โฮมออฟฟิศสไตล์ลอฟท์

โฮมออฟฟิศสไตล์ลอฟท์ ดีไซน์ที่ต้องประทับใจ

โฮมออฟฟิศสไตล์ลอฟท์ ลอฟท์ (Loft) เป็นชื่อของสไตล์การตกแต่งภายในสมัยใหม่ ที่หลายคนคงคุ้นหูกันเป็นอย่างดี และชวนให้นึกถึงการตกแต่งสไตล์ดิบ ๆ ผนังปูนเปลือย การจัดวางพื้นที่อย่างอิสระ ไม่มีข้อกำหนด ไม่ต้องมีพิธีรีตอง เพราะทุกอย่างเปรียบเสมือนงานศิลปะ

แต่สไตล์การตกแต่ง แบบลอฟท์ มีที่มาที่ไปอย่างไร แล้วทำไมร้านคาเฟ่ต่าง ๆ รวมถึงบ้านสไตล์ลอฟท์ถึงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ในบทความนี้จะพาย้อนไปทำความรู้จักกับจุดกำเนิดของสไตล์ลอฟท์ และจุดประกายไอเดียการตกแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์ให้ออกมาชัดเจน และเป็นตัวคุณเองมากที่สุด

สไตล์ลอฟท์มีจุดเด่นตรงที่ใช้อาคารที่มีความกว้าง เพดานสูง ส่วนตัวอาคารมักตกแต่งด้วยอิฐสีส้ม ปูนเปลือย ท่อเหล็ก และการเดินสายไฟโชว์ตามผนังแบบไม่ต้องซ่อนไว้ใต้ฝ้าหรือหลังกำแพง ซึ่งจะเห็นได้ว่าสไตล์ลอฟท์จะเน้นใช้วัสดุและลักษณะเด่นที่เน้นความ “ดิบ” ให้ความรู้สึกถึงโรงงานอุตสาหกรรมหนักในสมัยก่อน โดยในปัจจุบันก็ได้มีการดัดแปลงสไตล์ลอฟท์นี้มาใช้กับอาคารเล็กๆ อย่างแพร่หลายมากขึ้น

โฮมออฟฟิศสไตล์ลอฟท์

บ้านสไตล์ลอฟท์ที่แท้จริง

  • หลังจากที่ได้รู้เรื่องราวที่มาที่ไปของสไตล์ลอฟท์กันแล้ว ต่อไปมาลองดูเอกลักษณ์ของบ้านสไตล์ลอฟท์กัน เพื่อให้คุณได้แนวทางในการตกแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์แบบดั้งเดิม พร้อมสอดแทรกสไตล์ที่เป็นคุณลงไปเพิ่มเติมได้ด้วย บ้านแฝด
  • การปล่อยให้เห็นโครงสร้างภายในดิบ เปลือย แต่งในส่วนของผนังให้น้อยที่สุด และพยายามไม่ให้ภายในห้องมีที่กั้น สิ่งกีดขวางต่าง ๆ หรือพยายามให้ห้องดูโอ่โถงมากที่สุด
  • เพดานสูง สไตล์ลอฟท์ มีจุดกำเนิดมาจากพื้นที่ในโรงงาน ซึ่งเพดานสูงเปลือยให้เห็นโครงสร้างภายในจึงเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่น
  • การตกแต่งผนังให้เป็นแบบหยาบ ใช้เทคนิคฉาบปูนแบบอิสระให้เป็นลวดลาย หรือการใช้อิฐเป็นองค์ประกอบสำคัญ ซึ่งเป็นการเน้นย้ำถึงความดิบ ความเป็นพื้นที่โรงงานในแบบดั้งเดิมได้เป็นอย่างดี
  • ให้แสงเข้าถึงทั่วห้อง สไตล์ลอฟท์มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นอีกอย่างหนึ่งคือการที่ให้แสงธรรมชาติส่องสว่างได้อย่างทั่วถึงภายในห้อง ทำให้กระจกหน้าต่างบานใหญ่ได้รับความนิยม
  • เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว และใช้งานได้จริง เพื่อคงกลิ่นอายสไตล์ลอฟท์แบบดั้งเดิมไว้ การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์จากวัสดุอย่างเหล็ก ไม้ หนัง หรือเฟอร์นิเจอร์รูปทรงเรขาคณิต จะช่วยเป็นการเติมเต็มสไตล์ลอฟท์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
โฮมออฟฟิศสไตล์ลอฟท์
photography by Eric Dinardi

แบบโฮมออฟฟิศปูนเปลือยสองชั้นโมเดิร์น

ความสุขรูปแบบใหม่ของ การใช้ชีวิตมีเข้ามา เป็นทางเลือกกันเรื่อย ๆ ในยุคหลายสิบปีนี้นะครับ อย่างการทำงานก็เช่นกัน เมื่อก่อนเราอาจจะต้องเปิดออฟฟิศที่หนึ่ง แล้วมีบ้านพักอาศัยอยู่อีกที่หนึ่ง กว่าจะเดินทางมาทำงาน เดินทางกลับไปใช้ชีวิต พร้อมหน้าสมาชิกครอบครัวก็เสียเวลามากมาย “โฮมออฟฟิศ” หรือที่ทำงานที่เป็นที่พักใน ตัวเสร็จสรรพจึงเป็นทางออกใหม่ ๆ ให้เราอยู่บ้านได้ในขณะที่สามารถ ดูแลกิจการไปพร้อม ๆ กัน

เพียงแต่ต้องแบ่งพื้นที่ส่วนตัวออกจากส่วนรวมให้ชัดเจน รวมถึงการสร้างบรรยากาศในการทำงาน ก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะช่วยทีมมีประสิทธิภาพ วันนี้บ้านไอเดียจะพาผู้อ่านไปชมโฮมออฟฟิศ ของสถาปนิกอินโดนีเซียว่าจะน่าอยู่ น่าทำงานขนาด ไหนเผื่อเป็นไอเดียกัน phuket property

โฮมออฟฟิศปูนเปลือยสองชั้นโมเดิร์น หลังนี้ เป็นของสถาปนิกชื่อดังในอินโดนีเซีย Raw Architecture ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมถนน Villa Meruya The guild เป็นชื่อของอาคารที่ได้ มาจากลักษณะการจัดวางและวัสดุที่ใช้สร้างอาคาร แสดงออกให้เห็นว่าที่นี่เป็นอาณาจักรที่เน้นความเป็นส่วนตัว และความหนักแน่นแข็งแกร่ง

ดูได้จากเส้นสายปราการไม้ และขอบสูงกำแพงรั้วที่ไม่มีการเว้นช่องว่างในการสอดส่องได้ เป็นจุดที่สงบเงียบ ห่างออกมาจากความ จอแจและเสียงอึกทึกของเมืองจาการ์ตา ด้านนอกดูทึบปลอด จากสายตาผู้คนแต่เปิดกว้างอยู่ด้านใน บ้านแฝด 

สไตล์ลอฟท์ออกแบบสวย
photography by Eric Dinardi

อาคารทั้งหมดมี 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นจุดทำงาน ของทีมดีไซเนอร์ สตูดิโอ ห้องสมุด พื้นที่ลานกว้างแบบเปิดโล่ง (คอร์ทยาร์ดกลางบ้าน) คลินิกฟัน สระว่ายน้ำ และห้องครัว 1 ห้อง ส่วนของบ้านพักประกอบด้วยห้องนอนใหญ่ 1 ห้อง ห้องรับแขก 1 ห้อง ห้องทำงาน ห้องเด็ก ห้องแม่บ้าน

ทางเข้าบ้านเหมือน ทางลับทำจากคอนกรีต เหล็กกล้า กระจก และแผ่นโปร่งแสงโพลีคาร์บอเนต พื้นที่เอนกประสงค์ และพื้นที่ส่วนตัวจะถูกแยกออกจากกันโดยเฉลียง ทางเดินด้านในที่เปิดโล่ง ส่วนของสตูดิโอทำงานและบ้านพักก็มีห้องโถงขนาด 2 x 2 ม.กั้นแบ่งเขตเอาไว้

ตัวอาคารเป็นโครงสร้างจากคอนกรีตดิบ ๆ

ที่นี่ไม่ได้ใส่ใจ แค่การตกแต่งภายใน แต่ทุกส่วนต้องได้รับการเอาใจใส่ให้ประสานสัมพันธ์กันทั้งภายนอก-ภายใน เมื่อเดินจากประตูมาตามทางเดินจะผ่านคอร์ทสีเขียวขนาดใหญ่ตรงกลางเชื่อมต่อมาถึงตัวอาคาร ด้านหน้ามีบ่อปลาสร้างความชุ่มชื่นตั้งแต่ทางเข้า

ห้องทำงานบรรยากาศดี
photography by Eric Dinardi

สะดุดตากับโซ่ราง น้ำฝนที่ห้อยลงมาเป็นระยะ โดดเด่นด้วยวงกบประตูหน้าต่างทำจากวัสดุอลูมิเนียม และไม้ที่มีลูกเล่นเป็นรูป ทรงเรขาคณิตทั้งวงกลม ครึ่งวงกลม สี่เหลี่ยม เส้นโค้ง ฟาซาดเหล็กเป็นเส้นตรงช่วยปิดพรางอาคารให้มีความเป็นส่วนตัว แต่ไม่ได้ปิดวิสัยทัศน์ของคนที่อยู่ภายใน

ตัวอาคารเป็นโครงสร้าง จากคอนกรีตดิบ ๆ แต่งเติมด้วยรูปแบบการตกแต่งภายในซึ่งมาพร้อมกับดีไซน์ที่ไม่หวือหวาในเรื่องสีสีน แต่ก็น่าตื่นตาในด้านรูปลักษณ์ และฟังก์ชั่นการ ใช้งานที่เหมาะสม และสภาพอากาศ ผนังห้องเปิดเป็นเส้นโค้งขนาดใหญ่เหมือนซุ้มไม่มีประตู ด้านข้างอาคารมีช่องแสงและช่องลมขนาดใหญ่ทำให้ รับแสงและระบายอากาศภายในอาคารได้ดี

บริเวณห้องทำงานของ ทีมงานแผนกต่าง ๆ ไม่มีผนังมาคั่น ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดหรือถูกปิดกั้น เลือกที่นั่งทำงานได้ตามอัธยาศัย ในวันที่ต้องการความสงบหรือหาแรงบันดาลใจก็นั่งส่วน ที่อยู่ติดกับหน้าต่าง เพื่อมองหาสิ่งใหม่ ๆ นอกอาคาร ใต้บันไดแอบ ซ่อนเครื่องดนตรีเอาไว้ พนักงานสามารถเล่นดนตรีสร้างความเพลิดเพลิน ยามต้องการความผ่อนคลาย

บันไดกลางอาคารช่วย เชื่อมต่อระหว่างชั้น เป็นบันไดวนดีไซน์ แปลกตาแบบโมเดิร์น ที่ทำจากคอนกรีตเปลือยและกรุแผ่น ตะแกรงเหล็กปั๊มรูกลมเป็นลูกนอนบันได แสงแดดจัดๆ ในแบบเขตร้อนที่ไล่ มาตามแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก ถูกบล็อคเอาไว้โดยการวางแนวผนังไม้ และห้องน้ำ

ในขณที่ฟาซาดด้าน หน้าอาคารเปิดโล่งในแนวเหนือ – ใต้ บานหน้าต่างรูปร่างต่างๆ และช่องแสง รูปทรงปีรามิดที่ทำไว้หลายๆ จุดอนุญาตให้แสงแดดสาดส่องเข้ามาไปยังส่วน กลางของอาคาร ช่วยให้การไหลเวียนของอากาศในอาคารทำได้ดีขึ้น ผ่านทางช่องเล็กๆ ที่อยู่ระหว่างกระจกและคอนกรีต

มุมหนึ่งของอาคารจัดเป็นครัวเล็ก ๆ

มุมหนึ่งของอาคารจัดเป็นครัวเล็ก ๆ

ผนังคอนกรีตเรียบ ๆ สัมผัสได้ถึงความเป็นลอฟท์ ที่แสดงถึงเนื้อวัสดุแบบดิบ ๆ โดยไม่ต้องแต่งแต้มสีสัน แต่เมื่อใส่ประตูไม้สีน้ำตาลรูปทรงแปลก ๆ เข้าไปทำให้บ้านมีรายละเอียด และช่วยลดทอนความ แข็งกระด้างของตัวอาคารลงได้อย่างน่ามอง PHUKET VILLA

สำหรับพนักงาน ผนังห้องเป็น ปูนเปลือยเหมือนจุดอื่น ๆ ดูเรียบง่ายแต่ทันสมัยและแฝงดีไซน์เก๋ ๆ ตรงช่องแสงที่ตัดเป็นครึ่งวงกลม บริเวณกลางห้องเคาน์เตอร์ไม้ฝังเตาแก๊ส 2 หัว พร้อมชุดเครื่องดูดควันและตู้บานไม้เข้าชุดกัน มีที่เตรียมอาหาร ไมโครเวฟ ตู้ทำน้ำร้อน-เย็น ที่พนักงานจะเข้าใช้งานได้ตลอด ทำให้ที่นี่มีอารมณ์ เป็นเหมือนบ้านจริง ๆ

มุมมองของตัวบ้านในยามค่ำคืน จัดแสงไฟในสวน ตามทางเดิน และตัวบ้านรอบบริเวณอย่างสวยงาม ดูคล้าย ๆ รีสอร์ทที่ดูผ่อนคลายชวนให้เข้าไปพักผ่อนมากกว่าเป็นสถานที่ทำงาน ออฟฟิศชิล ๆ แบบนี้เหมาะกับงานครีเอทีฟที่ต้องอาศัยแรงบันดาลใจจากสิ่งรอบ ๆ ตัว และไม่รู้สึกว่าถูกปิดกั้นจินตนาการ ผลงานที่ออกมาก็จะมีความสร้างสรรค์ อยากให้เมืองไทยมีออฟฟิศแบบนี้กันเยอะ ๆ นะ

สไตล์ลอฟท์ คืออะไร ทำไมฮิตกันจัง

สไตล์ลอฟท์มาจากไหน
ถ้าจะว่ากันจริงๆ แล้ว สไตล์ลอฟท์ มันเริ่มมาจากยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นู่นเลย เนื่องจากสงครามทำ ให้เศรษฐกิจตกต่ำ โรงงานหลายแห่งจึงต้องปิดตัวลง บวกกับความต้องการที่ อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น จึงมีการดัดแปลงโรงงานที่ปิดตัวเหล่า นั้นให้กลายเป็นที่อยู่อาศัย แทนโดยใช้เศษวัสดุจากโรงงานมาตกแต่งให้เกิดความสวยงาม จึงทำให้เกิดสไตล์แบบใหม่ขึ้นมา คือสไตล์ “ลอฟท์” นั่นเอง

สไตล์ลอฟท์ทำอะไรได้บ้าง
สไตล์ลอฟท์อาจเริ่มมา จากการดัดแปลงโรงงาน ขนาดใหญ่ให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยก็จริง แต่ในปัจจุบันสถานที่ ทุกแห่งสามารถเป็นสไตล์ลอฟท์ ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องน้ำ ร้านอาหาร โรงแรม ร้านค้า หรือแม้แต่ห้างสรรพสินค้า เรียกได้ว่าการตกแต่ง สไตล์ลอฟท์กลายเป็น เอกลักษณ์และจุดดึงดูดลูกค้าอย่างหนึ่งไปแล้ว อย่างถ้ามีร้านกาแฟเปิดใหม่ ที่ตกแต่งด้วยสไตล์ลอฟท์ เชื่อว่าหลายคน ก็คงสนใจอยากไปลองมาก กว่าร้านกาแฟทั่วไปใช่มั้ยล่ะ

สไตล์ลอฟท์เหมาะกับใคร
อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้ว ว่าสไตล์ลอฟท์จะเน้น ความดิบความเท่ที่เป็นเอกลักษณ์ ผิวอาคารที่เป็นปูนเปลือยขัดมัน อิฐแดงก่อเป็นแนว ท่อไฟตามกำแพงและฝ้าเพดาน กลิ่นของท่อเหล็ก ถ้าชอบอะไรแบบที่กล่าวมาแล้วล่ะก็ ลอฟท์ก็เป็นสไตล์หนึ่งที่ น่าลองเชียวล่ะ แต่ถ้าชอบอะไรที่เป็นระเบียบเรียบร้อย ผนังสีขาวสะอาด ไม่มีอะไรบนกำแพง และเพดานให้เกะกะสายตา ก็คงต้องมองข้ามสไตล์นี้ไปได้เลย เพราะอาจไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่ บ้านทำเลดี