ข้อควรรู้ก่อนออกแบบ Walk in Closet

ข้อควรรู้ก่อนออกแบบ Walk in Closet เนรมิตความสวยด้วยตัวเรา

ข้อควรรู้ก่อนออกแบบ Walk in Closet Walk in Closet คือ พื้นที่สำหรับจัดเก็บข้าว ของเครื่องใช้การแต่งกาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า หรือเครื่องประดับต่างๆ ตลอดจนของใช้ในบ้านที่นานๆ ทีจะได้หยิบออกมาใช้งาน อย่างชุดเครื่องนอน หมอน หรือแม้กระทั่งกระเป๋าเดินทางใบโต

โดยทั้งหมดที่กล่าวมานี้ จะถูกออกแบบไว้ใน พื้นที่เดียวกัน เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน และเพื่อเน้นการใช้พื้นที่ จำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งการทำ Walk in Closet ด้วยตัวเอง ก็เป็นสิ่งที่กำลัง ได้รับความนิยม

การทำ Walk in Closet ในปัจจุบัน มักจะใช้วิธี บิ้วอินตู้ เสื้อผ้า และเฟอร์นิเจอร์สำหรับจัดเก็บหลาย ๆ แบบ ให้มีฟังก์ชั่น การใช้งานครบครัน ทั้งการแขวน หรือการพับเก็บ ซึ่งสำหรับคนที่มี ความสามารถด้าน งานช่างบ้าง อาจสามารถ DIY ตู้เสื้อผ้า หรือทำตู้เสื้อผ้าเอง เพราะการออกแบบและทำ Walk in Closet

ด้วยตัวเอง จะสามารถตอบโจทย์ การใช้งาน และพฤติกรรมการใช้งานของเจ้าของบ้านได้ดีที่สุด และยังสามารถใช้เป็นห้อง หรือเฟอร์นิเจอร์แต่งห้องนอน ที่เข้ากับสไตล์ของ เจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี บ้านเดี่ยว

ข้อควรรู้ก่อนออกแบบ Walk in Closet

10 สิ่งที่ควรรู้ก่อนออกแบบ Walk in Closet ด้วยตัวเอง

1.กำหนดความลึกของตู้เสื้อผ้า
เสื้อผ้าส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นชุดเดรส เสื้อเชิ้ต เสื้อคลุม หรือเสื้อกันหนาวตัวหนา มักจะจัดเก็บได้พอดีกับตู้ที่มีความลึกประมาณ 24 นิ้ว หากความลึกน้อยกว่านั้นอาจทำให้เวลาแขวนเสื้อผ้าแล้วเสื้อผ้าจะยื่นออกมา จนทำให้ไม่สามารถปิดบานตู้หรือขวางทางเดินได้ ทำให้ดูไม่เรียบร้อยเอามาก ๆ และสำหรับเสื้อผ้าที่ต้องพับเก็บ จะต้องมีพื้นที่กว้างอย่างน้อย 9 – 15 นิ้ว

สำหรับการจัดเก็บ ส่วนเสื้อผ้าประเภทชุดเดรสยาว ชุดราตรี หรือเสื้อโค้ทตัวยาว ก็อาจต้องมีพื้นที่สำหรับการแขวนที่สูงสัก 68 นิ้วเป็นอย่างน้อย และความสูงที่ 50 นิ้ว สำหรับการแขวนกางเกงและกระโปรงแบบพับครึ่ง

2.แบ่งจำนวนพื้นที่แขวนเสื้อผ้าอย่างเหมาะสม
ลองสำรวจดูว่าเสื้อผ้าที่ต้องจัดเก็บโดยการแขวนส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้าประเภทใด หากเสื้อผ้าส่วนใหญ่เป็นเสื้อเชิ้ต กระโปรง กางเกง หรือเดรสตัวสั้น การบิ้วอินตู้เสื้อผ้าให้มีราวแขวนแบบสองชั้นจะทำให้ประหยัดพื้นที่จัดเก็บได้มาก แต่หากเสื้อผ้าส่วนใหญ่เป็นเดรสยาว ชุดราตรี หรือเสื้อโค้ทตัวยาว การใช้ราวแขวนแบบราวเดี่ยวก็จะตอบโจทย์การใช้งานได้มากกว่า

3.พื้นที่ตรงมุมห้องก็สร้างประโยชน์ใช้สอยได้
การออกแบบ Walk in Closet แบบเข้ามุมนั้นสามารถทำได้จริง เพียงใช้เทคนิคการซ้อนตู้ หรือการติดตั้ง ราวแบบโค้งเพื่อให้มีพื้นที่สำหรับจัดเก็บได้มากขึ้น ถึงแม้ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนที่ไม่ได้เข้าถึงได้สะดวกนัก แต่ก็สามารถใช้จัดเก็บของใช้ที่นานๆ จะหยิบออกมาใช้ที อย่างกระเป๋าเดินทาง หรือเสื้อกันหนาวตัวใหญ่ๆ ได้

4.เว้นพื้นที่สำหรับจัดวาง Island
Island หรือเกาะกลางที่ถูกจัดวางไว้ตรงกลาง Walk in Closet จะช่วยให้การจัดเก็บเครื่องประดับชิ้นเล็กชิ้นน้อยเป็นระเบียบและหาง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถปรับให้เป็นพื้นที่วางของที่กำลังเลือก หรือปรับเป็นพื้นที่สำหรับการแต่งหน้าของสาว ๆ ได้แบบ 3 in 1 หากบ้านไหนมีพื้นที่มากพอจึงอยากแนะนำให้เพิ่มพื้นที่ส่วนนี้เข้าไปใน Walk in Closet ด้วย

โดยขนาดเกาะกลางที่เหมาะสม คือ เว้นพื้นที่ทางเดินรอบด้านประมาณ 24 – 36 นิ้ว ครับ สำหรับคนที่ทำตู้เสื้อผ้าเอง ส่วนของเกาะกลางนี้อาจแค่เพียงนำตู้ลิ้นชักขนาดไม่ใหญ่นักมาวางเรียงต่อกันทั้งสองด้าน แล้วปิดด้านบนตู้ด้วยแผ่นไม้ หรือวัสดุอื่น ๆ เพื่อหลอกตาให้เหมือนเฟอร์นิเจอร์บิ้วอินที่เข้ากับตู้เสื้อผ้าชิ้นอื่น เพียงเท่านี้ก็ได้ Island สวย ๆ ที่ใช้งานได้จริง และใช้ตกแต่งห้องนอนไปด้วยในตัว

5.เว้นพื้นที่สำหรับรองเท้าคู่โปรด
หากต้องการให้ Walk in Closet สามารถจัดเก็บรองเท้าคู่โปรดโดยมั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาเรื่องกลิ่นรบกวนหรือเรื่องความสกปรกได้ การจัดวางพื้นที่สำหรับเก็บหรือโชว์รองเท้าก็สามารถทำได้โดยกำหนดช่องว่างสำหรับการจัดเก็บรองเท้า ความกว้างประมาณ 7 – 12 นิ้ว , ช่องว่างสำหรับการจัดเก็บรองเท้าบู้ทหุ้มข้อ ความสูงประมาณ 3 – 5 นิ้ว และช่องว่างสำหรับการจัดเก็บรองเท้าบู้ทคู่ยาว ความสูงประมาณ 9 – 17 นิ้ว ตามลำดับ บ้านแฝด

ตู้เก็บเสื้ออผ้าเป็นระเบียบ

6.วางเก้าอี้นุ่มสบายไว้สักตัว
หากมีพื้นที่ว่างมากพอ การวางเก้าอี้ตัวโปรดไว้ใน Walk in Closet สักตัว จะช่วยให้มีพื้นที่สำหรับนั่งใส่รองเท้า ติดกระดุมเสื้อ แต่งหน้า และรองรับกิจกรรมอื่นๆ ได้อีกมาก โดยสามารถเลือกวางเก้าอี้ไว้ด้านข้างของเกาะกลาง หรือจะวางได้ด้านข้างผนังที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ก็ได้

หากต้องการฟังก์ชั่นที่มากกว่าการนั่ง ก็อาจเลือกใช้เก้าอี้ที่สามารถจัดเก็บของเล็กๆ น้อยๆ ไว้ใต้ที่นั่งได้ นอกจากจะใช้งานได้หลากหลายแล้ว เก้าอี้สวยๆ หนึ่งตัวยังเป็นเฟอร์นิเจอร์แต่งห้องนอนที่ช่วยเติมเต็มให้ห้องดูสมบูรณ์แบบขึ้นด้วย

7.อย่าลืมพื้นที่เก็บเครื่องประดับ
นอกจากเสื้อผ้าและรองเท้าแล้ว หมวก กระเป๋า เข็มขัด เนคไท นาฬิกา และเครื่องประดับต่างๆ ก็ต้องการพื้นที่จัดเก็บที่เป็นสัดส่วนเช่นกัน โดยเข็มขัด เนคไท สร้อยคอ หรือกระเป๋าบางประเภทที่เหมาะกับการแขวน ก็สามารถแขวนกับผนังด้านที่เหลือพื้นที่น้อยหรือไม่ค่อยได้ใช้งานได้

ส่วนเครื่องประดับชิ้นเล็กๆ อย่าสร้อยข้อมือ แหวน นาฬิกา หรือเข็มกลัดต่างๆ อาจใช้ลิ้นชักในการจัดเก็บ หรือจัดเก็บใส่กล่องแยกประเภท และจัดวางไว้ในพื้นที่ที่มองเห็นได้ง่าย และหยิบใช้ได้สะดวก

ตู้เก็บเสื้อผ้าโทนขาว

8.ออกแบบให้แสงธรรมชาติเข้าถึง
ไม่ว่าจะเป็น Walk in Closet แบบบิ้วอินตู้เสื้อผ้า หรือการ DIY ตู้เสื้อผ้า ตู้ลิ้นชักต่างๆ แล้วนำมาจัดวางใหม่ หากในพื้นที่พอจะมีช่องแสงธรรมชาติอยู่ก็ควรจะเว้นให้แสงธรรมชาติเข้าถึงได้ เพราะสาวๆ ที่ต้องแต่งหน้าเป็นประจำจะทราบดีว่าการแต่งหน้าท่ามกลางแสงธรรมชาติคือสิ่งที่ดีที่สุด และยังทำให้การมองเห็นข้าวของต่างๆ ชัดเจนตรงกับสีจริง ไม่หลอกตา ทำให้การ Mix & Match การแต่งตัวในลุคต่างๆ ออกมาไม่พลาดแน่ๆ  บ้านจัดสรร

9.เลือกการจัดวางให้โปร่ง ป้องกันความชื้น
เนื่องจากพื้นที่ บิ้วอินตู้เสื้อผ้า หรือ Walk in Closet ส่วนใหญ่ มักถูกจัดวางให้เชื่อมต่อระหว่างห้องน้ำกับห้องนอน การออกแบบ Walk in Closet จึงต้องให้ความสำคัญเรื่องการระบายอากาศและความชื้นมากเป็นพิเศษ โดยออกแบบให้มีระยะห่างระหว่างพื้นที่แห้งและเปียกอย่างน้อย 1.20 เมตร ขึ้นไป

รวมไปถึงให้มีหน้าต่างหรือช่องลมเพื่อช่วยระบายความอับชื้น สาเหตุของการเกิดเชื้อราและโรคทางเดินหายใจ รวมทั้งช่วยลดการสะสมความร้อนภายใน Walk in Closet ซึ่งเป็นการช่วยยืดอายุการใช้งานข้าวของเครื่องใช้ไปด้วยในตัว

10.กระจกเงาเช็คความเรียบร้อยตั้งแต่หัวจรดเท้า
Walk in Closet กับกระจกเงาถือเป็นของคู่กัน โดยเฉพาะกระจกเงาแบบเต็มตัวที่ทำให้เพลิดเพลินกับการแต่งตัว และเช็คความเรียบร้อยได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า ซึ่งปัจจุบันกระจกเงามีดีไซน์หลากหลายแบบให้เลือกใช้ ไม่เพียงแค่แบบตั้งพื้น หรือยึดติดกับผนัง

แต่ยังมีแบบที่สามารถซ่อนไว้ด้านใน และหมุนหรือเปิดออกมาได้เมื่อต้องการใช้งาน นอกจากจะมีประโยชน์แล้ว กระจกเงายังสามารถใช้เป็นของตกแต่งห้องนอนที่ช่วยทำให้ห้องดูโปร่ง สว่าง และกว้างขึ้นด้วย