ไอเดียการสร้างบ้านสไตล์ฟาร์ม

บ้านสไตล์ฟาร์ม

บ้านสไตล์ฟาร์ม

ไอเดีย บ้านสไตล์ฟาร์ม สวยและอบอุ่นเหมือนเดิม

ไอเดียบ้านสไตล์ฟาร์ม บ้านสไตล์ฟาร์มเฮ้าส์ (Farmhouse style) เป็นอีกหนึ่งลักษณะที่หลายๆคนชื่นชอบเป็นอย่างมากเพราะเนื่องจากหากได้ยินจากชื่อแล้วมักจะทำให้ใครหลายคนรู้สึกว่าบ้านในลักษณะ นี้มีความอบอุ่น และเหมาะที่จะเป็น บ้านสวย ที่พักอาศัยมากที่สุด ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านั้นจะถูกจัดการโดยวัสดุก่อสร้างจากธรรมชาติ จึงทำให้พื้นที่ต่างๆ ที่อยู่ภายในและภายนอก มักจะมีความอุดมสมบูรณ์ ไปด้วยความเป็นเอกลักษณ์ เพราะฉะนั้นอีกหนึ่งเสน่ห์ของบ้านในลักษณะนี้ บ้านจัดสรรภูเก็ต

จะมีทุกซอกทุกมุมที่ แตกต่างจากมาตรประเภทอื่น เพราะฉะนั้นผู้ที่ หลงไหลในงานศิลปะ หรือคนที่ชอบความสวยงามของธรรมชาติ ต้องการความสงบ ความเป็นส่วนตัวสูง มักจะชื่นชอบบ้านสไตล์ฟาร์มเฮ้าส์มากที่สุด

แถมยังนำไปปลูกสร้าง เป็นบ้านเดี่ยวที่อยู่ห่างไกลจากผู้คน ซึ่งแน่นอนเลยว่าหากอยู่ในประเทศไทย ก็ต้องไปอยู่ ในเขตบ้านไร่ปลายนา หรือในเขตรอบนอกของตัวเมือง ซึ่งดีน้อยมากหากจะ นำมาปลูกสร้างในพื้นที่ในเมือง การเลือกใช้พื้นที่ชนบทนั้น นอกจากจะสามารถ ประหยัดในเรื่องของค่าใช้จ่ายของวัสดุก่อสร้างแล้ว ยังง่ายต่อการขนส่ง ของพัสดุต่างๆ

อะไรคือบ้านสไตล์ฟาร์มเฮ้าส์ (Farmhouse style)

บ้านสไตล์ฟาร์มเฮ้าส์ คือบ้านที่อยู่ใน รูปแบบของบ้านที่อยู่ติดกับธรรมชาติ และใช้วัสดุจากธรรมชาติมา เป็นสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด ก่อนที่ใครจะมาสร้างหรือตกแต่งบ้านด้วย สไตล์ฟาร์มเฮ้าส์ คุณก็จะต้องรู้ความเป็นมาของบ้าน สไตล์ฟาร์มเฮ้าส์ ก่อนที่จะทำการตกแต่ง ในการก่อสร้าง โดยเริ่มต้นจามีคนได้ทำการสร้างบ้าน ที่อยู่ติดกับธรรมชาติ

จึงทำให้ใครหลายๆคน รู้สึกหลงใหล และชื่นชอบที่จะเข้าไปอยู่ในบ้านในลักษณะนี้ และนอกจากนี้คนที่อยู่ ในชนบทมาก่อน ซึ่งได้ขยับขยายพื้นที่และเข้าไปทำมาหากินในพื้นที่ในเมือง จึงทำให้รู้สึกว่าการสร้างบ้านในสไตล์ในเมืองนั้น

รู้สึกอยู่แล้วไม่ปลอดภัย เท่ากับบ้านในสไตล์ที่ตนเคยอยู่ จึงทำให้ความแพร่หลายของบ้านสไตล์นี้ ได้ถูกสร้างขึ้นมาในสังคม จนทำให้ใครหลายๆ คนพบเห็นว่า บ้านสไตล์ฟาร์มเฮ้าส์ คืออีกหนึ่งศิลปะที่ สวยงามของการก่อสร้าง เพราะนอกจากจะสามารถใช้วัสดุธรรมชาตินำมา ปฏิบัติต่อกันได้อย่างลงตัวแล้ว  

ยังทำให้ที่อยู่อาศัยรู้สึกอบอุ่น เต็มไปด้วยความปลอดภัย แถมยังสามารถรู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งเมื่อเข้าไปอยู่ หรือพักอาศัยในบ้านในลักษณะนี้ เพราะฉะนั้นหากใครสนใจอย่ารอช้า การเข้าไปจัดการตกแต่ง บ้านให้อยู่ในลักษณะถึงความอบอุ่นที่แท้จริง หรือในลักษณะกา รใช้วัสดุธรรมชาตินำมาประดับได้อย่างลงตัว ก็จะช่วยให้คุณ สามารถตกแต่งห้อง และพื้นที่ต่างๆภายในบ้านในสไตล์นี้ได้อย่างสำเร็จ 

บ้านฟาร์มโมเดิร์นเสน่ห์ที่ปรับให้เข้ากับยุคสมัย

แม้ว่าโลกของสถาปัตยกรรม จะเดินไปข้างหน้าพบกับสิ่งใหม่เรื่อย ๆ แต่ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังหลงรัก ความอบอุ่นแบบบ้านสไตล์ฟาร์มอยู่ และนำมาปรับเปลี่ยน ประยุกต์บ้านไร่ให้มี อารมณ์สมัยใหม่ ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเป็นพิเศษในขณะนี้

ด้วยการผสมผสานการออกแบบ แบบร่วมสมัยเข้ากับรูปแบบ บ้านไร่แบบดั้งเดิม ลดทอนรายละเอียด ให้เส้นสายที่สะอาดตา หน้าต่างบานใหญ่ ผนังแนวตั้ง หลังคาโลหะเมทัลชีท แปลนอาคารแบบเปิด โล่งดึงดูดสายตา สำหรับใครที่กำลังมองหาบ้านฟาร์มโมเดิร์น ที่นี่อาจเป็นหนึ่ง ในแรงบันดาลใจให้คุณได้

บ้านในชนบทแห่งนี้ตั้งอยู่ ในฟาร์มของครอบครัว ออกแบบมาสำหรับเจ้าของและแขกที่แวะมาเยี่ยมเยือน โดยได้รับแรงบันดาลใจ จากพื้นถิ่นของประเทศนิวซีแลนด์ แต่ปรับรูปแบบ และวัสดุให้มีความทันสมัยขึ้น โดยใช้โทนสีกลาง ๆ หน้าจั่วสองด้านต่างรูปแบบ ล้อมรอบต้นไม้ที่มี อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ขนาบด้วยอาคารอิฐโชว์แนว รูปแบบหลังคาแบน ซึ่งเป็นที่ตั้งของปีกทางเข้าและส่วนบริการ สร้างบรรยากาศความ เป็นกันเองอบอุ่น ด้วยวัสดุที่คุ้นเคย

บ้านฟาร์มหลังคาจั่วโมเดิร์น

สำหรับคนที่รักบรรยากาศ แบบทุ่งปศุสัตว์ ในภาพคิดมีม้าตัวสวย รั้วคาวบอยสีขาว บ้านทรงจั่วไม้อบอุ่น คงจะมีความฝันจะสร้างบ้าน แบบนั้นสักหลัง บ้านพักหลังนี้ก็เกิดจาก ความชอบนั้นเช่นกัน ไซต์งานตั้งอยู่ในสวนผลไม้ออร์แกนิก เจ้าของชอบบ้านที่ให้ความ รู้สึกอบอุ่นแบบบ้านฟาร์ม แต่ก็อยากปรับเปลี่ยนลุคและฟังก์ชันให้ร่วมสมัยมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีใจรักในสิ่งแวดล้อม มุ่งมั่นที่จะใช้วัสดุรีไซเคิล ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แม้กระทั่งการนำไม้ บางส่วนที่มีอยู่ในไซต์งาน (เช่น แบล็ควูด) มาทำบ้านโดยที่ไม่ต้องซื้อหาที่ไหน

Blackwood Lodge ตั้งอยู่บนพื้นที่ริมน้ำที่ Te Puna ใน Tauranga พร้อมทิวทัศน์ของภูเขา Maunganui ซึ่งอาคารเดิมสร้างมาตั้งแต่ปี 1970 เมื่อเวลาผ่านไปหลายสิบปีอาคารเดิมเริ่ม ทรุดโทรมและไม่ตอบโจทย์ จึงทำการปรับปรุงและต่อเติมใหม่ ใช้เวลาทำเกือบสามปี ด้วยความพิถีพิถัน

การออกแบบเน้นไปที่ การสร้างสอดคล้องกับภาษา สถาปัตยกรรมดั้งเดิม ผสมผสานระหว่างแนวทาง การใช้งานของอาคาร และเทคโนโลยีที่ยั่งยืน การสร้างบ้านที่มีการปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ต่ำที่จะทนทานต่อการทดสอบของเวลา

การปรับปรุงใหม่นี้สะท้อน ภาษาสถาปัตยกรรมดั้งเดิม โดยการใช้อิฐและไม้ซุงอย่างกว้างขวาง บริเวณจั่วบ้านทำจากไม้ ซีดาร์ที่ตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ ตัดกันกับสีเข้มของหลังคาเมทัลชีท ที่ทำให้บ้านดูทันมสมัยขึ้นทันที

นอกจากจั่วแล้วไม้ซีดาร์ ยังถูกนำมาใช้กับพื้นที่ ว่างใต้เฉลียง ทางเข้าและประตูโรงรถด้วย อิฐเดิมจากการรื้อถูกนำมาใช้ซ้ำ แต่มีไม่เพียงพอและสถาปนิกไม่สามารถหาแหล่ง ที่ตรงกันได้ เลยเลือกที่จะฉาบปูน ตรงส่วนของอิฐที่เพิ่มเข้ามา นอกจากนี้ยังมีบานประตูราง แขวนที่เป็นเอกลักษณ์ของบ้านฟาร์มที่ทำ ใหม่ให้ดูโมเดิร์นขึ้น

ดีไซน์อาคาร และการวางแปลนคิดมาอย่างดี โดยคำนึงถึง โครงสร้างเดิมที่มีอยู่ ความสอดคล้องกับ ไลฟ์สไตล์ การใช้พลังงาน และใกล้ชิดกับธรรมชาติ อาคารหลักจะหันไปทางทิศเหนือ ซึ่งเป็นกุญแจสู่หลักการออกแบบ ที่ยั่งยืนที่ดี

เพราะเป็นทิศที่ให้แสงธรรมชาติอย่างมีคุณภาพเข้าสู่บ้านในช่วงเช้า แต่ร่มในช่วงบ่าย ทำให้บ้านใช้พลังงานน้อย ประตูบ้านบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่ที่ควบคุมได้ เพิ่มการระบายอากาศตามธรรมชาติเฉลียงรอบนอกเชื่อมระหว่างตัวบ้านกับภายนอก

ให้สำหรับนั่งใช้ชีวิตในบ้านไหลลื่นออกมาสู่พื้นที่กึ่งกลางแจ้ง และต่อเนื่องออกนอกบ้านไปสู่สวนสวยกว้างๆ ที่อยู่ตรงกลางได้ง่ายขึ้น บ้านพักในแบล็ควูดยังสามารถพึ่งพาตนเองได้ในแง่ของพลังงานไฟฟ้าและน้ำ โดยติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าใช้เอง และมีระบบเก็บน้ำพร้อมหมุนเวียนน้ำใช้

การตกแต่งภายในเน้นสีกลาง ๆ ให้ความสบายตา และงานไม้ที่ปูส่วนพื้นบ้าน

กรุตามแนวหลังคา และเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งเจ้าของได้ใช้ไม้แบล็ควูดที่ปลูกอยู่ในที่ดินมาตกแต่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณห้องครัวที่น่าประทับใจ เพราะเต็มไปด้วยงานไม้แทบทุกจุด เป็นการการเชื่อมต่อความรู้สึกระหว่างบ้านกับสวนผลไม้และสวนขนาดใหญ่ให้กลมกลืนเข้าด้วยกัน งานไม้ที่ห่อหุ้มทั้งภายนอกภายในนั้นยังมีประโยชน์ในแง่ของการเป็นฉนวนกันความร้อน ให้บ้านมีปราการปกป้องบ้านอย่างมีประสิทธิภาพ

การสร้างบ้าน อย่างมีจิตสำนึกทางนิเวศวิทยา ตระหนักถึงแรงกระทบที่โลกต้องเผชิญ และให้ความเคารพต่อสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ เป็นแนวโน้มบ้านที่เราจะพบมากขึ้นเรื่อย ๆ

ซึ่งการออกแบบบ้านให้ประหยัดพลังงาน พึ่งพาตัวเองได้มาก สามารถทำได้ผ่านการออกแบบช่องแสง ช่องลม ดีไซน์อาคารให้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศท้องถิ่น และเลือกวัสดุที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ เช่น fly ash หรือขี้เถ้าลอย แทนการฉาบบ้านด้วยคอนกรีต ทำบ้านจากดิน ไม้ หรือเหล็ก เป็นต้น