บ้านอินเดีย

บ้านอินเดีย


บ้านอินเดีย บ้านในฝันในความคิดของบางคนอาจจะชอบความใหม่กริบ แต่กับบางคนกลับต้องการมากกว่า เหมือนบ้านของ Mr. Rajeev และครอบครัว ในเมือง Palakkad รัฐ Kerala ชื่อโปรเจ็ค ‘IDANAZHI’ ภาษาภูมิภาคหมายถึง “ทางเดิน” ซึ่งเป็นแนวคิดพื้นฐานของสถาปัตยกรรม Kerala แบบดั้งเดิมในอินเดียตอนใต้ เน้นความโดดเด่นของงานช่างไม้ที่เรียกว่า Thachu Shastra และศาสตร์แห่งสถาปัตยกรรมและการก่อสร้างโบราณ Vastu Shastra (วาสตุศาสตร์) มีลานภายในที่โปร่งโล่งในใจกลาง แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือการผสมผสานความวัสดุและฟังก์ชันใหม่ๆ เข้าไปอย่างลงตัวสอดรับกับสภาพอากาศร้อนชื้นได้เป็นอย่างดี

บ้านอินเดีย

บ้านสองชั้นมีพื้นที่ 222 ตารางเมตรที่เต็มไปด้วยรายละเอียดซับซ้อนหลังนี้ ออกแบบโดยอ้างอิงกับรูปแบบบ้านท้องถิ่นดั้งเดิม ซึ่งลักษณะเด่นที่สุดของสถาปัตยกรรมสไตล์เกรละคือ หลังคาที่ทนต่อลมมรสุมเพราะมีความยาวและเป็นหน้าจั่วสูงลดหลั่นกัน มีเสาสูงคอยทำหน้าที่ค้ำยันส่วนวัสดุจะผสมผสานระหว่างไม้ กระเบื้องดินเผา และอิฐ ที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นทำให้เกิดความสมดุลที่กลมกลืนกับภูมิทัศน์โดยรอบ แต่สิ่งที่ต่างไปในบ้านนี้จะนำวัสดุใหม่ๆ เข้ามาใช้และปรับดีไซน์ให้ทันสมัยขึ้น เช่น หลังคาแบบองศาไม่เท่า ดูแล้วเหมือนบ้านแบบล้านนาประยุกต์ ไทยประยุกต์บ้านเรานี่เอง

ทางเข้าด้านหน้ามีปาทิพปุระ (Padippura) ซึ่งเป็นทางเข้าบ้านอย่างเป็นทางการ ประกอบด้วยซุ้มประตูที่เปิดลึกยาวนำไปสู่ส่วนหลักของบ้านโดยตรง ซึ่งแบบดั้งเดิมบางที่ไม่มีประตู แต่ที่นี่ปรับเปลี่ยนในเวอร์ชันที่ทันสมัยขึ้นด้วยการลดทอนรายละเอียด ใช้ผนังปูนเปลือยและติดตั้งประตูทางเข้าไม้ขนาดใหญ่ เพื่อความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวรอบสวนด้านหน้า

ถัดไปเป็น Poomukham หรือเฉลียงทางเข้าหมายถึง พื้นที่ภายในบ้านแห่งแรกของบ้าน Kerala แบบดั้งเดิม มีลักษณะเป็นมุขมีหลังคากระเบื้องคลุมที่ยื่นออกมา มีบันไดค่อยๆ นำทางขึ้นไปหน้าบ้านต่อเชื่อมกับเฉลียงโปร่งๆ โล่งๆ

การจัดแปลนบ้านแบบ vastu Shastra จะแบ่งพื้นที่ใช้งานออกเป็น 9 ส่วน แต่ละส่วนแต่ละทิศจะกำหนดฟังก์ชันเอาไว้ เช่น ตรงใจกลางบ้านควรจะให้ลมผ่านหรือเป็นที่โล่งๆ (ธาตุลม) ทิศตะวันออกเฉียงใต้ของบ้านควรเป็นครัว (ธาตุไฟ) และทิศตะวันตกเฉียงใต้ควรเป็นห้องนอนใหญ่สำหรับคู่บ่าวสาวใหม่ เพราะเชื่อว่าเป็นตำแหน่งของความอุดมสมบูรณ์เหมาะกับการขยัยขยายครอบครัว เป็นต้นจากรูปแบบการวางแปลนบ้านตามภูมิปัญญาเก่าแก่ เมื่อนำมาจัดในบ้านนี้ จึงทักทายการมาถึงด้วยพื้นที่ว่างเปิดออกสู่ท้องฟ้า (open space) แต่ที่พิเศษขึ้นคือมีความสูงเป็นสองเท่าจากบ้านทั่วไป จัดเป็นโซนนั่งเล่นขนาบด้วยสระน้ำสองด้าน ผนังห้อมล้อมด้วยคอนกรีตสีเทาดิบตัดกันกับหลังคากระเบื้องดินเผาและอิฐสีแดง นอกจากนี้ยังมีผนังช่องลมที่ทำจากอิฐดินเหนียวช่วยให้แสงธรรมชาติส่องผ่านเข้าไปในทางเดินหลัก การเล่นแสงจะเปลี่ยนไปตามตำแหน่งของดวงอาทิตย์ซึ่งสร้างเอฟเฟกต์ของ Texture แสง และเงาที่น่าสนใจ

เมื่อเข้ามาอยู่ภายในบ้านเราจะพบกลิ่นอาย Modern มากขึ้นจากการตกแต่งภายใน อย่างเช่น โซนครัวที่มีเคาน์เตอร์ ตู้บิลท์อิน และเคื่องอำนวยความสะดวกในครัวหม่ๆ หรือมุมัน่งเด่นดื่มกาแฟ ที่วางโต๊ะกาแฟทรงกลมผสมผสานลายไม้ธรรมชาติเข้ากับขาเหล้กเคลือบสีดำด้านที่ทันสมัย มุมโซฟาบุนวมแบบเส้นตรงและเก้าอี้นั่งเล่นจัดวางแสงเงาแบบซ่อนที่เฉียบคม ทำให้จุดนี้มีลูกเล่นที่น่าสนใจ

ห้องนอนมีขนาดใหญ่และกว้างขวางพร้อมเพดานสูงโปร่งสบาย กลางห้องวางเตียงสี่เสาแบบโมร็อกโกและโต๊ะที่เข้าชุดกันเอาไว้ องค์ประกอบของโทนสีส่วนใหญ่ได้จากไม้ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเข้ากับรูปแบบการตกแต่งสีขาวล้วน มีบรรยากาศของความเป็นผู้ใหญ่แบบร่วมสมัย

ในห้องนอนที่สองตกแต่งด้วยคอนกรีตสีเทาดิบ ๆ ช่วยสร้างบรรยากาศที่เท่โมเดิร์นลดวัยลงมา ใกล้ๆ เตียงวางเก้าอี้เปลผ้าใบโครงสร้างไม้อยู่ใต้หน้าต่างสูง สร้างมุมอ่านหนังสืออันเงียบสงบ ในห้องยังมีต้นไม้ในร่มขนาดเล็กช่วยแต่งแต้มห้องนอนสีเข้มด้วยความเขียวขจีและสัมผัสที่นุ่มนวลขึ้น ลดทอนความรู้สึกแข็งกระด้างของปูนเปลือยได้เป็นอย่างดี บ้าน

บ้านสไตล์อินเดีย
“ เมล็ดพันธุ์จากคงคาที่ลอยไหลมาหยั่งรากยังเจ้าพระยา ซึมซับรสสองสายน้ำและเติบโตอย่างไม่ลืมต้นทาง ”

ไม่บ่อยนักที่เราจะได้มาสัมผัสและรู้จักบ้านสไตล์อินเดีย หากใครเผลอไปนึกถึงภาพยนตร์อินเดียสมัยโบราณคงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่เสียแล้ว ดูได้จากบ้านขนาด 450 ตารางเมตรในย่านเอกมัยของ คุณสุเทพและคุณริตู สุภาวดีประสิทธิ์ ที่ตกแต่งสไตล์อินเดียโมเดิร์นได้อย่างมีเสน่ห์ ซึ่งนอกจากจะได้ชมบ้านสวยๆแล้ว ยังได้รู้จักความเป็นคนอินเดียจากครอบครัวนี้มากขึ้น

ขณะปล่อยให้ทีมช่างภาพไปเก็บรูปบรรยากาศในมุมต่างๆ เราก็ถือโอกาสมาพูดคุยกับเจ้าของบ้านพร้อมมัณฑนากร คุณกรฤต หวังศรีตรัย และคุณกศิจสิณต์ สุวัฒนพิมพ์ กรรมการผู้จัดการจากบริษัท บางกอกเดย์ กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเล่าให้ฟังว่า “ ออกแบบสเปซให้เหมือนเป็น Gallery Art คือเป็นกลางและเรียบง่าย เพื่อเน้นเฟอร์นิเจอร์โบราณที่เจ้าของบ้านนำมาจากอินเดียให้เด่นขึ้น ” ซึ่งก็ได้ผลเพราะเมื่อเข้ามาในบ้านที่เป็นโถงโล่ง มีเฟอร์นิเจอร์ไม่มากชิ้นนัก แต่ทว่าแสดงออกถึงต้นทางความเป็นอินเดียอย่างหนักแน่น ผ่านลวดลายแกะสลัก รอยขีดข่วนจากการใช้งานที่ซึมซับมนต์เสน่ห์และส่งต่อมาถึงปัจจุบัน

ขณะคุยกันอย่างออกรส ชาอินเดียกลิ่นหอมกรุ่นในแก้วลายสวยบนถาดเงินเงางาม ถูกยกมาเติมอารมณ์ให้อุ่นขึ้น เป็นการลิ้มรสชาติดั้งเดิมในบรรยากาศร่วมสมัย เหมือนการดึงกลิ่นอายอินเดียออกมาผสมผสานสไตล์โมเดิร์นให้กลมกล่อม “ ผมสร้างความสัมพันธ์ของทุกอย่างในบ้านเป็นระบบกราฟิก คือใช้เส้นพื้น ผนัง คิ้วบัว รวมทั้งลวดลายวัสดุให้ต่อเนื่องกัน ใช้พื้นผิวสัมผัสเรียบๆ และโทนสีอบอุ่นแบบเอเชีย ซึ่งทั้งหมดจะไม่รบกวนเสน่ห์เฟอร์นิเจอร์โบราณที่บ่งบอกตัวตนได้ชัดเจนอยู่แล้ว ” มัณฑนากรเล่าพลางจิบน้ำชา

ภาพวิถีชีวิตแบบอินเดียค่อยๆปะติดปะต่อเป็นเรื่องราวแต่ก็ยังไม่ชัดเจน จนต้องขออนุญาติถามเจ้าของบ้านว่า อะไรคือความเป็นอินเดียในมุมมองของเขา “ ทุกอย่างเริ่มมาจากครอบครัวซึ่งมีวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง เราจะให้ความสำคัญกับบ้านมากเพราะอยู่กับมันทุกวัน อย่างที่อินเดียถ้าคุณเป็นแขกของเขา เขาจะเชิญไปที่บ้านก่อน ทานอะไรกันนิดหน่อยเหมือนเป็นคนในครอบครัว แล้วสักสามทุ่มจึงออกไปทานอาหารเย็นนอกบ้าน ” คุณสุเทพและคุณริตูช่วยกันเล่าจนเราเห็นภาพว่า ในความหลากหลายที่มากมายของอินเดียเป็นสิ่งที่ต่อเนื่องมาจากสายสัมพันธ์ของครอบครัว เห็นได้ชัดจากบ้านหลังนี้ที่เป็นตึกเจ็ดชั้น สามชั้นบนเป็นพี่น้องกันอยู่ครอบครัวละชั้น และมักจะเดินขึ้นลงไปหากัน ทำอาหารทานร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่แม้ว่าสไตล์โมเดิร์นจะแผ่คลุมไปทั่วโลก จนไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็รู้สึกเหมือนๆกัน แต่ถ้าเรามีรากแก้วที่แข็งแรง ก็ไม่มีอะไรมาโค่นหรือเปลี่ยนตัวตนของเราไปได้ คงเป็นเรื่องน่าเศร้าที่สุดถ้าเราเสริมแต่งความคิดตัวเองจนไม่อาจจดจำสิ่งที่หัวใจเป็นได้

บ้านอินเดีย

บ้านร่วมยุคก่ออิฐโชว์แนว


ภายหลังครอบครัวใหม่มาจองที่ดินนี้ เจ้าของที่ยังเป็นวัยเริ่มครอบครัวอยากความเป็นส่วนตัวสำหรับเพื่อการดำเนินชีวิต และก็อยากที่จะให้มีพื้นที่สำหรับสตูดิโอศิลป์ คนเขียนแบบก็เลยได้ประดิษฐ์ส่วนต่อเพิ่มแบบป๊อปอัปเล็กๆที่ตั้งอยู่ นอกถนน เป็นบ้านขนาด 2 ห้องนอน มีห้องครัว ห้องรับประทานอาหารที่สว่างแจ่มใส มุมนั่งพักผ่อนโปร่งๆและก็ส้วมใหม่ มีพื้นที่ว่างที่โล่งแจ้งให้เด็กๆวิ่งเล่นข้างหลังเลิกเรียน และก็มุมทำการบ้าน โดยจัดห้องส่วนตัว ของยาย แล้วก็สตูดิโอศิลป์อยู่ด้านล่าง ทำให้เด็กๆสามารถเติบโตสนิทสนมกับยายแบบไม่จำเป็นต้องห่วง บ้าน home

บ้านอินเดีย
การตกแต่งบ้าน ในด้านล่างรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นสุภาพ จากพื้นปูสิ่งของลายไม้สีอ่อนๆตกแต่งเครื่องเรือนที่มีสีกลางแล้วก็ภาพสไตล์ เรโทรบนฝาผนัง ให้อารมณ์เสมือนบ้านยาย ก็แค่จะต่างไปที่มีเนื้อหา น้อยกว่า แสงสว่างธรรมชาติ ส่องถึงได้มากจากช่องแสงสว่าง ที่ระบุตำแหน่ง มาอย่างพอดิบพอดี รวมทั้งความโล่งของพื้นที่ จากการออกแบบ แบบแปลนสำหรับ ใช้งาน ข้างใน ที่ทำให้บ้าน อยู่สบาย ในระหว่างที่คนวัยชรายังเคยชินไม่แตกต่าง

ย้อนวัยกลับไปตอนที่มีห้องอาหารสไตล์ครอบครัว หรือร้านค้าอาหารจานด่วนยุคหนึ่ง จะนิยมวางแบบโต๊ะนั่งใบเสร็จรับเงินท์อินให้สามารถนั่งได้โอกาสละคนจำนวนไม่น้อย บ้านนี้ก็เลยเลียนแบบมาเก็บไว้ที่มุมเล็กๆข้างบันไดมองน่านั่ง ทั้งยังเด็กรวมทั้งคนวัยแก่ก็เลยสามารถมีความจำร่วมกันได้ โครงการภูวิลล่า ภูเก็ต

ห้องครัวขนาดกระชับรูปตัว L ตามแนวห้อง มีฟังก์ชันใช้งานครบตั้งแต่พื้นที่ตระเตรียม ล้าง ปรุง จัดตามลำดับที่เจ้าของบ้านถนัด การตกตแ่งเน้นย้ำโทนสีขาว สีเขียวอ่อนตุ่นๆรวมทั้งงานไม้ ที่มีกลิ่นของความราบเรียบผสมหรูกับอุปกรณ์ท็อปห้องครัวหินอ่อน Phuket Villas

ขึ้นมาที่รอบๆข้างบน จะเจอกับห้องรับแขกที่เต็มไปด้วยความสว่างไสวจากแสงสว่างธรรมชาติ ซึ่งมิได้มาจากประตู หน้างต่างที่ติดกระจกใสสิ่งเดียว แต่ว่าบ้านโดนแสงตรงๆทางข้างบนหลังคาจาก skylight ตรงโถงบันไดด้วย บ้านนี้ก็เลยไม่ขาดแสงไฟ แล้วก็ยังช่วยใชัพลังงานน้อยลงกระแสไฟฟ้าในตอนกลางวันได้ด้วย

ตอนที่อยากได้พักเฉยๆนั่งคิดอะไรผู้เดียวเพลิดเพลินๆก็แวะมาหย่อนยานตัวอิงที่เก้าอี้อาร์มแชร์รอบๆมุมห้อง เปิดปลดปล่อยสายตาให้รับทิวทัศน์ที่ไกลออกไปให้จิตใจสงบ หากได้เครื่องดื่มถ้วยโปรด ของหวาน และก็หนังสือสักเล่มคงยิ่งกระปรี้กระเปร่าแน่นอน บ้านแฝดสไตล์บ้านเดี่ยว

การเลือกอุปกรณ์ในห้องครัวนั้นจำเป็นต้องเอาใจใส่พอเหมาะพอควร เพื่อสมควร กับการใช้แรงงาน ที่จำต้องสัมผัส ของกิน และก็จำต้องไม่มีอันตราย ทนน้ำรวมทั้งความร้อน ซึ่งสิ่งของที่นิยมใช้ในห้องครัวจะมีมากมายหนึ่งในนั้นเป็น หินอ่อน ซึ่งมีลวดลายงาม เป็นเอกลักษณ์ มองหรูหรา เหมาะสมกับ บ้านสไตล์ โมเดิร์นหรือ luxury หินอ่อนราคาออกจะสูง และก็ควรรอบคอบ สำหรับเพื่อการใช้งานห้องครัว เนื่องด้วย หินอ่อนไม่ทนกรด ด่าง เป็นคราบเปื้อนง่าย ก็เลยนิยมใช้เป็น Top Island จัดแจงของมากยิ่งกว่าเคาน์เตอร์ห้องครัว

บ้านอินเดีย

บ้านโมเดิร์นทคอยปิคอล


ขณะนี้ถือว่าเป็นระยะเวลาของการเจริญเติบโตของคนเขียนแบบแบบใหม่ทั่วทั้งโลก ในประเทศไทยก็ส่งผลงานบ้านงานเรือนที่เด่นเยอะแยะ จำนวนหลายชิ้นงานดูคราวแรกช่างประหลาดตา กระทั่งมีความคิดว่าเป็นบ้านที่สร้างในต่างชาติ TYH House ก็เป็นเลิศในสถาปัตยกรรมที่น่าสังเกต แผนการนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่จัดแบ่งอันกว้างใหญ่ในจังหวัดนนทบุรี บ้าน

ซึ่งเป็นบริเวณปริมณฑลทางทางเหนือของจังหวัดกรุงเทพ ลักษณะรูปร่างที่ดินทรงรูปสี่เหลี่ยมด้านไม่เท่า ก็เลยจะต้องมีกรรมวิธีจัดแจงวางแบบที่สอดคล้องกับพื้นที่ นอกนั้นส่วนประกอบของบ้านอีกทั้งสีแล้วก็อุปกรณ์ยังมีความตัดกันให้ท่านทรัพย์สินเชิงพื้นที่ที่มากมาย เพิ่มความร่าเริงให้บ้านราวกับภาพปะติดชิ้นใหญ่โชว์เอกลักษณ์และก็สไตล์ของผู้ครอบครองได้อย่างน่าดึงดูด โครงการภูวิลล่า ภูเก็ต

บ้านอินเดีย
หลักอย่างหนึ่งของการออกแบบเป็นการผลิตความรู้สึกมีอิสรภาพด้านในภาย สามารถเชื่อมต่อกับธรรมชาติได้ ในช่วงเวลาที่ยังรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัว นี่เป็นเหตุผลว่าเพราะเหตุใดรอบๆนั่งพักผ่อนรวมทั้งทานอาหารที่ด้านล่างก็เลยมองปิดสนิทจากถนนหนทาง ฝาผนังบ้านส่วนที่เป็นก้อนอิฐสามเหลี่ยมหน้าจั่ว 2 ชั้นซึ่งโซนห้องนอนรวมแล้วก็ห้องนอนเล็กก็ปิดด้านนี้แล้วใส่ช่อง เปิดออกข้างๆแทน จะสังเกตว่าบ้านมีฟาซาดสีขาวยื่นออกมาจากฝาผนังก้อนอิฐบนชั้น 2 มีไว้เพื่อสร้างระยะห่าง เพิ่มความโปร่งสบายค่อยเสมือนเป็นหลักที่ที่โล่งแจ้งข้างใน ฝาผนังบ้านกลุ่มนี้จะมีช่องแสงสว่างขนาดต่างๆแทรกอยู่เป็นระยะ ให้บ้านโดนแสงธรรมชาติแล้วก็การถ่ายเทอากาศเวลาที่ยังคงบังสายตาจากข้างนอกก้าวหน้า

จากประตูไม้สีน้ำตาล บานงามนำเข้ามาสู่พื้นที่ ในตัวบ้าน ซึ่งเชิญชวนให้สะดุดตากับอุปกรณ์ปูพื้นนานัปการโทนสี ซุ้มประตู Arch โค้งบนฝาผนังสูงสองเท่าแบบ Double Space ที่ตกแต่งด้วยหินขัด จากหนทางนี้จะรับแสงสว่างของแดดในช่วงเวลากลางวัน และก็ฝาผนังกระจกข้างที่ใส่ผสานผ่านเข้ามา สร้างบรรยากาศที่แสนน่าอยู่ให้กับบ้านตั้งแต่ปากทางเข้า บ้าน

บ้านสไตล์ทคอยปิคอลในประเทศอินเดีย
บ้านในฝันในความนึกคิดของบางบุคคลบางครั้งอาจจะถูกใจความใหม่กริบ แต่ว่ากับบางบุคคลกลับปรารถนามากยิ่งกว่า ราวกับบ้านของ Mr. Rajeev แล้วก็ครอบครัว ในเมือง Palakkad เมือง Kerala ชื่อโปรเจ็ค ‘IDANAZHI’ ภาษาภูมิภาคเป็น “ฟุตบาท” ซึ่งเป็นแถวคิดรากฐานของสถาปัตยกรรม Kerala แบบเริ่มแรกในประเทศอินเดียตอนใต้ เน้นย้ำความเด่น ของงานช่างไม้ที่เรียกว่า Thachu Shastra รวมทั้งศาสตร์ที่สถาปัตยกรรม แล้วก็การก่อสร้าง โบราณ Vastu Shastra (วาสตุๆศาสตร์) มีลานข้างในที่โปร่งเตียนในใจกึ่งกลาง แต่ว่าที่น่าดึงดูดนอกจากนั้นเป็นการประสมประสานความอุปกรณ์รวมทั้งฟังก์ชันใหม่ๆเข้าไปอย่างพอดีใส่รับกับลักษณะอากาศร้อนเปียกชื้นได้อย่างดีเยี่ยม

อ่านเพิ่มเติม :บ้านสไตล์อินดัสเทียล