แบบบ้านชนบท

แบบบ้านชนบท

แบบบ้านชนบท

แบบบ้านชนบท หากใครได้ออกเดินทางต่างจังหวัดบ่อย ๆ หรือใช้ชีวิตในแถบชนบท เชื่อว่าคุณจะได้สัมผัสชีวิตที่ให้ความรู้สึกโล่งอก สบายใจ ทุกสิ่งรอบกายเป็นไปอย่างช้า ๆ เย็น ๆ ความวุ่นวายแทบจะหาได้ยาก ที่สำคัญสภาพแวดล้อม อากาศ ธรรมชาติ ยังคงสีเขียว สีของธรรมชาติมีให้เห็นอย่างสบายใจ บ้าน

สิ่งเหล่านี้มักมีผลต่อสภาพจิตใจบั้นปลายชีวิตของหลาย ๆ คน จึงมีเป้าหมายฝากชีวิตไว้กับชนบทกลับไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่บ้านนอกแต่การมีเป้าหมายเช่นนั้นเท่ากับว่าเราฝากความสุขไว้กับอนาคตจนลืมที่จะมองความเป็นอยู่และความสุขของชีวิตในปัจจุบัน

ชนบท

คำว่า ชนบท หมายถึง ส่วนที่อยู่นอกเขตเมืองหรือเขตเทศบาล เป็นเขตแดนที่พ้นจากเมืองหลวง ออกไป มีประชากรที่เลี้ยงชีพด้วยการเกษตรกรรมเป็นสำคัญ มีระเบียบสังคมที่สอดคล้องกับลักษณะชุมชนแบบหมู่บ้าน ตั้งบ้านเรือนเป็นกลุ่มก้อน หรือกระจัดกระจายตามลักษณะภูมิประเทศหรือตามประเพณีนิยม มีความหนาแน่นของประชากรน้อยกว่าในเมือง

ในปัจจุบันสังคมชนบทในประเทศไทยมีจำนวนที่ลดลง เนื่องจากการแพร่กระจายของความเป็นสังคมเมืองนั้น ได้แพร่กระจายเข้าสู่สังคมชนบท ทำให้วิถีชีวิตของชนบทจำเป็นต้องมีการปรับตัวเป็นสังคมเมืองมากขึ้น เราจึงค่อนข้างจะเห็นพื้นที่ ที่เป็นสังคมชนบทในปัจจุบันได้น้อยมาก เนื่องจากความเจริญในด้านสาธารณูปโภคและวิถีชีวิตต่าง ๆ ได้มีการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของสังคมชนบท

ชุมชนชนบท เป็นเขตพื้นที่ที่พ้นจากตัวเมืองออกไป หรืออาจเป็นพื้นที่ที่อยู่นอกเขตเทศบาล เป็นเขตที่มีความเจริญทางด้านวัตถุน้อย มีการรวมกลุ่มอย่างไม่เป็นทางการ ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ประมง เลี้ยงสัตว์ หน่วยทางสังคมของชุมชนชนบท หมายถึง หมู่บ้าน ซึ่งหมู่บ้านหมู่หนึ่งอาจมีจำนวนประชากรปประมาณ 20 ครัวเรือน ถึง 100 ครัวเรือนก็ได้
ลักษณะทั่วไปของสังคมชนบท

สังคมไทยเป็นสังคมเกษตรเพราะประชากรส่วนใหญ่ของประเทศประกอบอาชีพทางการเกษตร ดังนั้นสังคมชนบทจึงจัดได้ว่า เป็นโครงสร้างที่สำคัญที่สุดของสังคมไทย ลักษณะทั่วไปของสังคมชนบทจะมีลักษณะ ดังนี้

(1) ครอบครัวเป็นหน่วยสำคัญของเศรษฐกิจ เป็นทั้งหน่วยการผลิตและหน่วยบริโภค สิ่งของเครื่องใช้และอาหารจะผลิตขึ้นใช้เอง และยังมีดภาระหน้าที่อื่น ๆ เช่น ถ่ายทอดความรู้ทางอาชีพ อบรมสั่งสอนเรื่องคุณธรรมให้แก่สมาชิกในครอบครัว เป็นต้น
(2) สมาชิกของครอบครัวมีความสัมพันธ์กันอย่างแน่นแฟ้น สมาชิกในชุมชนจะให้ความสำคัญในเรื่องความเป็นมิตรต่อเพื่อนบ้าน มีการติดต่อกันแบบเป็นกันเอง เอื้อเฟื้อและจริงใจต่อกัน
(3) ลักษณะของครอบครัวเป็บแบบครอบครัวขยาย สมาชิกประกอบด้วยหลาย ๆ ครอบครัว ซึ่งเป็นเครือญาติกัน มาอยู่รวมในครัวเรือนเดียวกันหรือบริเวณใกล้เคียงกัน
(4) วัดเป็นสถานที่สำคัญในการประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ทางศาสนาเป็นแหล่งสำคัญในการให้การศึกษาและอบรมาบ่มนิสัยแก่ประชาชน ค่านิยมในเรื่องคุณความดีทางศาสนาเป็นตัวควบคุมความประพฤติของคนในชุมชน
(5) ชาวชนบทส่วนใหญ่ยึดมั่นอยู่กันประเพณีเดิมเป็นอย่างดี ไม่ค่อยยอมรับการเปลี่ยนแปลง
(6) ชาวชนบทจะพึ่งสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ และอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ทำให้ผูกพันกับความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไสยศาสตร์ โชคลาง หรือสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติ
(7) ชาวชนบทส่วนใหญ่จะยึดมั่นในหลักธรรมคำสอนทางศาสนาและเข้าร่วมพิธีกรรมต่าง ๆ อย่างพร้อมเพรียงกัน เช่น งานบวช งานศพ และงานบุญต่าง ๆ

ทำไมคนชอบชีวิตในชนบท

ถ้าใครเป็นคนต่างจังหวัดอยู่แล้ว การย้ายมาใช้ชีวิตอยู่ในชนบทคงไม่ยากเท่าไร ไม่ต้องปรับอารมณ์และความรู้สึกมากแต่สำหรับบางคนที่เกิดและเติบโตอยู่ในเมืองมหานครที่มีประชากรหนาแน่น การเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตจากคนเมืองวุ่นวายหน่อย ๆ ได้ยินเสียงรถวิ่งผ่านก็หลับตานอนได้ ห้องนอนมืดไม่สนิทเพราะแสงไฟในเมืองก็หลับสบาย มาทำตัวชิล ๆ เนิบ ๆ อยู่ในชนบทมันช่างแตกต่างกันเหลือเกิน และต่อไปนี้ก็เป็นเหตุผลบางส่วนว่าทำไมผู้คนถึงชอบชีวิตชนบทมากกว่าชีวิตในเมือง home

  1. ผู้คนเชื่อมต่อกับคุณ ฉันรู้สึกเหมือนชีวิตในเมืองอยู่เสมอดังนั้นเร่งรีบและคึกคักที่คุณเห็นคนตลอดเวลา – แต่ไม่ได้จริงๆเชื่อมต่อกับพวกเขา การอาศัยอยู่ในชนบทหมายถึงมีเวลามากพอที่จะติดต่อกับคนรอบตัวเรา มีเจ้าของร้านเบเกอรี่ที่เป็นมิตรของเราที่ให้ลูกน้อยของเรามีลูกน้อยของเล่นเมื่อเราป๊อปหรือไดรเวอร์การจัดส่งของพัสดุที่นำขนมฮาโลวีนสำหรับลูกสาวของเราในสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ จากนั้นเพื่อนบ้านของเราก็มีส่วนร่วมในความโปรดปรานของผลงานของพวกเขากับเราเพียงเพราะต้องการเป็นคนใจดี ผู้คนมากกว่าตัวเลขที่นี่ไม่รู้สึกมีสาระสำคัญ
  2. ไม่รู้สึกมีสาระสำคัญ บางทีนี่อาจเป็นเพราะความจริงที่ว่ามีร้านค้าน้อยกว่าอยู่ที่นี่ – ห้างสรรพสินค้าที่ใกล้ที่สุดของเราอยู่ห่างออกไปประมาณ 20 นาทีโดยรถยนต์และเป็นถนนที่เล็กนิดหน่อย เมืองใหญ่ ๆ จะใช้เวลานานกว่านี้จนกว่าฉันจะจับเมืองชินคันเซ็น ฉันรู้สึกเหมือนอาศัยอยู่ในประเทศทำให้ฉันตระหนักดีว่าทุกครั้งที่ฉันจะซื้อสิ่งของเนื่องจากมีร้านค้ามากมายในเมือง ที่นี่ฉันไม่รู้สึกว่าต้องการเพราะมีเพียงไม่ว่าหลายสถานที่ที่จะซื้อจากที่ใกล้เคียง
  3. ได้สัมผัสความเงียบ ที่สามารถพูดได้ว่าแบบเงียบจริง ๆ พอคนน้อย พื้นที่โล่ง กิจกรรมการรวมตัวของผู้คนที่น้อยกว่า ระดับเสียงรบกวนที่มีก็น้อยลงไปด้วย
  4. การออกสู่ธรรมชาติไม่จำเป็นต้องมีการวางแผนล่วงหน้าและวันหยุดสุดสัปดาห์ การใช้ชีวิตในเมือง อาจถือว่าเป็นความท้าทายสำหรับคนรักธรรมชาติบางครั้ง แน่นอนว่าเมืองนี้มีพื้นที่สีเขียวมีสวนสาธารณะที่สวยงามและแม้แต่บริเวณวัดซึ่งมีความสามารถในการเชื่อมโยงกับธรรมชาติ แต่อะไรที่มากกว่าที่ต้องเดินทางบางอย่างและมักจะออกนอกบ้านสำหรับสามีของฉัน ไม่ใช่กรณีตอนนี้เนื่องจากเราถูกล้อมรอบไปด้วยภูเขาช่องว่างที่กว้างและมีทางเลือกมากมายสำหรับการกอดธรรมชาติไว้ที่นี่
  5. การเข้าเมืองรู้สึกเหมือนเป็นการรักษา เมื่อมีโอกาสได้ไปเที่ยวในตัวเมือง ถ้าเราต้องไปหาอะไรบางอย่างและไม่สามารถใช้งานได้ในชนบทแล้วไปที่เมืองก็คือ “วันออก” และเป็นสิ่งที่เราชื่นชมจริงๆ – ไม่เคยได้รับการยอมรับอีกต่อไปเมื่อฉันสามารถซื้อสินค้าในสถานที่ต่างๆ หนึ่งห้างสรรพสินค้าเช่น ทัศนคติของความกตัญญูมากกว่าที่จะคาดหวังว่าทุกอย่างจะอยู่ที่ปลายนิ้วของฉันคือการเปลี่ยนแปลงที่สดชื่น
  6. ผลกระทบจากโควิดน้อย เพราะปกติคนชนบทจะมีพื้นที่และระยะห่างทางสังคมอยู่แล้ว ทรัพยากรและอะไรอื่น ๆ คงไม่ต้องแย่งกันเหมือนคนเมือง ทุกคนใช้ชีวิตกันเหมือนเดิม แค่เจอหน้ากันน้อยลง ไม่ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ต่างคนก็ต่างหันหน้าเข้าหาธรรมชาติกันลำพัง ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ทำกันอยู่แล้ว มีพื้นที่โล่งกลางแจ้งให้วิ่งเล่น แบบไม่กลัวติดไวรัส
  7. เพิ่มทักษะเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลผู้คน แม้ชนบท จะมีประชากรเบาบาง ชีวิตประจำวันแบบต่างคนต่างอยู่ แต่การทำกิจกรรมรวมตัวกันตามเทศกาล ทำให้คนในเทศบาลเจอหน้ากันบ่อยจะไปไหน จะทำอะไรก็จะเจอแต่คนหน้าเดิมๆ แม้จะเป็นคนอินโทรเวิร์ทแค่ไหน มันก็ต้องคุยทักทายกับคนอื่นเขาบ้างในหมู่ผู้คนชุดเดิมนี้ ทุกคนจะมีความเกี่ยวโยงกัน เช่นคนนี้เป็นญาติกับคนนี้ คนนี้ทำงานที่เดียวกับคนนี้ ลูกคนนี้ไปโรงเรียนเดียวกับคนนี้ ฯลฯ การเชื่อมโยงข้อมูลของผู้คนในหัวจึงเป็นไปโดยอัตโนมัติ

ไอเดียแต่งบ้านให้มีกลิ่นอายชนบท

คนเมืองทุกวันนี้โหยหาธรรมชาติและชอบพาตัวเองหนีความวุ่นวายไปพักกายพักใจตามต่างจังหวัดบ่อย ๆ แต่หากใครไม่ค่อยมีเวล า อยากแต่งมุมบ้านให้ได้อารมณ์ชนบทแล้วล่ะก็ เรามีมาฝากครับ โครงการภูวิลล่า ภูเก็ต

อีกหนึ่งไอเดียที่พาทุกคนไปสัมผัสกับการตกแต่งบ้านให้เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ชนบทน่ามอง หากใครอยากปรับโฉมบ้านให้มีบรรยากาศน่าสบาย สะท้อนเรื่องราวเหมือนกลับไปบ้านต่างจังหวัด วันนี้เรามีวิธีแต่งบ้านแสนน่ารักมานำเสนอครับ รับรองว่าทุกคนทำตามได้แน่นอน

สร้างมุมรอบบ้านให้ดูชนบท จับแบบบ้านคอนเทนเนอร์มาแต่งสวยให้แฝงไปด้วยเรื่องราวของความเป็นชนบทแบบง่ายๆ ด้วยไอเท็มสุดเก๋อย่างสุ่มไก่ ซึ่งหลายคนคงจะคุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่แล้ว หยิบมาวางในมุมพอดีให้ดูแล้วกลมกลืนไปกับบรรยากาศของสวน จับคู่กับโต๊ะเก้าอี้ไม้เรียบง่าย มองดูแล้ว ให้ความรู้สึกสบายตา เหมือนอยู่ชนบทจริง ๆ

จัดมุมทำสวน หากเบื่อการจัดสวนกระถางในรูปแบบเดิมๆ ลองปรับโฉมมุมนี้ให้มีลูกเล่นสนุกด้วยของตกแต่งธรรมดาแต่รวมกันแล้วดูเก๋ อย่างบัวรดน้ำ และ พลั่วขนาดเล็กหลากสี เสริมมุมของการจัดสวนกระถางให้ได้บรรยากาศแบบชาวไร่ชาวสวนได้ ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงทั้งบ้าน แค่เสริมออปชั่นนิดๆหน่อยๆ ก็เพลิดเพลินได้เช่นกัน

ห้องครัวไทย ๆ สร้างสรรค์ห้องครัวทันสมัยให้เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ของห้องครัวไทยในชนบท ด้วยการตกแต่งที่เน้นความอบอุ่นเป็นหลัก ทาสีห้องครัวใหม่ให้โปร่ง โล่ง สบาย ใช้มู่ลี่ไม้ไผ่แทนผ้าม่านหน้าต่าง เลือกตะกร้าหวายสำหรับใช้เก็บภาชนะภายในห้องครัว เท่านี้ก็ชวนมองแล้ว

คืนชีวิตสู่ฟาร์ม ใครที่รักสนุกอยากจะตกแต่งบ้านตามไอเดียนี้ก็เชิญเลย กับการตกแต่งมุมบ้านด้วยสไตล์ฟาร์มชนบท สะท้อนเรื่องราวของแม่ไก่และไข่ในฟาร์ม ประดับด้วยแจกันและรวงข้าวแห้ง ชวนให้นึกถึงบรรยากาศของท้องทุ่งนาได้เป็นอย่างดี คันทรี่ อบอุ่น ผ่อนคลาย

ห้องนั่งเล่นอบอุ่น หากนึกถึงบรรยากาศของบ้านชนบท ลองเลือกตกแต่งห้องนั่งเล่นให้มีรายละเอียดของไม้ เช่น เลือกตู้ไม้ดีไซน์อบอุ่นให้เหมือนตู้ไม้เก่าในบ้านต่างจังหวัด จับคู่กับโซฟาเรียบ ๆ ไม่ต้องแต่งเยอะ ครับ แค่เน้นบรรยากาศโปร่งสบายก็พอ

เสน่ห์ของสังกะสี อีกหนึ่งวิธีง่ายๆที่สร้างบรรยากาศชนบทให้ภายในบ้านก็คือ ใช่เสน่ห์ของสังกะสีที่คงรายละเอียดเติม มาตกแต่งผนังภายในบ้าน อาจนำมาตกแต่เป็นบางมุม จับคู่กับเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่เผยให้เห็นความสวยงามจากเนื้อไม้ เพียงเท่านี้ก็ดูสบายตา สวยงามแล้ว

แบบบ้านไม้พอเพียง พร้อมกลิ่นอายชนบท
แบบบ้านชนบท

บ่อยครั้งที่ผู้คนมักมีความคิดที่จะเลือกย้ายกลับถิ่นฐานบ้านเกิดในชนบทอยู่เสมอ เพราะหากคำตอบของปั้นปลายชีวิตหมายปองที่จะอยู่ชนบท ก็ไม่มีเหตุผลใดที่ต้องรอให้ถึงอายุวัยนั้น รีบกลับมาเติมเต็มความต้องการที่มี แม้รายได้จะไม่มากเท่าอยู่ในเมือง บ้านสองชั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าลำบาก แม้การงานจะลดน้อยลงไป ก็อาจเป็นข้อดีที่ทำให้เราได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ แน่นอนว่า สิ่งที่ตามมาอย่างเห็นได้ชัด นั่นคือความวุ่นวายของชีวิตลดน้อยลง ความสงบเพิ่มขึ้น ปริมาณของความสุขก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเงินทองของนอกกายให้มาก ก็สามารถมีสุขได้ด้วยวิถีชีวิตกับสิ่งที่เป็น

สำหรับบ้านตัวอย่างในวันนี้ พื้นที่ใช้สอยรวมประมาณ 62 ตร.ม. งบก่อสร้างเริ่มต้นประมาณ​ 6 แสนบาท แต่หากหาวัสดุเก่ามาทำดั่งเช่นบ้านหลังนี้ น่าจะลดงบประมาณไปได้อีกมาก การออกแบบเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกเสาสูงประมาณ 60 เซ็นติเมตร ปิดกั้นพื้นใต้บ้านด้วยแผ่นสังกะสีอย่างง่าย ภายในมีเพียง 1 ห้องนอน ส่วนห้องรับแขก ห้องครัว เปิดโล่งใช้เป็นห้องเดียวกัน ตัวบ้านใช้วัสดุไม้ทั้งหลัง ผนังและเพดานบางส่วน กรุแผ่นสังกะสี ตรงส่วนนี้หากนำมาใช้ในประเทศไทย ส่วนของเพดานควรเปลี่ยนเป็นวัสดุอื่นๆ เพราะสังกะสีอาจส่งผลร้อนไม่เหมาะกับสภาพอากาศนัก แต่หากใครชอบอาจต้องติดฉนวนกันความร้อนเพิ่มเติม Phuket Villas

การตกแต่งภายในที่เน้นประโยชน์ใช้สอย ชุดโซฟาขนาดเล็กไว้สำหรับเป็นมุมนั่งเล่น ดูทีวี เคาน์เตอร์ครัวอยู่ภายในห้องเดียวกันทำให้แม่บ้าน พ่อบ้าน สามารถทำครัวได้ขณะที่ดูทีวีร่วมกัน โต๊ะ ตู้สำหรับเก็บของเป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้มือสองนำมาซ่อมแซมกบไสใหม่ ทำให้ความเก่าดูคลาสสิกและยังสามารถใช้งานได้ดี การมีสิ่งของภายในบ้านเท่าที่จำเป็นต้องใช้ ไม่เพียงแค่ทำให้ประหยัดเงินในการซื้อแต่ยังช่วยให้บ้านดูเป็นระเบียบ ไม่เป็นปัญหาบ้านรกในภายหลังอีกทั้งการดูแลรักษาความสะอาดก็ง่ายขึ้น

อ่านบทความต่อไปของเราเพิ่มเติมได้ที่นี่ >> รวมแบบบ้านโมเดิร์น ชั้นครึ่ง