บ้านสไตล์อินดัสเทียล

บ้านสไตล์อินดัสเทียล

บ้านสไตล์อินดัสเทียล

บ้านสไตล์อินดัสเทียล วัสดุดิบที่อ่อนโยนกับธรรมชาติ

บ้านสไตล์อินดัสเทียล หนึ่งในสไตล์การตกแต่งบ้านที่ บ้านสวย ได้รับความนิยมอยู่เสมอนั่นก็คือ อินดัสเทรียล (Industrial) หรือการแต่งบ้านที่ เน้นโชว์ผิวของวัสดุ อย่างที่เราเห็นกันบ่อยๆ ก็เช่นผิวของเนื้อปูน หรือการเลือกเฟอร์นิเจอร์ ที่โชว์ผิวสัมผัสของ บ้านทำเลดี เนื้อไม้หรือโครงเหล็ก สไตล์นี้จะต่างกับสไตล์ลอฟท์ที่หลายคนคุ้นเคยตรงนี้ เน้นการโชว์ให้เห็นถึงโครงสร้างอาคารที่ออกแบบมาเป็นอย่างดีมากกว่า

ความเท่ที่มีรสนิยมนี้ก็ ต้องมาพร้อมความปลอดภัย และของใช้ในบ้านที่เข้ากับสไตล์ที่ชอบได้เช่นกัน Rumos จึงขอแนะนำสินค้าที่การันตี ว่าเข้ากับบ้านสุดเท่ได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น Smart Door Lock ที่ล็อคประตูบ้านอัจฉริยะสีดำเงา ปลอดภัยด้วยล็อคได้ 5 รูปแบบและการแจ้งเตือนด้วยเสียงและข้อความเมื่อเกิดเหตุ

นอกจากนี้ยังมี Touch Switch สวิตช์ไฟอัจฉริยะ ที่พร้อมเป็นตัวเลือกในการตกแต่งบ้านด้วยสีดำ เข้ากับการตกแต่งภายใน สวิตช์ไฟของเรา มาพร้อมฟังก์ชั่นที่หลากหลาย ทั้งช่วยควบคุมระบบไฟในบ้าน หรือเปิดไฟทางเดินให้เมื่อเราตื่นขึ้นกลางดึก เป็นต้น

ไอเดียบ้านสไตล์อินดัสเทียลในใจกลางป่า

ถ้าบ้านตั้งอยู่ในพื้นที่ป่า มีต้นไม้มากมาย คุณเลือกที่จะเก็บ เอาไว้หรือเลือกที่จะตัด ในบ้านยุคก่อน ผู้คนเลือกที่จะตัด เพราะต้นไม้เป็นเหมือน สิ่งกีดขวางตัวอาคาร ทำให้การสร้าง บ้านมีอุปสรรค แต่ในปัจจุบันแนวความ คิดดังกล่าวเปลี่ยนไป เพราะคนรู้ถึงคุณค่าของ สิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทำให้เลือกที่จะอยู่กับธรรมชาติอย่างเกื้อกูล อย่างบ้านหลังนี้ใน Carrillo de Guanacaste

ตั้งแต่ต้นก็ถือว่าเป็นพื้นที่ ที่อนุรักษ์ต้นไม้เอาไว้ จำนวนมาก นี่เป็นจุดเริ่มต้นในการคิดที่จะรวมตัวของ บ้านเข้ากับบริบทแบบ ทำร้ายธรรมชาติให้น้อยที่สุด โดยใช้ทั้งการซึมผ่าน การรวมเข้าด้วยกัน และการสร้างความสัมพันธ์ภายนอกและภายในกลายเป็นพื้นฐาน ในกระบวนการออกแบบ

Casa Ethos ออกแบบโดย Mario Vargas จาก QBO3 Architects เ ป็นโครงการที่พักอาศัย กลางพื้นที่ป่าที่สวยงามใน Guanacaste ประเทศคอสตาริกา สร้างขึ้นเพื่อเป็นสำหรับ การพักผ่อนช่วงวัน หยุดพักผ่อน แนวทางออกแบบของ QBO3 Arquitectos

ได้ดีไซน์องค์ประกอบ บ้านให้สอดคล้อง กับสภาพภูมิประเทศ และสภาพภูมิอากาศ ออกมาเป็นบ้านเขตร้อนที่ ทันสมัยโดยคำนึงถึง การลดผลกระทบต่อที่ดิน สร้างความสัมพันธ์กับ สิ่งแวดล้อม และที่สำคัญคือวัสดุ ที่ต้องทนทานและดูแลง่าย

แนวคิดการออกแบบบ้าน ที่สำคัญคือ บ้านต้องปลอดภัย เนื่องจากไม่มีคนอาศัยอยู่เป็นเวลา หลายสัปดาห์ต่อปี และทนต่อสภาพอากาศ และลมทะเล หากวัสดุภายใน และภายนอก ไม่ทนทานต่อสภาพ อากาศก็อาจจะผุกร่อน ปลวกแมลง แทะเสียหาย จากข้อจำกัดเหล่านี้ ทำให้มีผลต่อการ เลือกวัสดุของ

สถาปัตยกรรม แบบบ้านดิบ ๆ สไตล์อินดัสเทรียล เช่น คอนกรีต เหล็ก และกระจก นำมาปรับดีไซน์ให้เข้า กับยุคสมัย และสภาพอากาศ แผ่นเหล็กที่นำมาใช้ห่อหุ้มผิวอาคารยังอนุญาต ให้เกิดสนิมได้โดยไม่ กังวลกับการผุกร่อน เพราะยิ่งสนิมขึ้นมากเท่าไหร่ ก็ความสวยงาม แบบรัสติก (rustic) ดผุกลมกลืนกับธรรมชาติมากขึ้นเท่านั้น

ความเรียบง่ายเชิงปริมาตรของบ้านมีให้เห็นผ่านรูปทรงกล่องสี่เหลี่ยม

ที่รวมเข้ากับบริบทที่ มีอยู่เพื่อให้ภายนอก เพิ่มเส้นสายแนวตั้ง ให้บ้านด้วยฟาซาดที่ตกแต่งเหล็ก เส้นเต็มพื้นที่ด้านหน้า ที่ไม่เพียงแต่ทำ ให้บ้านดูมีมิติมากขึ้น แต่ซี่กรงนี้ยังทำ หน้าที่กรองแสง ปกป้องภายในบ้าน เพิ่มความปลอดภัยในยามที่เจ้าของบ้าน ไม่อยู่หลายๆ วันด้วย

ในระหว่างขั้นตอน การก่อสร้าง ทีมงานได้มีการตัดสินใจ ที่จะอนุรักษ์ต้นไม้ที่อยู่มาก่อนเอาไว้ ให้ได้มาที่สุด ทำให้เกิดการทำงาน ร่วมกันระหว่าง “บ้านและต้นไม้” จนมีต้นไม้ที่โผล่ขึ้น มาจากศูนย์กลางของ บ้านทะลุหลังคาขึ้นไปที่ชั้น 2 เมื่อมีทิวไม้ที่แผ่ กิ่งก้านแสนร่มรื่นอยู่ใกล้ๆ ทีมงานจึงเสนอ ให้ทำช่องเปิดขนาดใหญ่เพื่อ เน้นทั้งต้นไม้ และวิวเด่นออกมา

ซึ่งวิธีนี้เป็นการนำ ภายนอกมาเก็บไว้ ในภายใน และภายในจะถูกฉาย เปิดออกสู่ภายนอก ใส่ความสัมพันธ์ระหว่าง คน บ้าน ธรรมชาติ ที่รู้สึกได้ในทุกส่วนของบ้าน โดยมีองค์ประกอบ ที่ลดผลกระทบจาก แสงอาทิตย์บนตัวบ้าน เช่น มู่ลี่ และชายคาขนาดใหญ่ แนวซี่กรงเหล็ก เพิ่มเข้าไปในจุดที่บ้านต้องการ

ที่ชั้นล่างของบ้านมี ห้องครัวขนาดใหญ่ ที่มีอุปกรณ์ครบครัน โซฟาคอนกรีตหล่อพร้อมเบาะนุ่มๆ นั่งดูสมาร์ททีวีขนาด 50 นิ้ว โต๊ะรับประทานอาหารสำหรับ 8 ท่าน ประตูบ้านเป็นชุดประตูบาน เฟี้ยมโครงเหล็กเปิดโล่ง เจาะรูด้วยลวดลายกราฟฟิก สร้างฟิลเตอร์แบบพิเศษ ที่ให้มิติของแสง และเงาที่เปลี่ยนไปในแต่ละ ช่วงของวัน พื้นที่ทางสังคม เปิดออกสู่ระเบียง ที่ประกอบด้วยสระระบบน้ำล้น มีเสียงที่คล้าย กับลำธาร ให้การเชื่อมต่อ ทางประสาทสัมผัสพิเศษ กับที่อยู่อาศัย

บ้านสไตล์อินดัสเทียล บันไดคอนกรีตที่เหมือนแขวนลอยตัวอย่างท้าทาย

นำทางขึ้นมายังห้องนอน ที่ได้รับแสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าชวนให้ตื่นนอนขึ้นมารับวิว ช่วยให้เจ้าของห้องติดต่อ กับสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ ได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ตื่นนอน จนถึงเข้านอน ที่นี่จึงเป็นโครงการ ที่พยายามเพิ่มความสวยงามของ บริบทที่ตั้งอยู่ และใส่ใจวัสดุที่ประกอบ ขึ้นมาเป็นบ้าน พร้อมกับใช้เทคนิคการก่อสร้าง ทำงานอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้วัสดุแต่ละชิ้น และการตกแต่งได้เปิดเผย ศักยภาพของ ตัวเองได้สูงสุด

เหล็กขึ้นสนิม เป็นการเกิดปฏิกิริยา ระหว่างเหล็กกับออกซิเจน หลังจากเหล็กสัมผัสกับน้ำหรือความชื้น ทำให้เหล็กค่อย ๆ สึกกร่อนอย่างช้าๆ และกลายเป็นคราบสนิมเหล็ก บนผิวโลหะในที่สุด สำหรับใครหลายๆ คนอาจจะรู้สึกว่าไม่อยากให้เกิดขึ้น กับบ้านตัวเอง เพราะคราบสีส้มอิฐ ที่ติดอยู่จะทำให้บ้านดูเก่าทรุดโทรมไม่น่ามอง

แต่ในมุมมองของ นักออกแบบและเจ้าของ บ้านบางคนกลับชอบ และมองเป็นเรื่องความสวยงาม สามารถสร้างมิติในงาน สถาปัตยกรรมให้ เกิดเอกลักษณ์ได้ โดยเฉพาะใน บ้านสไตล์อินดัสเทรียล สำหรับที่กลัว การผุพังของแผ่นเหล็ก ก็สามารถใช้วิธีการทำ “สีสนิม” เลียนแบบก็อารมณ์ดิบๆ ได้เช่นกัน

ข้อควรรู้ก่อนการตกแต่งบ้านสไตล์อินดัสเทรียล

โชว์ความเข้มแข็งของวัสดุ วัสดุส่วนใหญ่ที่นำมา ใช้ในการตกแต่งภายในบ้านสไตล์อินดัสเทรียล ก็คือ เหล็ก ปูน อิฐ และไม้ โชว์ความแข็งแรงของวัสดุ ยิ่งปล่อยให้ขึ้นสนิมดู มีร่องรอยเหมือนผ่าน การใช้งานมานาน ทำให้สไตล์นี้ดูขลังไปอีกยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับภาพด้านบนนำ ความเป็นลอฟท์มาผสมผสานกับอารมณ์ของโรงงาน อุตสาหกรรมได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็น บันได ราวกันตก ผนังเหล็ก

หลักการเลือกปูนฉาบและปูนขัดมัน จริงๆแล้วมีข้อดีด้วยกันทั้งคู่ แล้วแต่การนำมาใช้มากกว่า มีข้อควรระวังคือเรื่องรอยร้าว แต่ไม่ได้มีความอันตรายต่อโครงสร้างบ้านแต่อย่างใด อาจติดตรงที่ว่าไม่สวยเท่าที่ควร ส่วนผนังปูนสำเร็จรูปนั้นมีความแข็งแรง ทนทานทัดเทียมกับ การสร้างบ้านแบบก่ออิฐฉาบ

เพิ่มความอบอุ่น จริงอยู่ว่าสไตล์อินดัสเทรีลย นั้นให้อารมณ์ดิบ แข็งแกร่ง มีความเป็นโรงงานและโกดังมากๆ แต่หากหยิบสไตล์นี้ มาตกแต่งภายในบ้านแล้ว บางครั้งทำให้ ดูดิบทื่อเกินไป เราอาจลดทอนบรรยากาศนี้ด้วยการนำความอบอุ่นจากเฟอร์นิเจอร์ ไม้เข้ามาแทรกในบางจุด อาจจะเป็น โต๊ะ เก้าอี้ ตู้ ขึ้นอยู่กับการใช้งาน และความจำเป็นของแต่ละบ้าน