสยาว ชุดราตรี หรือเสื้อโค้ทตัวยาว การใช้ราวแขวนแบบราวเดี่ยวก็จะตอบโจทย์การใช้งานได้มากกว่า

3.พื้นที่ตรงมุมห้องก็สร้างประโยชน์ใช้สอยได้
การออกแบบ Walk in Closet แบบเข้ามุมนั้นสามารถทำได้จริง เพียงใช้เทคนิคการซ้อนตู้ หรือการติดตั้ง ราวแบบโค้งเพื่อให้มีพื้นที่สำหรับจัดเก็บได้มากขึ้น ถึงแม้ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนที่ไม่ได้เข้าถึงได้สะดวกนัก แต่ก็สามารถใช้จัดเก็บของใช้ที่นานๆ จะหยิบออกมาใช้ที อย่างกระเป๋าเดินทาง หรือเสื้อกันหนาวตัวใหญ่ๆ ได้

4.เว้นพื้นที่สำหรับจัดวาง Island
Island หรือเกาะกลางที่ถูกจัดวางไว้ตรงกลาง Walk in Closet จะช่วยให้การจัดเก็บเครื่องประดับชิ้นเล็กชิ้นน้อยเป็นระเบียบและหาง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถปรับให้เป็นพื้นที่วางของที่กำลังเลือก หรือปรับเป็นพื้นที่สำหรับการแต่งหน้าของสาว ๆ ได้แบบ 3 in 1 หากบ้านไหนมีพื้นที่มากพอจึงอยากแนะนำให้เพิ่มพื้นที่ส่วนนี้เข้าไปใน Walk in Closet ด้วย

โดยขนาดเกาะกลางที่เหมาะสม คือ เว้นพื้นที่ทางเดินรอบด้านประมาณ 24 – 36 นิ้ว ครับ สำหรับคนที่ทำตู้เสื้อผ้าเอง ส่วนของเกาะกลางนี้อาจแค่เพียงนำตู้ลิ้นชักขนาดไม่ใหญ่นักมาวางเรียงต่อกันทั้งสองด้าน แล้วปิดด้านบนตู้ด้วยแผ่นไม้ หรือวัสดุอื่น ๆ เพื่อหลอกตาให้เหมือนเฟอร์นิเจอร์บิ้วอินที่เข้ากับตู้เสื้อผ้าชิ้นอื่น เพียงเท่านี้ก็ได้ Island สวย ๆ ที่ใช้งานได้จริง และใช้ตกแต่งห้องนอนไปด้วยในตัว

5.เว้นพื้นที่สำหรับรองเท้าคู่โปรด
หากต้องการให้ Walk in Closet สามารถจัดเก็บรองเท้าคู่โปรดโดยมั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาเรื่องกลิ่นรบกวนหรือเรื่องความสกปรกได้ การจัดวางพื้นที่สำหรับเก็บหรือโชว์รองเท้าก็สามารถทำได้โดยกำหนดช่องว่างสำหรับการจัดเก็บรองเท้า ความกว้างประมาณ 7 – 12 นิ้ว , ช่องว่างสำหรับการจัดเก็บรองเท้าบู้ทหุ้มข้อ ความสูงประมาณ 3 – 5 นิ้ว และช่องว่างสำหรับการจัดเก็บรองเท้าบู้ทคู่ยาว ความสูงประมาณ 9 – 17 นิ้ว ตามลำดับ บ้านแฝด

ตู้เก็บเสื้ออผ้าเป็นระเบียบ

6.วางเก้าอี้นุ่มสบายไว้สักตัว
หากมีพื้นที่ว่างมากพอ การวางเก้าอี้ตัวโปรดไว้ใน Walk in Closet สักตัว จะช่วยให้มีพื้นที่สำหรับนั่งใส่รองเท้า ติดกระดุมเสื้อ แต่งหน้า และรองรับกิจกรรมอื่นๆ ได้อีกมาก โดยสามารถเลือกวางเก้าอี้ไว้ด้านข้างของเกาะกลาง หรือจะวางได้ด้านข้างผนังที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ก็ได้

หากต้องการฟังก์ชั่นที่มากกว่าการนั่ง ก็อาจเลือกใช้เก้าอี้ที่สามารถจัดเก็บของเล็กๆ น้อยๆ ไว้ใต้ที่นั่งได้ นอกจากจะใช้งานได้หลากหลายแล้ว เก้าอี้สวยๆ หนึ่งตัวยังเป็นเฟอร์นิเจอร์แต่งห้องนอนที่ช่วยเติมเต็มให้ห้องดูสมบูรณ์แบบขึ้นด้วย

7.อย่าลืมพื้นที่เก็บเครื่องประดับ
นอกจากเสื้อผ้าและรองเท้าแล้ว หมวก กระเป๋า เข็มขัด เนคไท นาฬิกา และเครื่องประดับต่างๆ ก็ต้องการพื้นที่จัดเก็บที่เป็นสัดส่วนเช่นกัน โดยเข็มขัด เนคไท สร้อยคอ หรือกระเป๋าบางประเภทที่เหมาะกับการแขวน ก็สามารถแขวนกับผนังด้านที่เหลือพื้นที่น้อยหรือไม่ค่อยได้ใช้งานได้

ส่วนเครื่องประดับชิ้นเล็กๆ อย่าสร้อยข้อมือ แหวน นาฬิกา หรือเข็มกลัดต่างๆ อาจใช้ลิ้นชักในการจัดเก็บ หรือจัดเก็บใส่กล่องแยกประเภท และจัดวางไว้ในพื้นที่ที่มองเห็นได้ง่าย และหยิบใช้ได้สะดวก

ตู้เก็บเสื้อผ้าโทนขาว

8.ออกแบบให้แสงธรรมชาติเข้าถึง
ไม่ว่าจะเป็น Walk in Closet แบบบิ้วอินตู้เสื้อผ้า หรือการ DIY ตู้เสื้อผ้า ตู้ลิ้นชักต่างๆ แล้วนำมาจัดวางใหม่ หากในพื้นที่พอจะมีช่องแสงธรรมชาติอยู่ก็ควรจะเว้นให้แสงธรรมชาติเข้าถึงได้ เพราะสาวๆ ที่ต้องแต่งหน้าเป็นประจำจะทราบดีว่าการแต่งหน้าท่ามกลางแสงธรรมชาติคือสิ่งที่ดีที่สุด และยังทำให้การมองเห็นข้าวของต่างๆ ชัดเจนตรงกับสีจริง ไม่หลอกตา ทำให้การ Mix & Match การแต่งตัวในลุคต่างๆ ออกมาไม่พลาดแน่ๆ  บ้านจัดสรร

9.เลือกการจัดวางให้โปร่ง ป้องกันความชื้น
เนื่องจากพื้นที่ บิ้วอินตู้เสื้อผ้า หรือ Walk in Closet ส่วนใหญ่ มักถูกจัดวางให้เชื่อมต่อระหว่างห้องน้ำกับห้องนอน การออกแบบ Walk in Closet จึงต้องให้ความสำคัญเรื่องการระบายอากาศและความชื้นมากเป็นพิเศษ โดยออกแบบให้มีระยะห่างระหว่างพื้นที่แห้งและเปียกอย่างน้อย 1.20 เมตร ขึ้นไป

รวมไปถึงให้มีหน้าต่างหรือช่องลมเพื่อช่วยระบายความอับชื้น สาเหตุของการเกิดเชื้อราและโรคทางเดินหายใจ รวมทั้งช่วยลดการสะสมความร้อนภายใน Walk in Closet ซึ่งเป็นการช่วยยืดอายุการใช้งานข้าวของเครื่องใช้ไปด้วยในตัว

10.กระจกเงาเช็คความเรียบร้อยตั้งแต่หัวจรดเท้า
Walk in Closet กับกระจกเงาถือเป็นของคู่กัน โดยเฉพาะกระจกเงาแบบเต็มตัวที่ทำให้เพลิดเพลินกับการแต่งตัว และเช็คความเรียบร้อยได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า ซึ่งปัจจุบันกระจกเงามีดีไซน์หลากหลายแบบให้เลือกใช้ ไม่เพียงแค่แบบตั้งพื้น หรือยึดติดกับผนัง

แต่ยังมีแบบที่สามารถซ่อนไว้ด้านใน และหมุนหรือเปิดออกมาได้เมื่อต้องการใช้งาน นอกจากจะมีประโยชน์แล้ว กระจกเงายังสามารถใช้เป็นของตกแต่งห้องนอนที่ช่วยทำให้ห้องดูโปร่ง สว่าง และกว้างขึ้นด้วย

ฮวงจุ้ยห้องรับแขก

ฮวงจุ้ยห้องรับแขก เสริมพลังบวกในบ้านให้โชคลาภ และดี

ฮวงจุ้ยห้องรับแขก ห้องรับแขก หรือ ห้องนั่งเล่น เปรียบเหมือนจุดศูนย์รวมของบ้าน เพราะเป็นสถานที่ ๆ คนใช้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน ดังนั้นการปรับห้องนั่งเล่นให้ถูกหลักฮวงจุ้ย จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก เพราะเป็นห้องที่ส่งผลกระทบต่อผู้อยู่ อาศัยทั้งหมดโดยตรง อีกทั้งแค่ปรับห้องนั่งเล่นให้ถูกหลักฮวงจุ้ย ก็เหมือนกับการปรับฮวงจุ้ย บ้านทั้งหลังด้วย ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่า คุณจะสามารถปรับห้องนั่งเล่น ให้ถูกหลักฮวงจุ้ยได้อย่างไรบ้าง

เพื่อครอบครัวของคุณเอง ห้องรับแขก เป็นอีกห้องหนึ่งที่มี ความสำคัญไม่ต่างจากห้องนอน ห้องครัว และห้องน้ำ ซึ่งห้องรับแขก เป็นพื้นที่เปิดสำหรับการต้อนรับแขกผู้มาเยือน บางครอบครัวยังใช้ห้องรับแขก สำหรับเป็นห้องนั่งเล่นของสมาชิกในบ้านด้วย ดังนั้น วันนี้เราจะมาพูดถึง การตกแต่งห้องรับแขกให้ถูกหลักฮวงจุ้ย เพื่อให้เกิดผลดี ต่อผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือน

ฮวงจุ้ยห้องรับแขก

ตำแหน่งที่ตั้งของห้องรับแขก

  • ไม่ว่าจะเป็นบ้าน หรือคอนโดมิเนียม ห้องรับแขกควรจัดไว้บริเวณส่วนหน้า เพื่อให้แขกสามารถเข้ามาใช้งานได้อย่างสะดวก
  • ควรมีอากาศถ่ายเทได้ดี โปร่งโล่ง มีแสงสว่างพอเหมาะ ไม่อับทึบ เพื่อให้ผู้มาเยือนรู้สึกผ่อนคลาย อบอุ่น และรู้สึกว่าเจ้าบ้านยินดีต้อนรับ แต่ต้องระวังอย่าให้แสงแดด เข้ามามากเกินไป เพราะจะทำให้ร้อนอบอ้าวและไม่น่าอยู่
  • ควรใช้ประตูและหน้าต่างใส หรือค่อนข้างใส เพื่อสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ภายนอกได้ง่าย อีกทั้งวิวทิวทัศน์นั้น ควรมีทัศนียภาพที่สบายตา เช่น เป็นบ่อเลี้ยงปลาสวยงาม น้ำพุ สระว่ายน้ำ เพราะทำให้รู้สึกผ่อนคลายไม่อึดอัด
ฮวงจุ้ยห้องรับแขก

ารจัดวางเฟอร์นิเจอร์

  • เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ภายใน ห้องนั่งเล่น ควรออกแบบให้มีลักษณะที่โปร่ง ไม่หนักหรือทึบจนเกินไป
  • โซฟาที่ใช้ ต้องมีพนักสูง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ การมีที่พักพิง และควรมีขาลอยขึ้นจากพื้นห้อง เนื่องจากทำให้กระแส อากาศไหลเวียนใต้โซฟาได้ง่าย รวมทั้งสามารถกวาด และเช็ดถูได้อย่างสะดวก จึงไม่มีฝุ่นละอองสะสมอันส่งผล เสียต่อสุขภาพ
  • หลีกเลี่ยงการจัดว่างโซฟา เป็นรูปตัวแอล แต่ควรวางโซฟาให้หันหน้าเข้าหากัน เพราะจะทำให้การไหลเวียน ของพลังด้านบวกภายในบ้านราบรื่นขึ้น ทั้งยังทำให้สมาชิก ในบ้านมีความรัก และกลมเกลียวกันมากกว่าเดิม
ห้องรับแขกตกแต่งเรียบง่าย

ของประดับตกแต่ง

  • รูปภาพทิวทัศน์อย่างน้ำตก ทะเลสาบ ต้นไม้ เป็นสิ่งที่เหมาะสมต่อการนำมาตกแต่ง หากใครต้องการนำภาพถ่าย รวมสมาชิกในครอบครัวมาประดับก็เป็นสิ่งที่ดีเช่นกัน
  • ควรหามุมสงบภายใน ห้องรับแขก จัดวางเครื่องรางเสริมดวงเสริมโชควางไว้ เช่น หินหรืออัญมณี เหรียญจีน ลูกแก้ว รูปปั้นปลา ม้า เป็นต้น หรือท่านที่ชื่นชอบการเลี้ยงปลาตู้ สามารถจัดวางตู้ปลาในห้องรับแขกได้ นอกจากช่วยให้ เกิดความสวยงามแล้ว ยังทำให้รู้สึกผ่อนคลายด้วย
  • ควรหลีกเลี่ยงเครื่องประดับ จำพวกเขาสัตว์ หรือของมีคมต่างๆ เพราะสิ่งเหล่านี้อาจส่งผล ร้ายต่อสมาชิกในบ้าน ทำให้เกิดอารมณ์เกรี้ยวกราดก้าวร้าว
ห้องรับแขกกับสีสันหรูหรา

ทิศทางของห้องรับแขกกับสีสันที่ใช้

  • ห้องรับแขกที่อยู่ทางทิศตะวันออก เป็นทิศทางของการต่อสู้เพื่อครอบครัว สีของโซฟาเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ควรเป็นการผสมผสานสีดำ ฟ้า น้ำเงิน คราม เขียว ชมพู และแดง รูปทรงข้าวของเครื่องใช้ ควรเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า และจัดให้กลมกลืน จะช่วยให้เกิดความเจริญความรุ่งเรือง และควรเสริมด้วย การปลูกต้นไม้ให้ร่มเย็น  บ้านจัดสรร
  • ห้องรับแขก ที่อยู่ ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เป็นพื้นที่ของความมั่งคั่งร่ำรวย พื้นที่นี้เป็นโซนธาตุไม้ ควรจัดเครื่องเรือน โซฟาที่ทำมาจากไม้ สีที่ใช้ควรเป็นสีโทนเขียว ฟ้า ดำ คราม มีหมอนสีชมพูจัดวาง เป็นองค์ประกอบให้เกิดความ สมดุลสวยงามด้วย และควรมีมุมโต๊ะกาแฟ ซึ่งเป็นองค์ประกอบของธาตุไฟ เพื่อสร้างบรรยากาศให้ผ่อนคลาย
  • ห้องรับแขกที่อยู่ทางทิศใต้ เป็นพื้นที่ของพลังอำนาจ ชื่อเสียง และการยอมรับ พื้นที่นี้เป็นโซนธาตุไฟ ควรจัดเครื่องเรือนตกแต่งทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า สีน้ำตาล เขียว ชมพู ไฟแสงสว่างควรใช้สี Warm White ให้ดูอบอุ่น หรือใช้พรมสีน้ำตาล ในการตกแต่ง ควรจัดให้ดูโล่ง โปร่งสบาย รับกระแสลมแห่งความมงคล บ้านเดี่ยว
  • ห้องรับแขกที่อยู่ทาง ทิศตะวันตกเฉียงใต้ เป็นพื้นที่ความสัมพันธ์ ความรัก ชีวิตสมรส และครอบครัว ชุดรับแขกเครื่องเรือน ควรจัดให้ดูสดใสในแนวโมเดิร์น ควรใช้ไฟแสงสว่างสี Earth Tone เพื่อให้เกิดความกระปรี้กระเปร่า และอาจจะมีของตกแต่งสีชมพูด้วย เพื่อกระตุ้นความสุขและความรัก ทิศทางของ ห้องรับแขกกับสีสันที่ใช้
  • ห้องรับแขกที่อยู่ทางทิศตะวันออก เป็นทิศทางของการต่อสู้เพื่อครอบครัว สีของโซฟาเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ควรเป็นการผสมผสานสีดำ ฟ้า น้ำเงิน คราม เขียว ชมพู และแดง รูปทรงข้าวของเครื่องใช้ ควรเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า และจัดให้กลมกลืน จะช่วยให้เกิดความเจริญความรุ่งเรือง และควรเสริมด้วย การปลูกต้นไม้ให้ร่มเย็น
  • ห้องรับแขกที่อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เป็นพื้นที่ของความมั่งคั่งร่ำรวย พื้นที่นี้เป็นโซนธาตุไม้ ควรจัดเครื่องเรือนโซฟา ที่ทำมาจากไม้ สีที่ใช้ควรเป็นสีโทนเขียว ฟ้า ดำ คราม มีหมอนสีชมพูจัดวางเป็นองค์ประกอบให้เกิดความ สมดุลสวยงามด้วย และควรมีมุมโต๊ะกาแฟซึ่งเป็นองค์ประกอบของธาตุไฟ เพื่อสร้างบรรยากาศให้ผ่อนคลาย
  • ห้องรับแขกที่อยู่ทางทิศใต้ เป็นพื้นที่ของพลังอำนาจ ชื่อเสียง และการยอมรับ พื้นที่นี้เป็นโซนธาตุไฟ ควรจัดเครื่องเรือนตกแต่งทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า สีน้ำตาล เขียว ชมพู ไฟแสงสว่างควรใช้สี Warm White ให้ดูอบอุ่น หรือใช้พรมสีน้ำตาลในการตกแต่ง ควรจัดให้ดูโล่ง โปร่งสบาย รับกระแสลมแห่งความมงคล บ้านแฝด
  • ห้องรับแขกที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เป็นพื้นที่ความสัมพันธ์ ความรัก ชีวิตสมรส และครอบครัว ชุดรับแขกเครื่องเรือน ควรจัดให้ดูสดใสในแนวโมเดิร์น ควรใช้ไฟแสงสว่างสี Earth Tone เพื่อให้เกิดความกระปรี้กระเปร่า และอาจจะมีของตกแต่ง สีชมพูด้วย เพื่อกระตุ้นความสุขและความรัก
ห้องรับแขกเสริมมุมโชคลาภ

เสริมมุมโชคลาภ

ปกติ มุมโชคลาภ (Lucky Corner) จะอยู่ฝั่งตรงข้าม และแนวทแยงกับประตูหลักของห้องนั่งเล่น ซึ่งถ้าหากมุมดังกล่าวตั้ง อยู่ทางทิศตะวันตก ตะวันตกเฉียงใต้ ตะวันออกเฉียงเหนือ หรือตะวันออกเฉียงเหนือ ให้กระตุ้นพลังบวกโดยการตกแต่งมุม เหล่านี้ด้วยจีโอด (Geode) หรือหินทรงกลม ถ้วยหินอ่อน แจกันสวย ๆ ลูกโลกหรือสิ่งของอื่น ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับโลก

ส่วนในกรณีที่มุมโชคลาภอยู่ทางทิศใต้ หรือทิศตะวันตกเฉียงใต้ ควรตกแต่งด้วยโคมไฟทรงสูง สิ่งของที่จะช่วย กระตุ้นพลังชี่ และให้ตกแต่ง มุมโชคลาภด้วยน้ำตกหากมุมโชคลาภ อยู่ทางทิศเหนือ สำหรับมุมโชคลาภที่ตั้งอยู่ในทิศตะวันออกกับตะวันออกเฉียง ก็สามารถใช้น้ำตกตกแต่งได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้คุณยังสามารถ เลือกตกแต่งด้วยไม้ประดับ หรือดอกไม้น่ารัก ๆ สักช่อได้อีกด้วย  invest in phuket property 

แก้ไขจุดอับด้วยสิ่งของที่เหมาะสม

ถ้าห้องน้ำตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก และในปีนี้คุณต้องการกระตุ้น พลังบวกให้กับฝั่งตะวันออกของบ้าน หรือเรียกดวงดาวแห่ง ความเจริญรุ่งเรืองในฝากตะวันตก คุณไม่จำเป็นต้อง นำต้นไม้เหรียญ ไม้บรรทัดสแตนเลส หรือเหรียญจีนไปวางไว้ในห้องน้ำก็ได้ แค่นำสิ่งของเหล่านี้ไปวางเอาไว้ที่มุมทางทิศตะวันออก หรือตะวันตก ของห้องนั่งเล่นแทน ก็ส่งผลดีกับฮวงจุ้ยในทุกส่วนของบ้านได้เช่นเดียวกัน บ้านเดี่ยว

ส่วนบ้านที่มีห้องซักล้าง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่จะช่วยขับไล่พลังทางลบออก จากบ้านเหมือนกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นควรจะเช็กข้อมูลกับคู่มือฮวงจุ้ยปีต่อปี เพื่อความแน่นอน

การเลือกใช้กระจกแต่ละประเภท

การเลือกใช้กระจกแต่ละประเภท ให้เหมาะสม และถูกใจ

การเลือกใช้กระจกแต่ละประเภท ในปัจจุบันบ้าน และอาคารส่วนใหญ่นิยมใช้ กระจก เป็นส่วนประกอบ ของการตกแต่ง นอกจากจะมีความ สวยงาม แล้วยังช่วยเพิ่มการมองเห็น ทัศนียภาพจากด้านนอกแล้ว ยังช่วยประหยัดพลัง ให้กับบ้าน และองค์กรอีกด้วย

กระจก เป็นวัสดุตกแต่งบ้าน และอาคาร สามารถเลือกใช้ได้ หลากหลายความต้องการ ตั้งแต่ความหนา สีสัน แต่ก่อนจะตัดสินใจ เลือกใช้กระจกแบบไหนควรทำเช็คลิส หรือ ปรึกษากับผู้ออกแบบ ว่าอยากได้กระจกในห้องไหน หรือพื้นที่ไหนบ้าง เพื่อง่ายต่อการเลือกใช้กระจกนั้นเอง เฮเฟเล่มีเกร็ดความรู้ เกี่ยวกับประเภทของกระจก มาให้ได้ศึกษาก่อน ตัดสินค้าเลือกใช้จริงๆ

ทำความรู้จักว่ากระจกแต่ละประเภท มีคุณสมบัติข้อดี ข้อเสียอย่างไร

1.กระจกนิรภัยเทมเปอร์ หรือ ที่เรียกว่ากระจกอบ คือการนำกระจกธรรมดาไปผ่านกระบวนการอบที่ความร้อนสูงประมาณ 650 องศาเซลเซียส แล้วนำมาเป่าด้วยลมแรงดันสูงให้เย็นตัวลงทันที เพื่อให้กระจกเกิดความแข็งแกร่งกว่าเดิม 3-5 เท่า ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ และมีความปลอดภัยมากขึ้น

ในกรณีที่กระจกเทมเปอร์เกิดการแตกหัก จะแตกออกเป็นเม็ดคล้ายเม็ดข้าวโพด ซึ่งมีความแหลมคมไม่มาก ทำให้มีโอกาสเกิดอันตรายน้อยกว่ากระจกธรรมดา เหมาะสำหรับงานที่มีความเสี่ยงต่อการแตกร้าว และต้องการความปลอดภัยที่เกิดจากกระจกแตกร้าว

การเลือกใช้กระจกแต่ละประเภท

ข้อดีกระจกนิรภัยเทมเปอร์

  • มีความแข็งแรงกว่ากระจกโฟลท 4-5 เท่า ทำให้สามารถรับแรงกระแทก แรงกด และแรงบีบได้ดี
  • เมื่อกระจกแตก จะแตกเป็นชิ้นเล็กๆคล้ายเม็ดข้าวโพดทั่วทั้งแผ่น จะไม่แตกเป็นปากฉลามแบบเดียวกับการแตกของกระจกธรรมดา จึงมีความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน
  • ถ้าหากตัดกระจกบนโต๊ะตัดที่ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ความเที่ยงตรงสูง จะสามารถตัดได้หลากหลายรูปแบบบ้านเดี่ยว

ข้อเสียกระจกนิรภัยเทมเปอร์

  • กระจกนิรภัยเทมเปอร์ไม่สามารถ ตัด เจีย บาก เจาะได้
  • เนื่องด้วยกระจกนิรภัยเทมเปอร์ เป็นกระจกที่ผ่านกระบวนการความร้อนสูงจนทำให้กระจกนิ่มและกลิ้งไปกับลูกกลิ้ง จึงทำให้กระจกมีโอกาสเกิดเป็นคลื่น และมีความโก่งตัวเล็กน้อย
  • กระจกนิรภัยเทมเปอร์มีโอกาสปริแตกด้วยตัวเอง หากเนื้อกระจกที่เป็นวัตถุดิบที่ใช้ผลิต มีสารปนเปื้อน คือ สารนิเกิ้ลซัลไฟล์ ในกระบวนการผลิตกระจก โดยจะมีอัตราการแตกด้วยตัวเองเฉลี่ย 8 แผ่นใน 1,000 แผ่น
การเลือกใช้กระจกแต่ละประเภท

2.กระจกลามิเนต จัดเป็นกระจกนิรภัยชนิดหนึ่ง ที่เวลาแตกแล้วเศษกระจกจะยังคงยึดติดกันโดยไม่ร่วงหล่น เพราะมีชั้นฟิล์มที่ยึดเกาะระหว่างแผ่นกระจกเหมือนกับใยแมงมุม โดยเป็นการนำเอากระจกนิรภัยเทมเปอร์ หรือกระจกธรรมดา จำนวน 2 แผ่น หรือ มากกว่า แล้วนำมาประกบติดกันโดยมีชั้นฟิล์มคั่นกลางระหว่างกระจก เราจึงเรียกกระจกที่ผ่านกระบวนการผลิตในลักษณะนี้ว่า กระจกลามิเนต นั่นเอง

ข้อดีกระจกลามิเนต

  • เมื่อกระจกได้รับความเสียหายจนเกิดการแตก เศษกระจกจะไม่ร่วงหล่นลงมา ซึ่งช่วยลดอันตรายได้มากขึ้น
  • ช่วยป้องกันเสียงรบกวนภายนอก และเก็บเสียงได้ดีกว่ากระจกธรรมดา
  • ช่วยป้องกันความร้อนได้ดี และกันรังสียูวีได้มากกว่า 90 %

ข้อเสียกระจกลามิเนต

  • เมื่อเทียบความหนาในขนาดเดียวกัน กระจกนิรภัยลามิเนตจะรับแรงได้น้อยกว่ากระจกธรรมดา เช่น กระจกลามิเนต 4 มม. + ฟิล์ม + 4 มม. จะรับแรงกระแทกได้น้อยกว่า กระจกใสธรรมดาที่หนา 8 มม.
  • ฟิล์ม PVB มีคุณสมบัติดูดความชื้น จึงทำให้ถ้าใช้กระจกนี้บริเวณที่มีความชื้นสูง จะทำให้การยีดเกาะระหว่างกระจกและฟิล์มไม่ดี และอาจเกิดการแยกตัวออกจากกันได้
กระจกลามิเนตฮีทสเตร็งเท่น

3.กระจกลามิเนตฮีทสเตร็งเท่น คือ บ้านแฝด กระจกฮีทสเตร็งเท่นที่ผลิตด้วยกระบวนการเดียวกับกระจกนิรภัยเทมเปอร์ แต่จะต่างกันที่กระบวนการทำให้เย็นด้วยการเป่าลม จากนั้นจึงนำมาเข้าสู่กระบวนการทำลามิเนตเพื่อเพิ่มความปลอดภัย และความแข็งแรง จนได้ออกมาเป็นกระจกลามิเนตฮีทสเตร็งเท่น

กระจกลามิเนตฮีทสเตร็งเท่น ถือเป็นกระจกอีกประเภทหนึ่งที่ให้ความปลอดภัยในการใช้งานได้มากกว่ากระจกแบบทั่วไปถึง 2 เท่า และทนต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิแบบฉับพลันได้ 70 องศาเซลเซียส เมื่อกระจกลามิเนตฮีทสเตร็งเท่นโดนวัตถุกระแทกจนทำให้เนื้อกระจกปริแตก กระจกจะแตกในลักษณะที่รอยแตกวิ่งเข้าไปหาเฟรม

ข้อดี กระจกลามิเนตฮีทสเตร็งเท่น

  • มีความแข็งแรงกว่ากระจกโฟลท 2 เท่า ทำให้สามารถร้บแรงกระแทก แรงกด แรงบีบ ได้ดี
  • ทนต่อแรงดันของกระแสลมในที่สูงได้ดี โดยเฉพาะผนังอาคารสูง พื้นกระจก หรือ หลังคากระจก
  • ทนความร้อนแบบปกติได้สูงถึง 290ºC โดยที่เนื้อกระจกไม่ปริแตก
  • ทนต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างฉับพลันได้ตั้งแต่ 70-100ºC

ข้อเสียกระจกลามิเนตฮีทสเตร็งเท่น

  • ไม่สามารถ ตัด เจีย เจาะ บาก ได้ ดังนั้นการวัดพื้นที่จำเป็นต้องวัดอย่างระมัดระวัง และควรใช้หน่วยมิลลิเมตรในการวัดเพื่อความแม่นยำ ซึ่งการเผื่อหลวมจะช่วยให้การติดตั้งง่ายขึ้น แต่ต้องไม่หลวมจนกระจกหลุดจากคิ้ว
  • เนื่องจากเป็นกระจกที่ผ่านกระบวนการความร้อนสูงจนเนื้อกระจกนิ่ม กระจกอาจเป็นคลื่น และมีโอกาสโก่งตัวอยู่เล็กน้อย
  • ไม่สามารถใช้ทดแทนกระจกกันไฟได้ เพราะกระจกฮีทสเตรงค์เท่นไม่สามารถกันไฟเพื่อความปลอดภัยต่อผู้อาศัยตามข้อกำหนดของการกันไฟได้  บ้านจัดสรร
กระจกกันเสียง

4.กระจกกันเสียง คือ กระจกที่มีคุณสมบัติในการป้องกันเสียงรบกวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะนำกระจกประเภทใดมาทำก็จะต้องมีความหนารวมไม่น้อยกว่า 12 มม.(ในกรณีที่ใช้กระจกแบบสองชั้น จะต้องมีช่องว่างระหว่างกระจก 70 มม.ขึ้นไป) และควรมีค่า Sound Transmission Class หรือค่า STC ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป

ถ้าหากกระจกมีความหนามากกว่า 12 มม. ก็จะยิ่งมีค่า STC สูง ยิ่งค่า STC สูงมากเท่าใด ก็จะยิ่งป้องกันเสียงรบกวนได้มากขึ้นตามไปด้วย ค่า STC หรือค่า Sound Transmission Class นั้นสามารถแบ่งได้หลายระดับ ซึ่งแต่ละระดับจะมีความสัมพันธ์กับลักษณะเสียงรบกวนแบบต่างๆ มีดังนี้

-STC 30-39 ลดความดังของเสียงพูดคุยปกติได้ แต่ยังเข้าใจเนื้อหาการสนทนา
-STC 40-49 สามารถป้องกันเสียงพูดคุยปกติได้ จนไม่เข้าใจ หรือ จับใจความเนื้อหาการสนทนาไม่ได้
-STC 50-59 ลดความดังของเสียงคนทะเลาะได้ แต่ยังจับใจความเข้าใจบทสนทนาได้
-STC 60-69 ป้องกันเสียงรบกวนจากคนทะเลาะกัน และเสียงรถวิ่งได้เกือบ 100%
-STC 70-74 ลดความดังของเสียงดนตรีที่เล่นอีกฝั่งได้ แต่ยังได้ยินอยู่บ้าง
-STC 75 ขึ้นไป ป้องกันเสียงรบกวนจากการเล่นดนตรีได้เกือบ 100%

ข้อดีกระจกกันเสียง
  • มีความแข็งแรง ทนต่อการบุกรุก หรือ โจรกรรม มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน
  • สามารถทำความสะอาดได้ง่าย
  • ช่วยลดรังสียูวี และป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กระจกฉนวนความร้อน

5.กระจกฉนวนความร้อน คือ กระจกดัดแปลงด้วยกระบวนการต่างๆ เพื่อตอบสนองจุดประสงค์การใช้งานในการป้องกันความร้อน และการประหยัดพลังงานเป็นหลัก โดยการนำกระจกตั้งแต่ 2 แผ่นขึ้นไปมาประกบกัน กระจกที่นำมาใช้เลือกได้หลายประเภท

โดยมีเฟรมอลูมิเนียม และช่องว่างคั่นกลางระหว่างกระจกทั้ง 2 แผ่น โดยช่องว่างดังกล่าวจะบรรจุสารดูดความชื้นแล้วใส่ฉนวน เช่น อากาศแห้ง หรือ ก๊าซเฉื่อย เพื่อคุณสมบัติในการป้องกัน หรือ ลดความร้อนจากภายนอกที่จะเข้าสู่ภายในอาคาร และมีผลโดยตรงต่อการใช้พลังงานในอาคาร จึงทำให้ประหยัดการใช้พลังงานภายในอาคารได้มากขึ้น

ข้อดีกระจกฉนวนความร้อน

  • ป้องกันการถ่ายเทความร้อนจากภายนอกเข้ามาในอาคาร และสามารถสะท้อนความร้อนได้ถึง 95%-98%
  • ช่วยลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศ และช่วยรักษาอุณหภูมิภายในอาคารให้คงที่สม่ำเสมอ
  • ยอมให้แสงผ่านเข้ามาภายในอาคารมากแต่ความร้อนที่จะผ่านกระจกเข้ามาน้อยมาก
  • ให้ความปลอดภัยในอาคาร ในกรณีที่ใช้กระจกนิรภัยเทมเปอร์ หรือ กระจกนิรภัยหลายชั้นมาผลิตเป็นกระจกฉนวนความร้อน

ข้อเสียกระจกฉนวนความร้อน

  • มีน้ำหนักค่อนข้างมาก เพราะหนากว่ากระจกทั่วไป ขนาดของกรอบเฟรม มีขนาดที่กว้างขึ้นกว่ากระจกทั่วไป
  • ต้องเผื่อระยะในการติดตั้งมากกว่ากระจกทั่วไป
กระจกโฟลต

6.กระจกโฟลต คือ กระจกที่มีความโปร่งแสงสูง ผิวเรียบสนิท มีความแข็งแรง การสะท้อนสามารถทำได้ดี ฟองอากาศน้อย และมีการจัดเรียงตัวของโมเลกุลภายในเนื้อกระจกที่ดีกว่า กระจกแผ่น Sheet Glass (Sheet Glass คือ กระจกแผ่นที่ขึ้นรูปด้วยการดึงรีดแผ่นแก้วด้วยระบบลูกกลิ้ง ซึ่งมักจะทำให้ผิวกระจกเป็นลอนคลื่นไม่เรียบ) โดยกระจกโฟลตในท้องตลาด ที่นิยมนำไปใช้งานจะมีขนาดความหนาตั้งแต่ 2 มม. ไปจนถึง 19 มม.

ข้อดีกระจกโฟลต

  • โปร่งใส ให้แสงส่องผ่านได้สูง สามารถนำไปเคลือบโลหะเป็นกระจกสะท้อนแสง และกระจกประหยัดพลังงานได้เป็นอย่างดี  บ้านจัดสรร
  • ทนการขูดขีด ผิวเรียบ ให้มิติการสะท้อนที่สมบูรณ์
  • สามารถนำไปแปรรูปในการใช้งานได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกระจกนิรภัยลามิเนต ,กระจกฉนวนความร้อน ,กระจกเคลือบสี ,กระจกเงา ,กระจกดัดโค้ง ,กระจกพ่นทราย ,กระจกแกะสลัก ,กระจกพิมพ์ลาย และอื่นๆ เป็นต้น

ข้อเสียกระจกโฟลต

  • ปริแตกง่าย เสี่ยงต่อความปลอดภัย เนื่องจากลักษณะการแตกที่เป็นปากฉลาม มีความแหลมคม
  • ไม่ทนต่ออุณหภูมิสูง มีขีดจำกัดในการรับน้ำหนัก และไม่สามารถทนต่อแรงดันลมในที่สูงได้

ไอเดียตกแต่งภายใน

ไอเดียตกแต่งภายใน สวยๆได้ตามใจชอบ

ไอเดียตกแต่งภายใน ความหมายของการออกแบบตกแต่งภายใน คนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่า การตกแต่งภายใน คือการพา Interior Designer (มัณฑนากร) มาเลือกซื้อของเข้าบ้าน จัดวางเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน หรืออย่างมากที่สุดก็ออกแบบเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน (Built in Furniture) ซึ่งความจริงแล้ว การออกแบบตกแต่งภายใน มีความหมายครอบคลุมถึง การรู้จักวางแผนจัดตั้งขั้นตอน และรู้จักเลือกใช้วัสดุวิธีการเพื่อทำตามที่ต้องการนั้น

โดยให้สอดคล้องกับลักษณะรูปแบบ และคุณสมบัติของ วัสดุแต่ละชนิดตามความคิดสร้างสรรค์ และการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ขึ้นมา ที่ต้องคำนึงถึงฟังก์ชั่นและการใช้งานในชีวิต ประจำวันของผู้อยู่อาศัย ว่าควรตอบโจทย์อย่างไรให้มีความสุขในบ้านหลังนี้

โดยเน้นหลักของการจัดวาง ตำแหน่งพื้นที่ของห้องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องรับแขก ห้องทานอาหาร ตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ การเลือกใช้สี การจัดแสงไฟ การเลือกใช้วัสดุปิดผิวต่างๆ รวมถึงการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ด้วย บ้านจัดสรร

ไอเดียตกแต่งภายใน

หลักการออกแบบตกแต่งภายใน

  • ประโยชน์ใช้สอย จะต้องมีหน้าที่ใช้สอยถูกต้องตาม เป้าหมายที่ตั้งไว้ คือ สามารถตอบสนอง ประโยชน์ใช้สอยตามที่ผู้ใช้งาน ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสะดวกสบาย แต่หน้าที่ใช้สอยจะดีหรือไม่นั้น ต้องใช้งานไป ระยะหนึ่งถึงจะทราบ ข้อบกพร่อง ดังนั้น บริษัทรับออกแบบตกแต่งภายใน จะต้องออกแบบให้ได้ดีตามแนวคิด และสามารถวิเคราะห์ รูปแบบการใช้งานได้ เป็นอย่างดีเยี่ยม
  • ความงามของรูปแบบ บริษัทรับออกแบบ ตกแต่งภายใน เป็นองค์ประกอบที่ทางสร้าง ความพึงพอใจให้แก่ผู้ใช้ ทั้งด้านความงาม ความทันสมัย ความมีรสนิยม และกลมกลืนกับบรรยากาศ
  • การจัดวาง การวางตำแหน่งเครื่องเรือน เครื่องใช้ให้ตรงตามที่ของการใช้สอยภายในห้อง เพื่อให้เกิดความงาม ความเป็นระเบียบ เกิดมิติช่องว่างและความกลมกลืน บ้านแฝด
  • จิตวิทยาในงานออกแบบตกแต่งภายใน บริษัทรับออกแบบตกแต่งภายในควรคำนึงถึง สภาพแวดล้อม รสนิยม และความต้องการของผู้ใช้งาน เพื่อให้งานออกแบบตกแต่งภายใน เกิดประโยชน์สูงสุด

ไอเดียตกแต่งภายใน สัมผัสธรรมชาติ และหรูหรา

ไอเดียตกแต่งภายใน

ทริกแต่งห้องชุดให้เชื่อมต่อธรรมชาติ Loft Chartier เป็นอพาร์ตเมนต์ขนาดเล็ก 84 ตารางเมตรทำเลดีในประเทศบราซิล ออกแบบมาเพื่อเป็นสถานที่อยู่อาศัยที่สามารถพักผ่อนได้เต็มที่ และจัดเลี้ยงในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ได้ ดังนั้นจุดมุ่งหมายหลัก คือการใช้งานได้จริง และสวยงาม อพาร์ทเมนท์มีคุณสมบัติบางอย่าง ที่พิเศษมากกว่าที่อื่น ๆ

ทั้งธีมการตกแต่ง และการคุมโทนสีวัสดุที่ เสริมความรู้สึกผ่อนคลาย ในขณะเดียวกันการเลือกเฟอร์นิเจอร์ ก็มีบทบาทสำคัญในโครงการนี้ ที่ชูการตกแต่งภายในให้ดูมีระดับแต่ มีความเป็นธรรมชาติ บ้านจัดสรร

คุมธีมวัสดุคุมธีม สีแนวเอิร์ธโทน ห้องชุดเป็นพื้นที่ อยู่อาศัยที่ค่อนข้างมีข้อจำกัดในการตกแต่ง เพราะแต่ละโครงการจะมีข้อจำกัด ในการตกแต่งเพิ่มเติมและโครงสร้างเดิมที่ Fix มา สำหรับโครงการนี้ค่อนข้าง พิเศษหลาย ๆ จุด เช่น แผ่นคอนกรีตดิบ ๆ บนเพดาน โครงการมีหน้าต่าง กระจกเข้ามุมรอบบริเวณนั่งเล่นมองเห็น ทัศนียภาพธรรมชาติ ภายนอกชัดเจน แนวคิดในการตกแต่งจึงเน้นไปที่ การทำให้ภายในมี ความผ่อนคลายมากขึ้น

การแต่งบ้านบางครั้งไม่ ต้องการองค์ประกอบมาก แค่มองหาเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเด่น ๆ สักชิ้นเป็นหลักแล้วเติมด้วยของตกแต่งอื่น ๆ เพิ่มเติม อย่างในห้องนั่งเล่นนี้ชิ้นที่เด่น ๆ มีโซฟารูปตัว L ตัวใหญ่ขนาดหลายที่นั่งเป็นวัสดุผ้าผสมหนังออกแบบโดย studiocolnaghi ตั้งเป็นชิ้นหลัก แล้ววางชิ้นอื่น ๆ ประกอบ เช่น อาร์มแชร์ Saccaro บับเบิลหุ้มผ้าสีเขียว

สตูลกลมหนังสีน้ำตาล โต๊ะกลางโครงเหล็กวงรีท็อปโต๊ะหินอ่อน ที่ออกแบบโดยสตูดิโอคอลนากี เก้าอี้ไม้ออกแบบโดย Banco Iaiá ซึ่งทั้งหมดนี้นักตกแต่งจะมีเส้นสาย เรขาคณิตหลากหลาย และพยายามคุมโทนสีให้เป็นครีม น้ำตาล เพื่อให้รู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติ แต่ตัดเส้นสายตา ให้คมชัดขึ้นด้วยสีดำ และแทรกสีสันอื่น ๆ เข้าไปเพียงชิ้นเดียว เพื่อทำให้รู้สึกไม่น่าเบื่อ

ผนังไม้ระแนงอบอุ่น

ผนังไม้ระแนงอบอุ่นแต่ทันสมัย

ไม้ระแนงเป็นอีกหนึ่ง วัสดุที่บ้านโมเดิร์น นิยมใช้ตกแต่งผนังภายใน ความละเอียดของ เส้นไม้แนวตั้งถี่ ๆ ทำให้บ้านดูสูงขึ้น สัมผัสของเนื้อไม้ช่วยเติมความรู้สึก อบอุ่นเหมือนเดิม ในขณะที่การนำเสนอรูปแบบใหม่ ๆ ไม่ทำให้บ้านดูเชย หรือ ตกยุค บ้านเดี่ยว

ผนังกระจกที่เปิดได้สองด้าน ทำให้ห้องนี้เปิด ผนังออกได้กว้าง สามารถรับลมและแสงได้มากจน รู้สึกว่าเป็นอิสระไร้ผนัง ลดข้อจำกัดของ ห้องชุดที่เหมือนเป็นกล่องสี่เหลี่ยม ปิดรอบด้านที่ชวนให้อึดอัด เพื่อให้แตกต่าง จากมุมมองภายนอก ทีมงานจึงออกแบบ เพดานกรุไม้ ที่ทางเข้าหลัก และแผงผนังไม้ที่ซ่อนประตู ห้องเอาไว้อย่างแนบเนียน

แสงและวัสดุทำให้ บ้านธรรมดาดูหรูขึ้น พื้นไม้เป็นเครื่องมือ ในการสร้างความประทับใจให้กับบ้าน การใช้ไม้สร้างพื้นที่ ที่ใหญ่ขึ้นภายใน เนื่องจากมีวัสดุชนิดเดียวกันบนผนัง และส่วนของเพดาน ส่วนวัสดุอื่น ๆ เช่น ผนังกระจกฝ้าโปร่งแสง และวัสดุพื้นผิวลายหินอ่อน จะช่วยให้ความรู้สึก หรูหราเพิ่มลุคที่แพงขึ้น การใช้ลูกเล่นของแสง ก็มีส่วนอย่างมาก กับการเปลี่ยนอารมณ์ภายใน

ห้องนอนโทนเทาสวยๆ

ห้องนอนสวยหรู หลับพักผ่อนสบาย

ห้องนอนตกแต่งผนัง โทนสีเทาเข้ม และออฟไวท์ เพิ่มความสงบ ผ่อนคลายสายตา ชวนให้หลับสบายทั้งคืน โต๊ะข้างมีรายละเอียดของ ตกแต่งวัสดุหินอ่อนสีเนโรมาร์คีน่า ส่วนพื้นที่เก็บ เสื้อผ้ามีแนวคิด คือการสร้างพื้นที่ที่ใช้งานง่ายและมีพื้นที่ สำหรับวางกระเป๋า เดินทางในช่วงวันหยุด สุดสัปดาห์ จึงไม่ได้บิลท์ตู้แต่ทำ เป็นราวแขวนเสื้อผ้า แบบเปิดโปร่ง ๆ Hotel

เพื่อรวมส่วนนี้เข้ากับส่วนที่เหลือของห้องนอน ในห้องนี้จะมีจุดโฟกัส สายตาอยู่อีกจุดคือ กระจก ที่ออกแบบมาให้ เป็นกรอบวงรีเหมือน ท็อปโต๊ะในห้องนั่งเล่น และกระจกในห้องน้ำ ซึ่งเป็นการคุมธีมเส้น สายเรขาคณิตที่น่า สนุกกับบ้านทั้งหลัง

ตกแต่งสวยงาม

การเลือกใช้สีทาสีทาภายใน

แนะนำว่าควรใช้เป็นสีอะคริลิค ที่เป็นเนื้อสีเกือบ 100% เพื่อให้ได้เม็ดสีที่ชัดเจนและคมชัด โดยเทคนิคการทานั้น ควรทาสีรองพื้นก่อน ที่จะทาสีภายในทับลงไป จะทำให้สีดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น อีกทั้งสีที่เลือกใช้ นั้นควรเลือกให้ปราศจากกลิ่น และสารเคมี เพื่อความปลอดภัย ของคนในครอบครัว

การเลือกสี การเลือกใช้สี แต่ละห้องนั้นควรมี การเลือกให้เหมาะสม เพราะสีแต่ละสีนั้นจะให้อารมณ์ ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งการเลือกสีอาจจะต้องคำนึงถึงแสงด้วยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นแสงจากธรรมชาติ หรือ แสงที่เกิดจากไฟ เพราะอาจจะช่วยทำห้องของเพื่อนๆ ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น

การเปรียบเทียบสี การเลือกใช้สีแต่ละสีนั้น เราควรมีการเปรียบเทียบสีภายในจุดต่างๆ เพื่อให้เฉดสีที่ออกมานั้น อยู่ในโทนเดียวกัน อาทิ สีผนัง กับ สีของเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น ซึ่งวิธีนี้จะทำให้เพื่อนๆ ตกแต่งห้องได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ Infinity design ผ้าม่าน แนะนำให้เล่นเฉดสีโดย การเพิ่มระดับความเข้ม – อ่อน เพื่อเป็นการเพิ่มมิติ และช่วยเพิ่มความโดดเด่น

การทดลองสี ขั้นตอนนี้ถือว่าเป็น ขั้นตอนที่สำคัญมากๆ ในการทาสีเลยก็ว่าได้ เพราะสีที่เพื่อนๆ เลือกไว้นั้น เมื่อทาจริง อาจจะไม่เป็นอย่างที่เพื่อนๆ คิดไว้ ซึ่งปัญหานี้ถือว่าเป็นปัญหา ที่เกิดขึ้นค่อนข้างบ่อย ฉะนั้นก่อนที่จะทาสี ควรมีการทดลองสี โดยการนำสีมาทาลงบน แผ่นตัวอย่างแล้ว นำไปติดบริเวณผนัง ทิ้งไว้ประมาณ 2 วัน เพื่อดูความเปลี่ยนแปลงของสี

อ่านบทความที่หน้าสนใจ

สร้างบ้านปูนหลักหมื่น

สร้างบ้านปูนหลักหมื่น

สร้างบ้านปูนหลักหมื่น

สร้างบ้านปูนหลักหมื่น เพราะในหลาย ๆ ครั้งที่คนเรามักตัดสินใจไม่ถูกในการเลือกซื้อ บ้าน หรือเลือกแบบบ้านเพื่อที่จะสร้าง เพราะบ้านเป็นที่ ๆ เราจะต้องใช้ชีวิตอยู่ทุก ๆ วัน จึงควรเป็นที่ที่เราอยู่แล้วผ่อนคลายที่สุด สบายใจที่สุด ดังนั้นการเลือกซื้อบ้านหรือสร้างบ้านสักหลังหนึ่งจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราจะตัดสินใจได้ทันที จำเป็นที่จะต้องดูถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบ สไตล์ที่ชื่นชอบ รวมไปถึงงบประมาณสำหรับการก่อสร้าง

และเพื่อให้ทุกคนได้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนของบ้านรูปแบบต่าง ๆ เราจึงได้คัดเลือกข้อดีข้อเสียของทั้ง 2 แบบ ในส่วนของบ้านไม้ และ บ้านปูน มาเปรียบเทียบกันเบื้องต้นดังนี้

  • ความสวยงาม ทั้งบ้านไม้และบ้านปูนมีความสวยงามแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับคนชื่นชอบ ผู้ที่ชื่นชอบบ้านไม้ก็อาจมองว่า บ้านไม้ดูสวยคลาสสิก ในขณะเดียวกันผู้ที่ชื่นชอบบ้านปูนอาจรู้สึกว่าบ้านปูนดูเก๋กว่า เท่กว่า ดูโมเดิร์น ทันสมัย แต่ทั้งนี้ ความสวยงามก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบของบ้านและความชอบส่วนบุคคลที่จะคิดว่าบ้านสไตล์ไหนสวยกว่ากัน
  • ความแข็งแรง ทนทาน ในเรื่องของความแข็งแรง หากเกิดแผ่นดินไหว บ้านไม้จะมีความยืดหยุ่น คงทน และแข็งแรงมากกว่าบ้านปูน เพราะเมื่อเกิดแผ่นดินไหว บ้านปูนจะเกิดรอยร้าวขึ้นได้ง่ายกว่า แต่บ้านไม้ก็มักจะมีปัญหาเรื่องของปลวก และแมลงต่างๆที่มากัดกินไม้ จึงจำเป็นที่จะต้องดูแลรักษาไม้เป็นพิเศษ
  • การถ่ายเทอากาศ แน่นอนว่าบ้านไม้ย่อมถ่ายเทอากาศได้ดีกว่าบ้านปูน เพราะมีช่องลม มีช่องว่างระหว่างไม้ ลมจึงพัดผ่านได้ดี ในช่วงฤดูหนาวก็จะรู้สึกเย็นกว่าบ้านทั่วไป สามารถแก้ไขได้โดยการบุผนังด้านใน ในขณะที่บ้านปูนไม่สามารถถ่ายเทอากาศได้ดีเท่าบ้านไม้ เพราะผนังปิดทึบทุกรอบ แต่สามารถแก้ไขได้โดยการสร้างบ้านปูนให้โปร่ง ดูเรื่องทิศทางลมให้ดี และการมีหน้าต่างบานใหญ่ ก็จะช่วยให้บ้านปูนระบายอากาศได้ดีขึ้น
  • ราคา วัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้างบ้านไม้แพงกว่า สร้างด้วยปูนอยู่แล้ว เนื่องจากไม้มีราคาที่ค่อนข้างสูงพอสมควร ยิ่งไม้เนื้อดีๆ ไม้เนื้อแข็ง ก็ยิ่งมีราคาแพง ส่วนปูนหรืออิฐ ซึ่งเป็นวัสดุหลักในการก่อสร้างบ้านปูนกลับมีราคาที่ถูกกว่ามาก
  • อื่นๆ ข้อเสียของบ้านไม้อีกอย่างที่ได้ยินกันบ่อยๆ คือ มักจะมีเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดเวลาเดิน อาจดูวังเวงในเวลากลางคืน แต่การรื้อถอน หรือตกแต่งเพิ่มเติมสามารถทำได้ง่ายกว่าบ้านปูน เพราะถ้าหากต้องการปรับปรุงบ้านปูนนั้น อาจจะต้องทุบแล้วสร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหลัง

จากที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นที่ทำให้ทุกคนสามารถเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างการก่อสร้างบ้านไม้ และบ้านปูน แล้วนำมาตัดสินใจว่า บ้านแบบไหนดีกว่ากัน มีข้อดีข้อเสียอย่างไร เพื่อตัดสินใจเลือกที่จะสร้างบ้านในแบบที่ตัวเองต้องการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับงบประมาณที่แต่ละคนตั้งไว้ ที่สำคัญขึ้นอยู่กับรสนิยมส่วนตัวว่าชื่นชอบแบบไหนมากกว่ากัน บางครั้งบ้านไม้ไม่จำเป็นต้องดูขรึม หรือลึกลับเสมอไป อาจสร้างเป็นบ้านไม้น่ารักๆ ที่ดูอบอุ่น อยู่สบาย ก็ได้เช่นกัน

สร้างบ้านปูนเปลือยราคาถูก เริ่มต้นเพียงหลักหมื่น

สำหรับคนที่เพิ่งซื้อที่ดินแล้วมีแผนจะสร้างบ้าน home หรือผู้ที่ซื้อบ้านมือสองมาอยากจะรีโนเวทบ้านใหม่ หลายคนคงเคยได้ยินและรู้จักกับบ้านปูนเปลือยกันมาบ้างแล้วไม่มากก็น้อย ซึ่งในปัจจุบันบ้านสวยสไตล์ดิบ ๆ เท่ไม่เหมือนใครนี้กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยใช้คอนกรีตเปลือยเป็นหลัก หรือที่เรียกกันว่าบ้านปูนเปลือยในปัจจุบัน หรือบ้านสไตล์ลอฟต์นั้นเอง ทีนี้บ้านปูนเปลือยจริง ๆ แล้วมีกี่ประเภท และมีข้อดี และมีวิธีดูแลรักษาอย่างไร ลองมาหาคำตอบได้จากบทความนี้กันเลย

บ้านปูนเปลือยราคาถูก คืออะไร?
บ้านปูนเปลือยราคาถูกหรือบ้านสไตล์ลอฟท์ คือบ้านที่โชว์ให้เห็นถึงโครงสร้างและผนังของงานปูน โดยที่ไม่มีการนำวัสดุอื่นได้มาฉาบปิดทับตกแต่ง ซึ่งจะแสดงความดิบ เนื้อแท้ข้างในของโครงสร้างปูนให้เห็นกันชัด ๆ บ่งบอกถึงความเท่ แปลกตา แต่มีสไตล์

บ้านปูนเปลือยราคาถูกมีกี่ประเภท
โดยรูปแบบวัสดุหรือบ้านปูนเปลือยจะแยกออกเป็น 2 แบบใหญ่ ๆ ด้วยกัน คือ

  • บ้านปูนเปลือยราคาถูกแบบหล่อ จะมีค่าใช้จ่ายและงบประมาณการก่อสร้างค่อนข้างสูง เนื่องจากมีการเทคอนกรีตลงในแม่แบบที่ทำขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อใช้ในการหล่อผนังคอนกรีตปูนเปลือย ซึ่งลักษณะของแม่แบบที่นำมาใช้นั้นจะขึ้นอยู่กับความต้องการของเจ้าของบ้านและการออกแบบของทีมสถาปนิก ซึ่งจะใช้ไม้หรือเหล็กเป็นแม่แบบก็ได้ตามความชอบ เมื่อทำการเทคอนกรีตลงในแม่แบบผนังที่เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ทิ้งไว้และรอให้ปูนเซ็ตตัว จากนั้นทำการแกะแม่แบบออกช้า ๆ อย่างระมัดระวัง ซึ่งหลังการทำการถอดแม่แบบออกเรียบร้อยแล้ว ผนังหล่อปูนเปลือยก็จะโชว์ลวดลายออกมาให้เห็นอย่างสวยงาม
  • บ้านปูนเปลือยราคาถูกแบบก่ออิฐฉาบปูน เหมาะสำหรับผู้ที่มีงบประมาณในการก่อสร้างจำกัด แต่มีความหลงใหลในบ้านสไตล์ลอฟท์ หรือผู้ที่ชื่นชอบการรีโนเวทบ้านเก่าให้มีความเท่ในแบบอินดัสเทรียล การก่อผนังด้วยวัสดุอื่น ๆ ก่อนแล้วจึงทำการฉาบตกแต่งและทำลายปูนเปลือยตามความต้องการ ซึ่งในปัจจุบันได้มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทำงานงานทาสี ฉาบปูนเปลือยสไตล์ลอฟท์ กลายเป็นเรื่องที่ง่ายดาย และสามารถทำเองได้เพียงไม่มีขึ้นตอน ตามวิธีการข้างกล่องบรรจุภัณฑ์

บ้านปูนเปลือยราคาถูกมีความน่าสนใจอย่างไร
ความน่าสนใจของบ้านปูนเปลือย หรือบ้านสไตล์ลอฟท์ นอกจากความดิบเท่แล้ว บ้านสไตล์นี้ยังเป็นแบบบ้านราคาประหยัด เนื่องจากทำให้เจ้าของบ้านสามารถประหยัดงบประมาณในการก่อสร้างบ้านได้ถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะไม่ต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อวัสดุต่าง ๆ มาตกแต่งเหมือนบ้านสไตล์อื่น ๆ แต่บ้านสไตล์นี้เน้นการโชว์ความมีเสน่ห์ของผนังอิฐ โครงสร้างปูน รวมถึงการเดินระบบท่อไฟฟ้าภายในบ้านได้อย่างสวยงามและลงตัว

นอกจากนั้น หากตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์ลอฟท์ที่โชว์เท็กเจอร์ไม้กับโครงสร้างเหล็กสีดำ ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจให้บ้านได้อีกเป็นเท่าตัว โครงการภูวิลล่า ภูเก็ต

  • การดูแลรักษาบ้านปูนเปลือย ควรทำการทาน้ำยาเคลือบผนังปูนเปลือยเคลือบผิวและต้านการดูดซึมของน้ำ ทุก ๆ 1-2 ปี เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวบ้านและผนังเกิดความชื้นและมีคราบสกปรกเกาะตามพื้นผิว
  • คลายร้อนให้บ้านปูน หลักการคลายความร้อนให้บ้านปูน คือการลดการนำความร้อนจากภายนอกที่จะเข้ามาสู่บ้าน ด้วยการลดการสัมผัสกับแดดโดยตรงต่อส่วนต่างๆ ของบ้านปูน และลดปริมาณแสงแดดที่ส่องตรงเข้ามาภายในบ้าน
    • ออกแบบชายคาลดร้อน หากบ้านมีชายคายื่นยาวออกมาตั้งแต่ 1.5 เมตรขึ้นไป จะช่วยป้องกันแดดช่วงบ่ายไม่ให้ส่องมายังผนังโดยตรงได้
    • ใช้กันสาด ม่านและฟิล์มกรองแสง ไม่ว่าจะเป็นกันสาด ฟิล์มกรองแสง หรือม่านที่มีแผ่นยูวีสะท้อนแสง ล้วนเป็นทางเลือกในการลดการส่งผ่านความร้อนมายังตัวบ้านได้
    • ระแนงกันแดด การใช้ระแนงกันแดดเป็นวิธีช่วยพรางแสงไม่ให้ส่องกระทบผนังโดยตรง สามารถติดตั้งต่อเนื่องลงมาจากชายคาได้ตลอดแนวผนัง หรือจะติดบางส่วน บางช่วงเพื่อกันแดดที่ส่องมายังบริเวณนั้น
    • เพิ่มผนังสองชั้น สำหรับคอนโดมิเนียม หรือบ้านที่มีข้อกำจัดเรื่องการเปลี่ยนผนังด้านนอก การทำผนังเบาขึ้นมาอีกชั้นที่มีการเว้นช่องระหว่างผนังเก่ากับผนังใหม่ประมาณ 10 เซนติเมตร เพื่อให้อากาศตรงกลางเป็นฉนวน หรือจะใส่ฉนวนกันความร้อนไว้ตรงกลางก็ได้ สามารถลดความร้อนที่จะทะลุผ่านเข้าสู่ห้องได้ระดับหนึ่ง
    • ปลูกต้นไม้ปกคลุมดาดฟ้า จัดสวนแนวตั้ง เป็นอีกหนึ่งวิธีคลายร้อนให้บ้านไปพร้อมๆ กับเพิ่มความสดชื่น ความสวยงามให้บ้านได้อีกด้วย สำหรับต้นไม้ที่เหมาะกับสวนแนวตั้งเช่นเฟิร์น สัปปะรดสี และไม้เลื้อยต่างๆ โดยดีไซน์ให้จัดพื้นที่ที่ต้องการความชุ่มชื้นน้อยไว้ด้านบน ส่วนพื้นที่ต้องการความชื้นไว้ด้านล่าง เพราะเวลารดน้ำน้ำจะไหลลงสู่ด้านล่าง ซึ่งควรเป็นพืชที่ชอบน้ำมากกว่า แต่ก่อนติดตั้งสวนแนวตั้งควรสำรวจว่าผนังมีความแข็งแรงเพียงพอ
    • เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท เป็นวิธีง่ายๆ ที่ทำได้เลย นั่นคือการเปิดหน้าต่างช่วยระบายความร้อน รวมทั้งสามารถใช้พัดลมเร่งการระบายอากาศร้อนให้เร็วขึ้น โดยเฉพาะห้องนอนชั้นบนที่ปิดประตู หน้าต่างไว้

ข้อดีและข้อเสียที่ควรรู้ก่อนทำ “ผนังปูนขัดมัน” ใครที่จะแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์

เทรนด์การตกแต่งสไตล์ลอฟท์หรืออินดัสเทรียล ได้รับแรงบันดาลใจมาจากปฏิวัติอุตสาหกรรมในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษ 18 ซึ่งมีการขยายตัวของโรงงานอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก ทว่าหลังจากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ส่งผลให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ โรงงานเหล่านี้จึงปิดตัวลงและถูกทิ้งร้างไว้ จนภายหลังได้มีการดัดแปลงเป็นที่อยู่อาศัยในราคาประหยัดของคนในยุคนั้นแทน

ด้วยโครงสร้างของโรงงานเก่าซึ่งเป็นพื้นที่โล่งกว้าง เพดานสูง โครงสร้างส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยเหล็ก คอนกรีต และอิฐ ตกแต่งโดยเน้นการโชว์ผิวสัมผัสและสีธรรมชาติของวัสดุ โดยเฉพาะ ผนังปูนขัดมัน ที่ให้ภาพลักษณ์ดิบเท่ เป็นธรรมชาติ ไม่ผ่านการปรุงแต่ง กลายเป็นเทรนด์การตกแต่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามการตกแต่งบ้านด้วยปูนขัดมันสไตล์ลอฟท์นั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ในบทความนี้ทางเรา พูลวิลล่า ภูเก็ต ได้รวมรวมเกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ มาให้เพื่อน ๆ ชาวเว็บได้ศึกษากันก่อนจะลงมือแต่งบ้านด้วย ผนังปูนขัดมัน ไปชมกันได้เลย

ข้อดีของผนังปูนขัดมัน

  • ความสวยงาม ปัจจัยแรกที่หลายคนเลือกตกแต่งบ้านด้วยผนังปูนขัดมัน คือความลวดลายที่ดิบเท่ มีสเน่ห์ โดยไม่ผ่านการปรุงแต่ง เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตบนความเรียบง่าย ไม่หวือหวา
  • มีความเป็นธรรมชาติ ด้วยโทนสีเทาของปูนขัดมัน ให้บรรยากาศสงบผ่อนคลาย บวกกับตัววัสดุที่สามารถกักเก็บความเย็นได้ดี ทำให้บรรยากาศภายในบ้านเย็นสบายตลอดทั้งวัน เข้ากับเมืองร้อนอย่างประเทศไทย

ข้อเสียของผนังปูนขัดมัน

  • หาช่างที่ชำนาญยาก การก่อสร้างผนังปูนขัดมัน จำเป็นต้องอาศัยความชำนาญเฉพาะในการก่อสร้าง หากได้ช่างฝีมือที่ไม่มีคุณภาพ อาจจะได้ลวดลายบนผนังที่ไม่สวยงาม มีรอยแตกร้าว เป็นแหล่งสะสมของสิ่งสกปรกและแมลง เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • ความทนทาน ในช่วงที่ฝนตกหนัก ความชื้นสูง หากผนังปูนขัดมันอาจมีรอยแตกร้าว ทำให้เกิดการรั่วซึมทำให้เกิดคราบตะใคร่สกปรก ทำให้บ้านดูเก่า มองแล้วไม่สบายตาอีกด้วย
  • ฝุ่นละออง ด้วยการตกแต่งที่เน้นการโชว์ผิววัสดุอย่างปูนขัดมัน หากขาดการดูแลรักษา ไม่ทาน้ำยาเคลือบผนังไว้ อาจจะก่อให้เกิดฝุ่นละออง จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพคนในครอบครัว

ไอเดียสร้างบ้านปูนหลักหมื่น บ้านปูนเปลือยสไตล์ loft ในงบประหยัดจนไม่น่าเชื่อ

สร้างบ้านปูนหลักหมื่น

สำหรับลักษณะบ้านจะเป็นบ้านผนังปูนเปือยดิบแนวลอฟท์สวยทันสมัยมาก หลังคายังคงเป็นทรงจั่วเช่นเดิมแต่ก็เข้ากันได้อย่างลงตัว มุงหลังคาด้วยเมทัลชีท ภายในบ้านชั้นล่างจะเป็นพื้นห้องโถง และจะมีชั้นลอยเป็นส่วนของห้องนอนและชั้นลอยทำด้วยโครงสร้างเหล็ก ติดโคมไฟประดับสวยงามน่าอยู่มากเลยที่เดียว Phuket Villas

โดยบ้านหลังนี้โครงสร้างปูนมีฐานบ้านพอประมาณ ด้านผนังเลือกใช้แบบปูนเปลือยแนว loft ตัดกรอบบัวหน้าต่างด้วยสีดำ ด้านบนก่อถึงหลังคาเลือกใช้ไม้ฝาสีน้ำตาล ด้านหลังคาเลือกใช้แบบเพิงหมาแหงน โดยตัวบ้านเป็นแนวloftแบบง่ายๆ นอกจากนี้ประตูหน้าบ้านยังเลือกใช้แบบบานเลื่อนตามสมัยนิยมอีกด้วย

ด้านภายในก็ตกแต่งแนวสไตล์ปูนเปลือยแบบดิบ ๆ ผสมกับขอบเพดานบ้านสีบอลได้แบบลงตัวด้านกระเบื้องเลือกใช้สีขาวแบบแผ่นใหญ่เพื่อทำให้ตัวบ้านดูโปร่งโล่งอีกด้วย ด้านโคมไฟตกแต่งเลือกใช้แบบไม้สไตล์ญี่ปุ่นได้แบบสวยงามลงตัวมากๆกับบรรยากาศแบบ loft สุดๆ

อ่านบทความต่อไปของเราเพิ่มเติมได้ที่นี่ >>>>>>>>>>>>>>>>>บ้านโมเดิร์นงบน้อย

บ้านโมเดิร์นงบน้อย

บ้านโมเดิร์นงบน้อย

บ้านโมเดิร์นงบน้อย

บ้านโมเดิร์นงบน้อย เพื่อน ๆ หลายคนคงฝันอยากจะมี บ้าน ของตัวเองสักหลังใช่ไหมหละครับ ซึ่งสำหรับคนที่มีเงินเก็บมากพอแล้วก็สามารถเลือกได้ว่าต้องการบ้านแบบไหน สไตล์อะไร ในราคาเท่าไหร่ แต่สำหรับคนที่มีงบจำกัดก็ใช่ว่าจะสร้างบ้านไม่ได้ เพราะถ้าหากเรื่องช่างฝีมือดี เรื่องวัสดุราคาประหยัด แค่นี้เราทุกคนก็สามารถสร้างบ้านในฝันกันได้แล้วหละครับ

ซึ่งหากทุกคนจะสร้างบ้านสักหลัง เอาแบบถูกใจทั้งคนพบเห็นและคนอยู่อาศัย ในยุคนี้มีแบบบ้านสไตล์หนึ่งที่เราอยากจะแนะนำ นั่นคือ บ้านสไตล์โมเดิร์น บ้านสไตล์โมเดิร์น (Modern Style) ถือว่าเป็นบ้านที่ได้รับความนิยมอย่างมาก แถมยังมีมีรูปแบบบ้านที่สวย ได้รับอิทธิพลมาจากสิ่งก่อสร้างจากยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมของชาติตะวันตก บ้านสไตล์โมเดิร์นมีการนำเอาวัสดุอุสาหกรรมมาใช้ โดยเฉพาะส่วนของเหล็ก กระจก เพื่อให้เป็นจุดเด่นของบ้าน และที่สำคัญเลยยังมอบความสวยงาม หรูหรา พร้อมความเรียบง่าย บ้านสไตล์โมเดิร์นส่วนใหญ่มักเป็นทรงเรขาคณิตเหลี่ยมเรียบโปร่งโล่ง ไม่ซับซ้อน และมีโครงสร้างที่ไม่ยุ่งยากนัก พร้อมเอกลักษณ์ที่สังเกตได้ง่ายจากบริเวณหลังคาบ้าน และหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่

บ้านสไตล์โมเดิร์นคืออะไร

บ้านสไตล์โมเดิร์นเป็นการก่อสร้างที่ได้รับอิทธิพลมาจากช่วงยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 18 โดยในช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ผู้คนให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า โดยจะลดการใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ไม่มีความจำเป็นสำหรับการก่อสร้าง และเพื่อเป็นการลดความฟุ่มเฟือยจึงได้มีการนำรูปทรงของเรขาคณิตมาเป็นแบบของโครงสร้าง

โดยการตกแต่งสไตล์โมเดิร์นยังเน้นที่ความเรียบง่าย ไม่นิยมการตกแต่งที่มากเกินความพอดี โดยให้ความสำคัญกับการเลือกใช้พื้นผิวที่มีความเป็นธรรมชาติ อีกทั้งแต่ละพื้นที่ต้องมีประโยชน์ในการใช้สอย ด้วยเหตุนี้คำว่า Modern แปลว่า สิ่งใหม่ จึงถูกนำมานิยามการตกแต่งสไตล์นี้เพื่อสื่อถึงความทันสมัย home

หรืออีกนัยหนึ่งคือรูปทรงของอาคารถูกกำหนดจากลักษณะการใช้งาน ไม่มีการประดับตกแต่งส่วนเกิน เคารพในธรรมชาติของวัสดุและโครงสร้าง เช่น การโชว์เสา คาน หรือส่วนของโครงสร้างอาคารอย่างไม่มีปิดปัง ไม่ว่าจะเป็น เหล็ก คอนกรีต กระจก หรือไม้ โดยถือว่าเป็นความงามชนิดหนึ่ง หลักการสำคัญของการออกแบบบ้านโมเดิร์นอีกประการหนึ่ง คือ ความสะดวกสบายในการอยู่อาศัย ไม่มีปัญหาตามมาภายหลัง เช่น การออกแบบบ้านไม่มีชายคายื่นจากตัวบ้านโดยเข้าใจผิดว่าเป็นลักษณะของบ้านรูป แบบโมเดิร์นแต่มีปัญหาน้ำฝนสาดหรือรั่วเข้ามาทางประตูและหน้าต่าง ดังนั้นหลักของการออกแบบบ้านโมเดิร์น คือ การเคารพในรูปร่างธรรมชาติของวัสดุ ไม่มีการตกแต่งปิดปังให้สิ้นเปลืองและจะต้องอยู่อาศัยอย่างสะดวกสบาย

ทำไมผู้คนจึงนิยมบ้านแบบโมเดิร์น

แบบบ้านโมเดิร์นกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยแม้ว่าจะไม่ฉูดฉาดหากแต่ก็ดูทันสมัย จึงไม่แปลกเลยที่แบบบ้านโมเดิร์นจะได้รับความนิยมสูงขึ้น พื้นฐานของบ้านแบบโมเดิร์นคือความโปร่งและเรียบง่าย หากแต่ก็มีสิ่งที่จำเป็นครบถ้วนใช้อุปกรณ์ตกแต่งที่ดูแล้วรู้สึกสะอาดและสบายตา ทั้งยังเน้นการใช้งานได้จริงมากกว่าจะตกแต่งให้สวยงามหรูหราเพียงอย่างเดียว ไม้ เหล็กและแก้ว จึงเป็นวัสดุที่นิยมใช้สำหรับแบบบ้านโมเดิร์นและสามารถรังสรรค์ผลงานออกมาได้หลากหลายรูปแบบ แต่หากคุณยังไม่เข้าใจว่าทำไม
การออกแบบบ้านเช่นนี้จึงเป็นที่นิยม คำอธิบายด้านล่างจะทำให้คุณไม่แปลกใจที่ใครๆก็ต่างหลงไหลบ้านแบบโมเดิร์น โครงการภูวิลล่า ภูเก็ต

  • ความโดดเด่นของบ้านสไตล์โมเดิร์น การดีไซน์บ้าน บ้านสองชั้น สไตล์โมเดิร์นสามารถทำได้อย่างหลากหลาย เนื่องจากไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเท่านั้น จึงก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ได้เป็นอย่างดี ในปัจจุบันเราจึงเห็นการก่อสร้างบ้านสไตล์โมเดิร์นในหลายรูปแบบ ซึ่งบางรูปแบบก็ให้ความรู้สึกแปลกตา และไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน นอกจากนี้การประดับตกแต่งภายในตัวบ้านก็สามารถทำได้อย่างอิสระ สามารถประยุกต์เข้ากับวัสดุชนิดต่าง ๆ ได้อย่างลงตัว โดยจะต้องคำนึงถึงความเรียบง่ายเป็นหลัก
  • การเลือกใช้สีที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น กล่าวได้ว่าความเรียบง่ายเป็นหนึ่งในหัวใจหลักของการก่อสร้างบ้านสไตล์โมเดิร์นที่ผ่านมาจึงนิยมเลือกใช้สีที่ไม่มีความฉูดฉาด เน้นโทนสีที่ให้ความรู้สึกเรียบหรูและมีความใกล้เคียงกับธรรมชาติ ผสมผสานเข้ากับวัสดุต่าง ๆ ภายในบ้านได้อย่างลงตัวให้ความรู้สึกอบอุ่นและน่าอยู่อาศัยแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการปิดกั้นการทาสีอื่น ๆ สามารถนำสีอื่นมาทาร่วมด้วยได้เพียงแต่จะต้องมีการประยุกต์ให้สอดคล้องเข้ากับบ้านสไตล์โมเดิร์นได้เท่านั้นเอง
  • แบบดังเดิมและความทันสมัยสามารถผสานกันได้อย่างลงตัว รูปแบบดั้งเดิมและแบบสมัยใหม่สามารถนำมาผสมผสานกันได้อย่างดี ภาพด้านล่างเป็นตัวอย่างที่ดีในการนำสองสิ่งที่ดูจะตรงกันข้ามมาผสมผสานกันอย่างลงตัว และทำได้หลากหลายตามพื้นฐานของสถานที่นั้นๆ
  • ดูแลรักษาง่าย เนื่องจากวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างบ้านสไตล์โมเดิร์นเป็นวัสดุที่หาง่าย มีความทันสมัย โดยเฉพาะกระจกและเหล็กซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสไตล์โมเดิร์น ทำให้เวลาทำความสะอาดหรือต่อเติมสามารถทำได้ง่าย ไม่ต้องเสียเวลาในการหาวัสดุมาเปลี่ยนหรือต่อเติมให้ยุ่งยาก รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านเอง ที่เน้นฟังก์ชันการใช้งานและจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ซึ่งนอกจากช่วยประหยัดพื้นที่แล้วยังประหยัดเวลาในการดูแลรักษา ในขณะเดียวกันยังเพิ่มภาพลักษณ์หรูหราให้กับบ้านมากขึ้นด้วย
  • แบ่งสัดส่วนชัดเจน การแบ่งสัดส่วนชัดเจน มีพื้นที่สำหรับรองรับการใช้งานในส่วนนั้น ๆ โดยเฉพาะ เป็นอีกหนึ่งข้อดีของบ้านโมเดิร์น ที่สร้างผลลัพธ์ให้ทุกพื้นที่ใช้สอยในตัวบ้านถูกใช้งานอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยไม่ทับซ้อนหรือปะปนกับพื้นที่ส่วนอื่น ๆ ทำให้บ้านดูมีความเป็นระเบียบและดูไม่รกอีกด้วย
  • จะมุมไหนก็ถ่ายรูปได้ รู้หรือไม่ว่า บ้านแค่ 1 หลัง ก็สามารถเป็นสตูดิโอถ่ายรูประดับมืออาชีพได้ง่ายๆ และยิ่งกับบ้านสไตล์โมเดิร์นด้วยแล้ว ถือว่าเป็นเรื่องง่ายสุดๆ เพราะทั้งรูปทรง และการตกแต่ง ก็เอื้อแก่การดัดแปลงเป็นโลเคชั่นชิคๆ ได้ทุกมุม ไม่ว่าจะห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือแม้แต่ห้องน้ำ และถ้าเสริมความสดชื่นด้วยต้นไม้ฟอกอากาศสักต้น รับรองว่าได้รูปสวยๆ ไปลงอินสตาแกรมแน่นอน
  • ประหยัดงบในการสร้าง ด้วยโครงสร้างของบ้านโมเดิร์นงบน้อยที่ไม่ซับซ้อนและดีไซน์ที่เน้นความเรียบง่าย ทำให้ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างน้อยกว่าบ้านสไตล์อื่น ๆ นั่นหมายความว่างบประมาณที่ใช้ก็จะน้อยลงตามไปด้วย รวมไปถึงลดค่าใช้จ่ายในการตกแต่งภายในบ้านไปได้เยอะ

สำหรับท่านที่มีความต้องการก่อสร้างบ้านพักอาศัยอยู่ในขณะนี้ แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น นับว่าเป็นหนึ่งในทางเลือกที่มีความน่าสนใจมากทีเดียว เนื่องจากบ้านสไตล์โมเดิร์นนั้น ให้ความรู้สึกทั้งเรียบหรูและเรียบง่ายไปพร้อม ๆ กัน สามารถประดับตกแต่งได้อย่างอิสระ และมีความสวยงามเข้ากับยุคสมัย สามารถอยู่อาศัยได้ในระยะยาว ไม่ตกยุคง่าย ๆ เหมือนบ้านสไตล์อื่น ที่สำคัญ บ้านโมเดิร์นงบน้อย ราคาค่าก่อสร้างก็ค่อนข้างถูกกว่าบ้านในสไตล์อื่น ๆ อยู่พอสมควร จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามเลยทีเดียว

รูปทรงของแบบบ้านสไตล์โมเดิร์นมีแบบไหนบ้าง?

จากที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่าบ้านทรงโมเดิร์นมักเน้นที่ประโยชน์ใช้สอยในบ้านเป็นหลัก การออกแบบตามรูปทรงเลขาคณิตจึงเข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก เพราะช่วยให้บ้านเป็นสัดส่วนใช้งานได้อย่างเต็มที่รวมถึงมีจุดเด่นที่หลังคาแบบพื้นเรียบหรือหลังคาเพิงแหงนที่ต่างจากหลังคาหน้าจั่วทั่วไปทำให้ภาพรวมของบ้านดูไม่มากหรือน้อยจนเกินไป และต่อไปนี้ก็เป็นรูปทรงของบ้านสไตล์โมเดิร์นที่ทางเราจะขอนำเสนอดังต่อไปนี้

  1. บ้าน บ้านเดี่ยว สไตล์โมเดิร์นเรียบง่ายแต่มีลูกเล่น เพิ่มความสวยงามให้กับบ้านทรงโมเดิร์นธรรมดา ๆ ได้ด้วยการใส่รูปทรงเลขาคณิตแปลกตาเข้าไป แล้วเลือกใช้สีที่ดึงดูดตา ก็ช่วยให้บ้านโมเดิร์นธรรมดาทั่วไปที่เห็นได้ในหมู่ บ้านจัดสรร ดูมีเอกลักษณ์มากขึ้นได้
  2. บ้านสไตล์โมเดิร์นรูปทรงแปลกตา แน่นอนว่าบ้านแบบโมเดิร์นนั้นเน้นที่รูปทรงเลขาคณิต แต่สำหรับใครที่ชอบความแตกต่างสามารถออกแบบบ้านให้มีมากกว่าสามเหลี่ยม หรือสี่เหลี่ยม และยังสามารถออกแบบให้ระเบียงบ้านยื่นออกมาจากตัวบ้านแทนการใช้กันสาดบังแดดก็ได้เช่นกัน ซึ่งการออกแบบเช่นนี้จะได้ทั้งความสวยงาม และประโยชน์ใช้สอยอย่างเต็มเปี่ยม
  3. บ้านสไตล์โมเดิร์นเข้ากับธรรมชาติ บ้านสไตล์โมเดิร์นไม่จำเป็นต้องตั้งอยู่ในเมืองเท่านั้น หลาย ๆ คนจึงเคยเห็นบ้านพักอากาศสไตล์ Modern ตามภูเขา หรือชายทะเลอยู่บ่อยครั้ง โดยการสร้างบ้านสไตล์นี้ในพื้นที่ธรรมชาติก็ควรเลือกใช้วัสดุที่ดูกลมกลืนกับธรรมชาติ เช่น ไม้ และควรเลือกใช้สีที่ไม่ฉูดฉาดจนเกินไป เช่น สีขาว สีดำ สีน้ำตาล เป็นต้น
  4. บ้านสไตล์โมเดิร์นเน้นแสงสว่าง รูปแบบบ้านโมเดิร์นที่แสงสว่างเข้าถึงได้มาก เป็นอีกไอเดียที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะการสร้างบ้านแบบนี้ เป็นบ้านพักตากอากาศ เพราะหน้าต่างรอบ ๆ บ้านจะทำให้เห็นทิวทัศน์ได้อย่างเต็มที่ รวมถึงในช่วงกลางคืนหากเลือกใช้ไฟโทนสีส้ม หรือเหลืองก็ทำให้ตัวบ้านดูอบอุ่นยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามบ้านแบบนี้ก็ควรสร้างในพื้นที่ที่ไม่ติดกับคนอื่นมากเกินไป เพื่อความเป็นส่วนตัว
  5. บ้านสไตล์โมเดิร์นสไตล์บ้านไม้ บ้านโมเดิร์นไม่จำกัดแค่การฉาบคอนกรีตเรียบแล้วทาสีเท่านั้น แต่ยังสามารถเลือกใช้วัสดุอื่น ๆ ได้เช่นกัน เช่น การออกแบบบ้านตามรูปทรงเลขาคณิตแล้ว เลือกใช้ไม้ระแนงตกแต่งแทนการทาสี และเลือกใช้รั้วต้นไม้ แทนการทำรั้วคอนกรีต เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้บรรยากาศบ้านดูเป็นมิตรแต่ยังคงความเป็นส่วนตัวได้ดี
  6. บ้านสไตล์โมเดิร์นแบบผสมผสาน หากใครที่ตัดสินใจไม่ได้ว่าชอบวัสดุประเภทไหน หรือรูปทรงแบบไหนมากที่สุด ก็สามารถผสมผสานทุกอย่างเข้าด้วยกันได้ เพราะการออกแบบสไตล์นี้เน้นที่รูปทรงเลขคณิต หากนำมาจับคู่กันโดยเลือกใช้สีให้เหมาะสม ไม่ว่าจะออกแบบอย่างไรก็สามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างลงตัว
  7. บ้านสไตล์โมเดิร์นสีสันสดใส แม้ว่าบ้านทรงโมเดิร์นจะเน้นที่ความเรียบง่าย และไม่ตกแต่งมากจนเกินไป แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการเลือกใช้สีสันจะลดความสวยงามของบ้านสไตล์นี้ลงไปได้ สำหรับผู้ที่ต้องการตกแต่งด้วยสีสัน ควรให้ความสำคัญกับการเลือกใช้คู่สีที่เข้ากันมากที่สุด โดยเลือกใช้สีขาวเป็นสีหลัก

แน่นอนว่าบ้านสไตล์โมเดิร์นเป็นบ้านที่หลายคนใฝ่ฝันและชื่นชอบอย่างมาก แถมยังมีการออกแบบเรียบง่ายไม่ยุ่งยาก หากมีการนำมาสร้างที่ประเทศไทย สถาปนิกจึงมีการนำมาปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับสภาพอากาศและความเป็นอยู่ของคนไทย โดยมีการยกหลังคาให้สูง เพื่อป้องกันความร้อน ออกแบบปีกกันน้ำฝน เป็นต้น แต่ก่อนอื่นจะต้องบอกก่อนเลยว่ารูปแบบบ้านสไตล์โมเดิร์นมีการออกแบบมาเพื่อชาวตะวันตก หากมีการนำมาปลูกสร้างแน่นอนว่าจะต้องพบเจอกับปัญหาบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างแน่นอน Phuket Villas

สิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนสร้างบ้านสไตล์โมเดิร์น

  • การสำรวจพื้นที่โดยรอบ ควรสำรวจพื้นที่ที่จะสร้างบ้าน และบริเวณโดยรอบก่อนจะเริ่มออกแบบบ้าน เพราะพื้นที่จะส่งผลต่อรูปร่าง และขนาดบ้านโดยตรง ส่วนการสำรวจบริเวณโดยรอบว่าอยู่ติดกับอะไรหรือพื้นที่จะถูกพัฒนาเป็นอะไรได้บ้างในอนาคต การสำรวจจะช่วยเตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ในอนาคต และออกแบบได้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น
  • สร้างให้เข้ากับสภาพอากาศ สิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยในการสร้างบ้านทรงโมเดิร์น คือ การออกแบบให้เข้ากับสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย เนื่องจากบ้านสไตล์นี้มีจุดเริ่มต้นจากประเทศฝั่งตะวันตกที่มีอากาศหนาวจึงต้องออกแบบบ้านเพื่อป้องกันความหนาว ดังนั้นจึงต้องปรับรูปแบบบ้านให้เข้ากับอากาศด้วย เช่น ออกแบบให้เพดานสูงขึ้น ติดตั้งช่องลมให้อากาศถ่ายเทให้ดี หรือเลือกใช้สีทาบ้านที่สะท้อนความร้อนเพื่อลดการสะสมความร้อนในบ้าน
  • ตอบโจทย์การอยู่อาศัยและการใช้งานระยะยาว ถึงแม้ว่าบ้านสวย ๆ จะเป็นบ้านในฝันของใครหลายคน แต่ที่จริงแล้วการสร้างบ้านควรคำนึงถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตเป็นหลัก ควรออกแบบบ้านให้เข้ากับลักษณะการใช้ชีวิตของสมาชิกทุกคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นวัยเด็ก วัยผู้ใหญ่ ไปจนถึงผู้สูงอายุ เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย
  • ไม่ตกแต่งแบบฟุ่มเฟือย อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่า บ้านโมเดิร์นงบน้อย เน้นการตกแต่งที่เรียบง่าย เน้นการใช้งานมากกว่าการตกแต่งที่ฟุ่มเฟือย ทุกพื้นที่ภายในบ้านสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ และควรเลือกใช้วัสดุที่เน้นความเป็นธรรมชาติ เน้นการแสดงพื้นผิวของวัสดุที่ใช้ตกแต่ง เช่น ไม้ เหล็ก คอนกรีต
  • การมีดีเทลเล็ก ๆ น้อย ๆ สุดท้ายคือการแสดงเอกลักษณ์ของแบบบ้านสไตล์โมเดิร์น ด้วยการออกแบบบ้านให้มีลูกเล่นเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น การเลือกใช้ของแต่งบ้านที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นกว่าของแต่งบ้านชิ้นอื่น เฟอร์นิเจอร์ที่มาพร้อมดีเทลเก๋ ๆ รวมถึงช่องเก็บของที่มีประโยชน์ใช้สอยได้หลายรูปแบบ

อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องใส่ใจและให้ความสำคัญของการสร้างบ้านคือการเลือกช่างที่มีความเชี่ยวชาญและชำนาญเกี่ยวกับการสร้างบ้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญมาเป็นอันดับต้น ๆ นอกจากนี้การสร้างบ้านสไตล์โมเดิร์นควรเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพเหมาะสำหรับงานสร้าง ก็จะได้บ้านที่สมดั่งใจปรารถนาและช่วยลดปัญหาเกี่ยวกับการซ่อมแซมบ้านในภายหลังเพื่อบ้านสวยคุณภาพดีแบบถาวร

อ่านบทความต่อไปของเราเพิ่มเติมได้ที่นี่ >>>>>>>>>>>>>>>>>แบบบ้านชนบท