บ้านนอร์ดิก ข้อเสีย

บ้านนอร์ดิก ข้อเสีย (Modern Barn)

บ้านนอร์ดิก ข้อเสีย หากพูดถึงดินแดนแห่งความสุข แน่นอนครับว่าแต่ละคนจะต้องมีคำตอบที่แตกต่างกันออกไปแต่ผมเชื่อว่าหนึ่งในนั้นจะต้องมีดินแดนที่เรียกว่านอร์ดิกติดมาด้วยอย่างแน่นอนครับ ซึ่งคำว่านอร์ดิก (Nordic) มีความหมายว่า ดินแดนทางทิศเหนือ เช่นเดียวกับกลุ่มประเทศนอร์ดิกที่อยู่ในภูมิภาคยุโรปเหนือ เป็นกลุ่มประเทศที่มีสภาพภูมิอากาศหนาวเย็น

ปัจจุบัน นอร์ดิก ได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจต่างๆ มากมายทั้งเรื่องของงานตกแต่ง ดีไซน์ แฟชันต่างๆ แต่สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนเลยก็คือการดีไซน์บ้านเดี่ยวที่ได้แรงบันดาลใจมากจากนอร์ดิก เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกเหมือนอาศัยอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายบรรยากาศแห่งเมืองหนาวแถบสแกนดิเนเวียนั่นเอง

บ้านนอร์ดิก ข้อเสีย

แบบบ้านสไตล์นอร์ดิก

ด้วยภาระด้านการงาน ด้านการเงิน การออกแบบบ้านให้มีความผ่อนคลาย ไม่สร้างภาระทางด้านจิตใจเพิ่ม นับเป็นสิ่งที่จะละเลยไม่ได้ เพราะจุดมุ่งหมายของการอยู่อาศัยในบ้านหนึ่งหลัง คงไม่ได้หมายถึงเพียงแค่มีที่ไว้ให้ซุกกายนอนเท่านั้น ย่อมต้องการความสุนทรียภาพในการพักผ่อน ช่วยลดทอนความวุ่นวาย คลายความเครียด ทำให้หัวใจได้รู้สึกอบอุ่น เหมือนว่าเป็นสถานที่ของเราอย่างแท้จริง

บ้านชั้นครึ่งหลังคาทรงจั่ว ไร้ชายคา ออกแบบตามสไตล์นอร์ดิก ที่มีความเรียบง่ายผสมผสานกับความเป็นโรงนาเก่า ด้วยจั่วหลังคาสูงโปร่งที่ตั้งใจให้เป็นจุดสะดุดสายตาได้ในทันที กรุด้วยเมทัลชีทสีเทาเข้ม แผ่นโลหะที่เส้นสายไม่ซับซ้อน ตัดกับผนังบ้านที่ส่วนใหญ่ฉาบเรียบทาสีขาว เว้นเพียงด้านหน้าเท่านั้นที่กรุด้วยหินก้อนใหญ่ที่เป็นธรรมชาติ ทำให้บ้านไม่รู้สึกนิ่งจนเกินไป เพราะมีความแตกต่างของวัสดุซ่อนอยู่ด้วย

บ้านนอร์ดิก ข้อเสีย

ภายในบ้านใช้ประโยชน์จากพื้นที่แนวดิ่งและแนวราบอย่างเต็มที่

เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้งานได้มากที่สุด เริ่มจากการจัดผังแบบ Open Plan มุมนั่งเล่น ทานอาหารและครัวเชื่อมโยงกันไม่มีผนังมากั้นกลาง การจัดผังแปลนลักษณะนี้จะช่วยหลอกตาให้ภายในบ้านดูกว้างขวางยิ่งกว่าความเป็นจริง

เหล็กสีดำกับไม้สีน้ำตาล คือ สองวัสดุสำคัญที่คอยเติมชีวิตชีวาภายในบ้านขนาดเล็กหลังนี้ พื้นของส่วนนั่งเล่นกับทานอาหารปูด้วยงานไม้ เพื่อให้ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลาย ส่วนพื้นตรงบริเวณห้องครัวใช้กระเบื้องสีดำ เพื่อให้ง่ายต่อการเช็ดทำความสะอาด และไม่ต้องกังวลเมื่อเลอะคราบอาหาร

บันไดบ้านใช้ขึ้นสู่ชั้นลอย ออกแบบไว้อย่างปลอดภัย โดยมีราวจับกันตกทั้งสองด้าน ดีไซน์ให้ปลอดโปร่งไม่มีลูกตั้ง พื้นที่ใต้บันไดจึงไม่รู้สึกอับทึบ แสงสว่างส่องเข้าถึงได้อย่างสะดวก

ห้องนั่งเล่น

ชั้นลอยตกแต่งไว้เป็นห้องนอน ยกเตียงนอนเหล็กสีดำไปวางไว้ ปูที่นอนด้วยผ้าปูสีหวาน ติดหลอดไฟแสงสีวอร์มไว้ตรงเพดานจั่ว พร้อมทั้งได้รับแสงสว่างจากธรรมชาติด้วยช่องหน้าต่างบนหลังคา เปิดรับลมได้เสมอ และแหงนมองดูดาวยามค่ำคืนได้ด้วย ห้องน้ำเพียง 1 ห้อง ตกแต่งด้วยธีมสีเข้ม พื้น ผนังสีมืดตัดกับสุขภัณฑ์สีขาว แบ่งกั้นโซนเปียกโซนแห้งไว้เรียบร้อยด้วยกระจก และซ่อนแสงไฟไว้ตามช่องวางของที่เจาะไว้บนผนัง บ้านเดี่ยว บ้านแฝด

บ้านที่ทำชั้นลอยตามทรงหลังคาจั่ว จำเป็นต้องมีตัวช่วยในการป้องกันความร้อน เพราะการอยู่ชั้นลอยที่ใกล้ชิดกับใต้โถงหลังคา จะได้รับความร้อนในระยะที่ใกล้ชิด อาจพ่นโฟมกันความร้อน ติดตั้งฉนวนกันความร้อน หรือทำการติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อน ก็สามารถช่วยได้ในระดับหนึ่ง ที่สำคัญคือชั้นลอยต้องมีหน้าต่างระบายอากาศ ไล่ลมร้อนออกจากบ้าน ไม่เช่นนั้นห้องนอนบนชั้นลอยอาจกลายเป็นเตาอบได้

ห้องนอน

ข้อดีของ บ้านสไตล์นอร์ดิก

เนื่องจากสไตล์นอร์ดิกนั้น ได้รับอิทธิพลมาจากต่างประเทศ ทำให้ความนิยมในประเทศไทยยังไม่แพร่หลายมาก อีกทั้งยังเพิ่งได้รับอิทธิพลการแต่งบ้านแบบนี้เพียงไม่กี่ปี หากใครอยากได้บ้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดดเด่นกว่าบ้านหลังอื่นๆ บ้านสไตล์นี้ น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อยเลย

1.อากาศถ่ายเท
สไตล์นอร์ดิก เป็นบ้านที่มีฝ้าค่อนข้างสูง มีหลังคาที่ชัน เนื่องจากต่างประเทศนั้นสร้างบ้านแบบนี้เพื่อลดน้ำหนักของหิมะที่ตกลงมาบนหลังคาบ้าน เพราะการที่หิมะขังอยู่บนหลังคาบ้านอาจจะทำให้บ้านเกิดความเสียหายได้ จึงทำให้มีฝ้าที่ค่อนข้างสูง ห้องมีพื้นที่มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้อากาศภายในบ้านถ่ายเทได้มากกว่าบ้านแบบปกติ

2.เห็นวิวได้ง่าย
บ้านจะมี มีช่องแสง หน้าต่าง ประประตูส่วนใหญ่ทำจากกระจก เพราะต่างประเทศมีอากาศที่ค่อนข้างหนาว จึงต้องการความอบอุ่นจากแสงอาทิตย์ และข้อดีก็จะตามมา คือ หากเราอยู่ภายในตัวบ้านก็จะเห็นวิวได้ง่ายยิ่งขึ้น เหมาะกับบ้านที่อยู่ต่างจังหวัด บ้านสวน หรือบ้านที่มีวิวสวยๆ

3.บ้านดูกว้างขวาง และโปร่ง
การที่บ้านนั้น มีช่องแสงเยอะ หรือประตูหน้าต่างส่วนใหญ่ทำจากกระจก จึงทำให้รู้สึกกว้างขวางกว่าตัวบ้าน เพราะสายตาจะไม่สุดอยู่แค่ที่ผนังบ้าน จะมองทะลุออกไปนอกตัวบ้านได้

4.ประยุกต์ได้หลากหลาย
บ้านสไตล์นี้ มีเอกลักษณ์เฉพาะที่ค่อนข้างชัดเจน แต่ก็สามารถนำไปประยุกต์กับบ้านสไตล์อื่นๆได้ไม่ยาก เพราะพื้นฐานของบ้านสไตล์นี้ หลักก็ก็มีในส่วนของหลังคาที่สูงชัน และยื่นออกมาด้านนอกไม่เยอะ หากจะประยุกต์เข้ากับบ้านสไตล์อื่นๆก็ทำได้ไม่ยาก  บ้านจัดสรร

บ้านสวยๆ

ข้อเสีย บ้านสไตล์นอร์ดิก

1.คราบฝนบริเวณผนัง
เนื่องจากบ้านสไตล์นี้มีหลังคาที่ยื่นออกมาค่อนข้างสั้น ไม่เกิน 10 เซนติเมตร เพราะฉะนั้นเวลาที่ฝนตก ลมแรงอาจจะทำให้เกิดคราบน้ำบริเวณกำแพงได้ เพราะไม่มีหลังคาที่ยื่นออกไปบังฝนที่สาดเข้ามาใส่ตัวบ้าน อีกทั้งยังน้ำจากหลังคาที่ไหลมาโดนผนังบ้านอีกด้วย

2.น้ำรั่วบริเวณหลังคากับผนัง
เนื่องด้วยหลังคาที่ยื่นออกมาน้อยมาก และแทบจะไม่มีฝ้าเลย ทำให้อาจจะมีส่วนที่ปิดระหว่างหลังคาและผนังทำได้ไม่สนิท และเกิดปัญหาในการรั่วซึมตามมาได้ เพราะฉะนั้นควรจะหาช่างที่ถนัดในการสร้างบ้านเฉพาะทาง

3.ร้อน
ปัญหาอีกอย่างของหลังคาที่ยื่นออกมาค่อนข้างสั้น ก็คือ แดดนั้นโดนที่ผนังบ้านเต็มๆ และการที่มีช่องแสงที่เยอะ ส่งผลให้ความร้อนนั้นส่งไปถึงตัวบ้าน เจ้าของบ้านจึงจะต้องติดแอร์ และเปิดแอร์ในตอนกลางวันเป็นส่งนใหญ่ ทำให้เปลืองไฟมากกว่าบ้านแบบปกติ แต่ก็สามารถแก้ปัญหาได้โดยการติดฉนวนกันความร้อนที่ผนัง หรือทำระบบหมุนเวียนอากาศให้ดี ก็จะสามารถลดความร้อนในตัวบ้านได้

4.ราคาแพงกว่า
เนื่องจากบ้านสไตล์นี้ มีรายละเอียดที่ค่อนข้างเยอะ และผู้รับเหมาจะยังไม่คุ้นชินกับบ้านประเภทนี้ จึงทำให้ต้องใช้ช่างก่อสร้าง ผู้รับเหมาที่ค่อนข้างจะมีความชำนาญใน การสร้างบ้านสไตล์นี้ เช่นในส่วนของหลังคาก็จำเป็นจะต้องเข้าใจถึงปัญหาในการสร้าง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง อีกทั้งวัสดุในการสร้างยังแพงกว่าบ้านปกติประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ และหากใครที่กำลังหาวัสดุใน การก่อสร้างเราขอแนะนำ วัสดุก่อสร้างบ้านนอร์ดิก

5.ช่างหายาก
เนื่องจากบ้านสไตล์นี้ เป็นอะไรที่ค่อนข้างใหม่ ทำให้คนที่มีความชำนสญในการสร้างบ้านสไตล์นี้ค่อนข้างน้อย เพราะฉะนั้น หากช่างไม่เชี่ยวชาญในการก่อสร้าง และรับรู้ถึงปัญหาที่อาจจะเกิดกับตัวบ้าน มันอาจจะทำ ให้เกิดปัญหาในการก่อสร้างภายหลังได้  บ้านจัดสรร

3 สิ่งที่ต้องระวังก่อนสร้างบ้านสไตล์นอร์ดิก

1.บ้านนอร์ดิก กับปัญหาความร้อน
เรามักพบได้เสมอเมื่อพูดถึงบ้านสไตล์นอร์ดิก ซึ่งต้องยอมรับว่าจริงบางส่วน เพราะด้วยหลังคาทรงจั่วแบบไร้ชายคา และการใช้กระจกเป็นองค์ประกอบของบ้านค่อนข้างมาก ย่อมส่งผลให้บ้านได้รับความร้อนเข้าสู่ภายในได้มากขึ้น แต่หากวางแผนงานให้ดีตั้งแต่ต้น

ปัญหานี้ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการออกแบบ อาทิ การเลือกทิศทางห้องแต่ละห้องให้เหมาะกับทิศทางแสงแดด ห้องที่ไม่เน้นช่องเปิดมาก ให้ไว้ฝั่งทิศใต้และทิศตะวันตก ส่วนห้องที่มีช่องกระจกบานใหญ่ เลือกไว้ในทางทิศเหนือ กรณีบ้านที่เลี่ยงทิศเปิดไม่ได้ เพราะบังคับด้วยวิวหรือมุมหน้าบ้าน ให้ออกแบบอาคารลักษณะเว้าเข้าไปเพื่อให้จุดเว้าเป็นชายคาโดยอัตโนมัติ

 นอกจากการออกแบบแล้ว วัสดุก็มีส่วนสำคัญมาก อย่างการเลือกทำผนังอิฐ 2 ชั้น, เลือกวัสดุมุงหลังคาที่มี คุณสมบัติสะท้อนความร้อน พร้อมติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อนและฉนวนกัน ความร้อนใต้หลังคา โดยเฉพาะจุดที่ต้องการทำฝ้าสูงโปร่งตามแนวจั่วจะต้องเพิ่ม คุณสมบัติกันความร้อนมากเป็นพิเศษ หรือหากต้องการเพิ่มประสิทธิภาพใน การหมุนเวียนอากาศด้วยกลไลธรรมชาติ สามารถใช้ระบบ Active Airflow ที่ติดตั้งบนหลังคาทรงจั่วได้

โดยก่อนติดตั้งจะมีวิศวกร มาตรวจสอบให้ก่อน และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือต้นไม้ ช่วยให้บ้านสไตล์โรงนาดูมีชีวิตชีวา ลดอุณหภูมิร้อนทางสายตาได้เป็นอย่างดี

2.บ้านนอร์ดิก ฝนสาด ผนังชื้น
 เสน่ห์ของ Modern Barn คือเส้นสายของหลังคาแบบไร้ชายคา หากใส่กันสาดเข้าไปอาจทำให้เสน่ห์ของ บ้านสไตล์นี้ลดลงไปได้ เจ้าของบ้านจึงต้องทำความเข้าใจเพื่อออกแบบรับมือ กับความชื้นบนผนังและฝนสาดให้ได้ตั้งแต่ต้น เช่น จุดพักผ่อนสำคัญอย่างห้องนั่งเล่น ให้ออกแบบด้วยวิธีการร่นผนังเว้าเข้าไป

เพื่อให้หลังคาทำหน้าที่ เป็นกันสาดไปในตัว ส่วนปัญหาฝนสาดบริเวณหน้าต่างฝั่งที่ไม่มีชายคา จำเป็นต้องเลือกบานหน้าต่างขอบอลูมิเนียมหรือไวนิล จะช่วยป้องกันน้ำซึมได้ดีกว่าวงกบไม้ ส่วนปัญหาผนังชื้นสามารถป้องกันได้ด้วยการทาสีที่มี คุณสมบัติป้องกันความชื้น ป้องกันเชื้อรา กรณีต้องการทำเฉลียงพักผ่อน ให้ออกแบบเฉลียงยื่นออกจากตัวบ้าน โดยเลือกใช้หลังคากล่องแบน จะช่วยให้ภาพรวมของบ้านดูเข้ากัน การมีเฉลียงจึงช่วยกันฝนสาดและกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านได้

3.หลังคารั่วซึม
แม้ว่าบ้าน Modern Barn จะมีจั่วสูงแต่ก็อาจเกิดปัญหารั่วซึมบนหลังคาได้หากขาดการมุงหลังคาที่ดี การรับมือกับปัญหานี้ สามารถทำได้ด้วยการการออกแบบความลาดเอียงของหลังคา ให้เหมาะสมกับรุ่นวัสดุหลังคานั้น ๆ เช่น หลังคากระเบื้องแผ่นเรียบ SCG รองรับองศาความชันที่ 25 องศา แต่หากต้องการให้การระบายน้ำทำได้ดีขึ้น ควรออกแบบให้หลังคาชันมากขึ้นที่ 30-35 องศา จะช่วยลดปัญหารั่วซึม และปัญหาน้ำไหลย้อน บ้านทำเลดี 

อีกจุดที่มักมีปัญหา กับหลังคาจั่วคือ ปั้นลม ทำหน้าที่กันลมไม่ให้ปะทะกับกระเบื้องหลังคาโดยตรง และช่วยกันน้ำฝนไม่ให้เข้าอาคาร วัสดุที่นิยมนำมาใช้เป็นปั้นลม มีทั้งไม้จริง ไม้สังเคราะห์ ปั้นลม คสล. หรือที่นิยมมากในยุคปัจจุบันและดูเข้ากับบ้านสไตล์นอร์ดิก คือ การนำไม้ C Channel มาประยุกต์ใช้ ทำให้ดูเสมือนบ้านโครงสร้างเหล็ก