ก่อนซื้อบ้านน็อกดาวน์

สิ่งที่ควรรู้ ก่อนซื้อบ้านน็อกดาวน์

ก่อนซื้อบ้านน็อกดาวน์

ก่อนซื้อบ้านน็อกดาวน์ ความนิยมบ้านน็อกดาวน์มีจุดเริ่มต้นมาจากความต้องการใช้งานพื้นที่อยู่อาศัยแบบชั่วคราว เราจะเห็นได้ว่า บ้านน็อกดาวน์มักจะทำมาจากตู้คอนเทนเนอร์ หรือทำจากวัสดุที่ต่อประกอบง่ายแบบสำเร็จรูป ใช้เวลาเพียง 1 วันก็สร้างเสร็จ เข้าอยู่อาศัยได้ทันที แต่บ้านน็อกดาวน์แตกต่างจากบ้านที่สร้างเพื่ออยู่อาศัยอย่างไร วันนี้ไทยรัฐออนไลน์มีคำตอบมาฝากกัน

บ้านน็อกดาวน์ คืออะไร

บ้านน็อกดาวน์ (Knock Down Home) คือกลุ่มย่อยของบ้านสำเร็จรูป (Finished Home) เป็นที่อยู่อาศัยที่ใช้พื้นที่ใช้งานเป็นออฟฟิศ, ร้านค้า จนกระทั่งเป็นที่อยู่อาศัยได้ แต่ไม่สามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัยถาวรได้ เนื่องจากวัสดุที่ใช้มีอายุราว 10-15 ปี  phuket property

ก่อนซื้อบ้านน็อกดาวน์

ความแตกต่างระหว่างบ้านน็อกดาวน์ กับบ้านสำเร็จรูป หรือบ้านก่ออิฐ

1. บ้านน็อกดาวน์ ไม่มีคาน ใช้ผนังเป็นตัวรับน้ำหนัก
2. ขั้นตอนประกอบบ้านน็อกดาวน์ ไม่มีเศษขยะ และฝุ่นละออง เท่ากับการสร้างบ้านจากอิฐ ปูน เพราะถูกตัดชิ้นส่วนมาพร้อมประกอบแล้ว
3. อายุการใช้งานของบ้านน็อกดาวน์ขึ้นอยู่กับวัสดุที่นำมาใช้ประกอบ

หลังคาบ้านน็อกดาวน์

มักนิยมใช้หลังคาเมทัลชีท หรือกระเบื้องที่มีน้ำหนักเบา จึงเป็นข้อแตกต่างที่ชัดเจน และไม่ควรติดตั้งอุปกรณ์หนักๆ ไว้บนหลังคา เพราะเสี่ยงทรุด

ผนังบ้านน็อกดาวน์

นอกจากไม้แล้ว ยังนิยมใช้กลุ่มผนังเบา อย่างซีเมนต์บอร์ด หรือผนังสำเร็จรูปที่ทำมาจากไฟเบอร์ซีเมนต์ ผสมด้วยเส้นใยเซลลูโลส และแต่งเติมด้วยวัสดุอื่นๆ เพื่อให้ผนังทนความร้อนและแสงแดด

เสาบ้านน็อกดาวน์

เสาบ้านน็อกดาวน์มักทำด้วยเหล็ก เช่น เหล็ก H Beam ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดของโครงสร้าง และแม้ว่าเหล็กจะเคลือบด้วยสารกันสนิมแล้ว ต้องคอยตรวจสอบการผุกร่อนตามอายุการใช้งาน

พื้นบ้านน็อกดาวน์

การปูพื้นบ้านน็อกดาวน์นั้นวางซีเมนต์บอร์ด เพื่อปูพื้นลามิเนต พื้นกระเบื้อง หรือปูกระเบื้องเซรามิกเพิ่มเติมได้เหมือนกับพื้นบ้านทั่วไป ข้อควรระวังก็คือ ควรเลือกวัสดุที่ทนความชื้น ป้องกันเชื้อราจากพื้นดิน และมีน้ำหนักที่พอเหมาะ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด 

การเลือกเฟอร์นิเจอร์ใช้กับบ้านน็อกดาวน์

หากคุณตัดสินใจซื้อ บ้านน็อกดาวน์ สักหลังเพื่อสร้างออฟฟิศ ร้านค้า หรือไว้อยู่อาศัย ก็อย่าลืมคำนึงถึงเรื่องน้ำหนักของบ้านน็อกดาวน์ เมื่อเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ เราสามารถบิวต์อิน (Built-In) ได้ แต่ส่วนประกอบทั้งหมดต้องไม่ทำให้บ้านหนักเกินไป โดยปรึกษากับผู้จำหน่ายให้ชัดเจน ขอคำปรึกษาหลังการขายว่าเราสามารถต่อเติมได้มากน้อยแค่ไหน

บ้านชั้นเดียว

บ้านสำเร็จรูป คืออะไร

เมื่อพูดถึงบ้านน็อกดาวน์ไปแล้ว จะไม่พูดถึงบ้านสำเร็จรูปก็ไม่ได้ เพราะทั้งสองแบบนี้มีความคล้ายคลึงกัน ต่างกันตรงอายุการใช้งานที่เกริ่นให้ทราบไปแล้วว่า บ้านสำเร็จรูป มีอายุการใช้งานที่มากกว่า เนื่องจาก

  • ผนังสำเร็จรูปในโครงสร้างหลักไม่ได้ใช้ซีเมนต์บอร์ด แต่เป็นแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป ซึ่งจะมีขนาดใหญ่ และต้องใช้การประกอบที่มากกว่าการสร้างบ้านน็อกดาวน์ โดยเฉพาะขั้นตอนการผสานคอนกรีต และการตกแต่งภายใน
  • ดังนั้นระยะเวลาการประกอบบ้านสำเร็จรูปจึงมากกว่าบ้านน็อกดาวน์ อย่างน้อยก็ 2-3 เดือนจึงจะเห็นโครงสร้างทั้งหลัง
    บ้านสำเร็จรูปสามารถตกแต่งบิวต์อิน (Built-in) ได้โดยไม่ติดข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักเหมือนบ้านน็อกดาวน์ แต่ก็ต้องระวังเรื่องการเจาะผนัง
  • การติดตั้งหลังคาและระบบทำความร้อนกับบ้านสำเร็จรูปทำได้เต็มรูปแบบ
  • เจ้าของบ้านเลือกปูพื้นบ้านสำเร็จรูปได้ตามความชอบ หากอยากปูกระเบื้องหินอ่อน กระเบื้องแกรนิต เพื่อเพิ่มความสวยงามก็ทำได้
บ้านสำเร็จรูปชั้นเดียว

แต่สิ่งที่เหมือนกันของการสร้างบ้านน็อกดาวน์และบ้านสำเร็จรูปคือ เจ้าของบ้านไม่ควรต่อเติมด้วยตัวเอง ควรวางแผนการก่อสร้างมาตั้งแต่แรก หรือหากจำเป็นต้องต่อเติมต้องให้ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยดู เพราะเรื่องโครงสร้างน้ำหนักของบ้านสำเร็จรูปทั้งสองแบบเป็นสิ่งที่ควรระวัง ไม่เช่นนั้นแล้วจะตามมาด้วยปัญหา ร้าว ทรุด ไปจนถึงบ้านล้ม

ข้อดี บ้านน็อคดาวน์ สำเร็จรูป

1. ระยะเวลาในการสร้าง รวดเร็ว ทันใจ เร็วสุด ใช้เวลาในการประกอบ ติดตั้งภายใน 1-2 วัน และระยะเวลา 1-3 เดือน สำหรับบ้านสำเร็จรูป ที่อาจต้องรอสั่งทำขึ้นมาใหม่ ซึ่งหากเทียบจากบ้านทั่วไปนั้น อาจต้องใช้เวลานานถึง 5 เดือนขึ้นไป

2. ลดภาระเรื่องแบบบ้าน เนื่องจากบ้านสำเร็จรูป มีให้เลือกเฉพาะ แบบบ้านที่บริษัทได้ออกแบบไว้ ผู้ซื้อไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายในการออกแบบบ้าน สามารถเลือกแบบต่างๆ ที่มีได้เลย

3. งบไม่บาน บ้านสำเร็จรูป ลักษณะการซื้อขาย เช่นเดียวกับสินค้าทั่วไป ราคาปกติแล้วจะเป็นไปตามที่ได้ตกลงกันกับบริษัท มักเป็นราคากลางที่ทางบริษัทผู้จำหน่ายได้กำหนดไว้แล้ว อาจมีความแตกต่างเล็กน้อย หากพื้นที่ดังกล่าวนั้น เข้าไปติดตั้งยากลำบาก หรือมีระยะทางในการขนส่งที่ไกลกว่าปกติ

4. มีตัวอย่างให้ชม ปัจจุบันผู้ประกอบการบ้านน็อคดาวน์สำเร็จรูปหลายบริษัท นิยมสร้างบ้านตัวอย่างไว้โชว์ เพื่อให้ผู้สนใจเข้าชมผลงาน หรือบางบริษัทใช้บ้านน็อคดาวน์ทำเป็นรีสอร์ท เปิดให้เข้าพักได้ จุดนี้จะเป็นข้อดีทั้งผู้ประกอบการและผู้ซื้อ เพราะบ้านตัวอย่าง สามารถทำกำไรด้านค่าเช่าพักได้ ส่วนผู้ที่ต้องการซื้อ สามารถเช่าพักค้างคืนได้ ทำให้เกิดความมั่นใจในการอยู่อาศัยมากยิ่งขึ้น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด 

5. ระบบไฟฟ้า ประปา สุขาภิบาล พร้อมติดตั้งมาให้อย่างเป็นระเบียบแล้ว ผู้อยู่อาศัยไม่ต้องหาช่างมาทำใหม่ สามารถใช้งานได้โดยทันที

6. เคลื่อนย้ายสะดวก โดยเฉพาะบ้านน็อคดาวน์ สำเร็จรูป หรือที่หลายท่านเรียกว่า บ้านโมบาย สามารถขนย้ายได้เลย

ข้อเสีย บ้านน็อคดาวน์ สำเร็จรูป

1. วัสดุก่อสร้าง ปกติแล้ววัสดุที่นำมาใช้สร้างบ้านน็อคดาวน์ ทางบริษัทรับสร้างได้กำหนดไว้เป็นมาตรฐานแล้ว ผู้ซื้อไม่สามารถกำหนดวัสดุตามต้องการได้ อาจได้บ้างเพียงแค่สีสัน หรือปรับเปลี่ยนเพียงบางส่วนเท่านั้น แต่โดยโครงสร้างหลักแล้ว เป็นไปตามที่บริษัทผู้รับสร้างได้ออกแบบไว้ และอาจมีบางบริษัท ที่ไม่ได้สร้างตามแบบที่ได้โชว์ไว้ ตรงส่วนนี้ แนะนำให้สืบค้นประวัติ หรือสอบถามรายละเอียดให้ชัดเจนก่อนทำสัญญาสั่งซื้อ

2. ข้อจำกัดด้านขนาด เนื่องจาก สร้างบ้านบ้านน็อคดาวน์ จำเป็นต้องเน้นโครงสร้างที่รับน้ำหนักได้อย่างจำกัด การออกแบบ ก่อสร้าง จึงทำได้เพียงบ้านขนาดเล็ก หากต้องการหลังใหญ่ บ้านประเภทดังกล่าวนี้ จะไม่เหมาะสมเท่าไหร่นัก

3. การต่อเติมที่ทำได้ยาก เนื่องจากการออกแบบโครงสร้างบ้านส่วนต่างๆ ทำมาเพื่อรองรับกับแบบสำเร็จรูปดั้งเดิม การต่อเติมหรือดัดแปรงจึงทำได้ยาก

4. มีแบบบ้านอย่างจำกัด โดยปกติแล้วแต่ละบริษัท จะออกแบบมาให้ลูกค้าได้เลือกไม่มากนัก จึงอาจไม่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ 100%

5. อายุการใช้งาน หากเทียบการใช้งานกับบ้านทั่วไปแล้ว บ้านน็อคดาวน์มีอายุการใช้งานที่น้อยกว่า ส่วนใหญ่จึงนิยมประยุกต์ไว้ใช้ทำรีสอร์ทขนาดเล็ก บ้านพักในสวน บ้านหลังเล็กสำหรับแยกอยู่อาศัยจากบ้านหลัก แต่ทั้งนี้ ก็ไม่ได้หมายความรวมว่าจะเป็นเช่นนี้ทั้งหมด เพราะปัจจุบันบางบริษัท ได้มีการควบคุมการก่อสร้างและวัสดุคุณภาพ รวมถึงการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ทำให้บ้านน็อคดาวน์สำเร็จรูปบางแบบ มีอายุการใช้งานสูงขึ้น ยาวนาน 40-50 ปี ก็มี

บ้านน็อคดาวน์สองชั้น

สรุป บ้านน็อคดาวน์ เป็นอีกรูปแบบบ้านเพื่อใช้ในการอยู่อาศัย หรือประยุกต์ทำรีสอร์ท ออฟฟิศชั่วคราว เหมาะกับผู้ต้องการความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย ประหยัดงบประมาณ และเสร็จเร็วทันใจ แต่จะไม่เหมาะสมนักหากต้องการนำมาใช้เป็นบ้านถาวร ระยะยาว ซึ่งจะดูแลรักษาได้ยากกว่าบ้านทั่วไป แต่สิ่งที่ได้มาทดแทนคือราคาต้นทุนในการสร้าง ที่ต่ำกว่าบ้านทั่วไปมากเช่นกัน จัดสวนในพื้นที่บ้าน

ซื้อบ้านน็อกดาวน์ ดีไหม พิจารณา ดังนี้

หากคุณต้อง การซื้อบ้านน็อกดาวน์ เพื่ออยู่อาศัยเป็นบ้าน ไม่ได้รวมเหตุผลที่ว่าจะซื้อมาทำเป็นร้านค้า หรือออฟฟิศชั่วคราว ควรพิจารณา ดัง ต่อไปนี้

1. ใช้งานอะไร

หากคุณต้องการซื้อบ้านน็อกดาวน์เพื่อเป็นบ้านพักอาศัย หรือทำโฮมสเตย์ ต้องนำราคาบ้านมาคำนวณกับระยะเวลาที่คาดว่าจะได้ใช้ประโยชน์ เพราะไม่ว่าจะเป็นบ้านแบบใดก็ตาม เริ่มใช้งานไปสักพักก็จะต้องจ่ายซ่อมบำรุง อาทิ หน้าต่างรั่ว น้ำฝนซึม เป็นต้น

2. ผู้ใช้งาน

จำนวนผู้ใช้งานจะเป็นตัวตัดสินใจซื้อบ้านน็อกดาวน์ที่ดีอย่างหนึ่ง หากมีผู้อยู่อาศัยหลายคน ก็จะคำนึงถึงความเสื่อมของตัวบ้านได้ บ้าน 

3. ติดตั้งที่ใด

หากตัวบ้านน็อกดาวน์ติดตั้งใกล้กับต้นไม้หรือดินที่มีความชื้น ก็มีโอกาสเกิดปัญหาเชื้อราตามผนังหรือพื้น รวมถึงหากเคยเป็นพื้นที่น้ำท่วมบ่อย ก็จะมีผลต่อโครงสร้างที่เป็นเหล็ก เพราะฉะนั้นผู้ซื้อควรคำนึงถึงรายละเอียดให้มาก Home

4. วัสดุโครงสร้างบ้านน็อกดาวน์

วัสดุเป็นตัวกำหนดราคาของบ้านน็อกดาวน์ ถ้าเราทราบถึงยี่ห้อวัสดุแต่ละส่วนได้ก็ก่อนก็จะทำให้ตัดสินใจได้ง่าย ส่วนใหญ่แล้วผู้ขายจะต้องชี้แจงมาในใบเสนอราคา เพื่อให้ผู้ซื้อเปรียบเทียบรายละเอียด

5. งบประมาณในการมีบ้าน

ราคาบ้านน็อกดาวน์ เริ่มต้น 50,000 – 90,000 บาท บางเจ้าให้แอร์ กับเดินระบบไฟฟ้าให้วิธีการคิดง่ายๆ ว่าจะซื้อบ้านน็อกดาวน์ หรือจะสร้างบ้านเองดี ก็ให้นำราคามาคำนวณกับพื้นที่ใช้สอยที่จะได้ รวมถึงอายุการใช้งาน

ว่าที่เจ้าของบ้านน็อกดาวน์หลังใหม่ก็อย่าลืมศึกษารายละเอียดและควบคุมงานก่อสร้าง เพื่อความคุ้มค่าที่จ่ายไป จะได้ไม่เสียใจภายหลัง บ้านทำเลดี